ร่าง ‘พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ ผ่านรัฐสภา สถานีต่อไป ไปไหนต่อ? .

ร่าง ‘พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ ผ่านรัฐสภา สถานีต่อไป ไปไหนต่อ? .

รัฐสภาเห็นชอบเดินหน้า ‘พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ ด้วยคะแนน 611 เสียง หวังยกระดับสิทธิคนไทยสู่อากาศบริสุทธิ์ พร้อมวางระบบแก้ปัญหา PM2.5 ระยะยาว จับตาไปต่อยังไงต่อ

SHORT CUT

  • รัฐสภามีมติเห็นชอบให้ ‘ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ เดินหน้าต่อ ด้วยคะแนนเห็นชอบ 611 เสียง สะท้อนว่าปัญหาคุณภาพอากาศกลายเป็นวาระสำคัญของประเทศ
  • กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เน้นแค่ลดฝุ่น PM2.5 แต่ยังวางระบบจัดการมลพิษทางอากาศระยะยาว พร้อมยกระดับสิทธิประชาชนในการเข้าถึงอากาศสะอาด
  • หลังจากนี้ ร่างกฎหมายจะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา หากผ่านครบทุกขั้นตอน ก็จะสามารถประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ต่อไป

รัฐสภาเห็นชอบเดินหน้า ‘พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ ด้วยคะแนน 611 เสียง หวังยกระดับสิทธิคนไทยสู่อากาศบริสุทธิ์ พร้อมวางระบบแก้ปัญหา PM2.5 ระยะยาว จับตาไปต่อยังไงต่อ

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมรอบด้าน ทั้งปัญหาขยะ มลพิษทางน้ำ ภาวะโลกร้อน ไปจนถึงภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี แต่หนึ่งในปัญหาที่กระทบชีวิตผู้คนโดยตรง และกลายเป็นภาพคุ้นชินของสังคมไทย คือ วิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่กลับมาปกคลุมหลายพื้นที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนประชาชนจำนวนมากต้องใช้ชีวิตท่ามกลางอากาศเป็นพิษ ส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะในเมืองใหญ่และพื้นที่ภาคเหนือที่เผชิญค่าฝุ่นเกินมาตรฐานต่อเนื่องหลายเดือน

แม้ที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐจะออกมาตรการแก้ไขปัญหาเป็นระยะ ทั้งการควบคุมการเผา การจำกัดรถควันดำ และการแจ้งเตือนประชาชน แต่ปัญหาฝุ่น PM2.5 ก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างยั่งยืน จนเกิดคำถามสำคัญว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมี “กฎหมายอากาศสะอาด” เพื่อจัดการปัญหานี้อย่างจริงจังหรือไม่

ท่ามกลางแรงกดดันจากสังคม รัฐบาลจึงเร่งผลักดัน ‘พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ ให้เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการรับมือวิกฤตมลพิษทางอากาศ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงอากาศบริสุทธิ์ ควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ และวางมาตรการจัดการฝุ่นพิษอย่างเป็นระบบ เพื่อหวังยุติวงจรปัญหาที่คนไทยต้องเผชิญซ้ำทุกปี

ความคืบหน้าล่าสุด ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ร่างกฎหมายที่ยังค้างการพิจารณา เดินหน้าต่อได้รวม 34 ฉบับ ตามข้อเสนอของคณะรัฐมนตรี โดยหนึ่งในร่างกฎหมายสำคัญคือ ‘ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด’ หรือที่หลายคนเรียกสั้นๆ ว่า ‘พ.ร.บ.อากาศสะอาด’

ผลการลงมติครั้งนี้ มีเสียงเห็นด้วย 611 เสียง ไม่เห็นด้วย 3 เสียง และงดออกเสียง 1 เสียง สะท้อนว่าประเด็นเรื่องคุณภาพอากาศเริ่มกลายเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญมากขึ้น หลังประเทศไทยเผชิญปัญหาฝุ่นพิษสะสมต่อเนื่องมาหลายปี โดยเฉพาะในเมืองใหญ่และพื้นที่ภาคเหนือที่มักติดอันดับคุณภาพอากาศแย่ของโลกในช่วงต้นปี

รศ.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หนึ่งในกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า นี่ถือเป็นข่าวดีของคนไทย เพราะกฎหมายอากาศสะอาดกำลังขยับเข้าใกล้ความจริงมากขึ้น พร้อมขอบคุณทั้ง สส. และ สว. ที่ร่วมกันผลักดันประเด็นด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้พูดแค่เรื่องลดฝุ่น PM2.5 แต่ยังรวมถึงการวางระบบบริหารจัดการมลพิษทางอากาศแบบระยะยาว ทั้งการกำหนดสิทธิในการเข้าถึงอากาศสะอาด การใช้มาตรการทางเศรษฐศาสตร์ การสร้างกลไกทางการเงิน รวมถึงการผลักดันให้ภาคธุรกิจและภาครัฐเปลี่ยนผ่านไปสู่แนวทางพัฒนาที่สะอาดขึ้น

ขั้นตอนหลังจากนี้ ร่างกฎหมายจะถูกส่งเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญของวุฒิสภาในวาระ 2 ก่อนส่งกลับเข้าสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง หากผ่านครบทุกขั้นตอน ก็จะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ต่อไป

แม้เส้นทางของ ‘พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ ยังเหลืออีกหลายด่าน แต่สำหรับหลายคน นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยเริ่มขยับจากการ “แก้ฝุ่นเฉพาะหน้า” ไปสู่การสร้างกฎหมายเพื่อจัดการอากาศพิษอย่างเป็นระบบในระยะยาวจริงๆ

 

related