
SHORT CUT
EU (สหภาพยุโรป) เอาจริง สั่ง ‘ห้ามทำลายเสื้อผ้า-รองเท้าค้างสต็อก’ อย่างเป็นทางการ เพราะทนไม่ไหวกับกองขยะแฟชั่นที่สูงเท่าภูเขา
กฎนี้ชื่อว่า ESPR (Ecodesign for Sustainable Products Regulation) มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่กรกฎาคม 2024 หัวใจสำคัญคือ ‘ห้ามเอาเสื้อผ้าหรือรองเท้าที่ยังขายไม่ออกไปเผาหรือทำลายทิ้ง’ สมัยก่อน แบรนด์ดังๆโดยเฉพาะ Fast Fashion มักจะทำลายสินค้าที่เหลือเพื่อรักษาภาพลักษณ์แบรนด์หรือตัดปัญหาเรื่องค่าเก็บโกดัง แต่จากนี้ไปคือทำไม่ได้แล้วนะ
ในยุโรปมีเสื้อผ้าที่ ‘ยังไม่ทันได้ใส่สักครั้ง’ ถูกทำลายทิ้งถึงปีละ 4-9% ขยะพวกนี้สร้างก๊าซคาร์บอนถึง 5.6 ล้านตันพอๆ กับที่คนทั้งประเทศสวีเดนปล่อยออกมาทั้งปี อีกทั้งทั่วโลกมีขยะสิ่งทอถูกทิ้งลงหลุมฝังกลบ 92 ล้านตันต่อปี เทียบง่ายๆ คือมีรถขยะเทเสื้อผ้าทิ้ง ‘ทุกๆ 1 วินาที’
กฎนี้ไม่ได้ออกมาเพื่อแบนการขายของ แต่เขาอยากให้แบรนด์ปรับตัวใหม่ ให้มีความเป็น Circular Economy (เศรษฐกิจหมุนเวียน) มากขึ้น โดยเน้น 4 หัวใจหลัก
เช่น สินค้าไม่ปลอดภัยจริงๆ หรือเสียหายจนเยียวยาไม่ได้ และที่สำคัญบริษัทต้อง ‘เปิดเผยตัวเลข’ ด้วยว่าปีๆ นึงทำลายของไปเท่าไหร่
เจสสิกา รอสวัลล์ (Jessika Roswall) กรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อมของ EU บอกว่า ภาคแฟชั่นต้องเป็นผู้นำในการเปลี่ยนโลก การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่ช่วยโลก แต่ยังช่วยให้ธุรกิจยั่งยืนและแข่งขันได้ในระยะยาวด้วย
สำหรับพวกเราที่เป็นผู้บริโภคสาย Green การเลือกซื้อแบรนด์ที่ใส่ใจเรื่อง Sustainability ก็ถือเป็น Manifesto อย่างหนึ่งว่าเราแคร์อนาคตมากกว่าแค่เทรนด์ที่มาไวไปไว
ที่มา: Earth.Org