
SHORT CUT
สหภาพยุโรปกำลังทุ่มเงินจำนวนมากกับ 'เหมืองแรร์เอิร์ธ' ที่ใหญ่ที่สุด เพื่อลดการพึ่งพาจีน แต่ยังติดอุปสรรคที่กรอบกฎหมายด้ารสิ่งแวดล้อม และการคุกคามชนพื้นเมือง
มีรายงานเปิดเผยเบื้องหลังการสนับสนุนของสหภาพยุโรปต่อ 'เหมืองแรร์เอิร์ธ' ที่ชื่อ Per Geijer ของบริษัท LKAB ซึ่งทางสหภาพยุโรปต้องการเร่งรัดโครงการต่างๆ ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อลดการพึ่งพาจีน แต่สิ่งที่กำลังขัดขวางโครงการอยู่ ก็คือกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิของชนพื้นเมืองที่เข้มงวดของสหภาพยุโรปเอง
แหล่งแรร์เอิร์ธแห่งนี้ ตั้งอยู่ในภาคเหนือของสวีเดน ซึ่งนับเป็นหัวใจสำคัญของความพยายามของสหภาพยุโรปในการพึ่งพาตนเองด้านวัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า กังหันลม และการป้องกันประเทศ หลังสหภาพยุโรปได้ให้คำมั่นว่าภายในปี 2030 อย่างน้อย 10% ของวัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์จะต้องถูกขุดขึ้นภายในกลุ่มประเทศสมาชิกเท่านั้น
ต้องเลือกระหว่าง 'แรร์เอิร์ธ' หรือ 'สิ่งแวดล้อม'
แม้ว่าโครงการนี้จะมีความสำคัญ แต่ LKAB ยังคงต้องได้รับใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มรูปแบบภายใต้ประมวลกฎหมายสิ่งแวดล้อมของสวีเดน ซึ่งเป็นหนึ่งในกฎหมายสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรปที่เข้มงวดที่สุด
โดยกระบวนการนี้ต้องการการประเมินผลกระทบต่อแหล่งน้ำอย่างละเอียด ผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ มลพิษ เสียง และสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งต้องได้รับการตรวจสอบโดยศาลที่ดินและสิ่งแวดล้อมของสวีเดน แม้จะเป็นขั้นตอนที่จำเป็นอยู่แล้ว แต่กระบวนการเหล่านี้อาจทำให้เกิดความล่าช้าและการอุทธรณ์ที่กินเวลานานหลายปี
อย่างไรก็ตาม สหภาพยุโรปก็ตระหนักดีว่า กฎหมายดังกล่าวคือสิ่งที่กำลังคุ้มครองพื้นที่ป่า ถิ่นที่อยู่ของนก และสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งไม่สามารถยกเลิกได้เพียงเพราะเหตุผลทางอุตสาหกรรมหรือยุทธศาสตร์
นอกจากนี้ยังมีความขัดแย้งด้านการใช้ที่ดินกับชนพื้นเมืองชาวซามิ หลังแหล่งแรร์เอิร์ธนี้มีส่วนที่ทับซ้อนกับพื้นที่เลี้ยงกวางเรนเดียร์แบบดั้งเดิม ซึ่งถูกปกป้องภายใต้รัฐธรรมนูญของสวีเดน อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป และกฎหมายของสหภาพยุโรปในการปกป้องสิทธิของชนกลุ่มน้อย
ขณะที่สหภาพยุโรปกำลังร้อนใจกับประเด็นขัดแย้งดังกล่าว เนื่องจากมองว่าการทำเหมืองแรร์เอิร์ธภายในประเทศเป็นสิ่งจำเป็น เพราะคาดว่าจะมีความต้องการแรร์เอิร์ธเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่าภายในปี 2030 ซึ่งปัจจุบันยุโรปยังคงพึ่งพาการนำเข้าจากจีนในปริมาณมาก