svasdssvasds

พังง่าย ซ่อมแพง! เปิดตัว Thailand Circular Economy คืนสิทธิการซ่อม

พังง่าย ซ่อมแพง! เปิดตัว Thailand Circular Economy คืนสิทธิการซ่อม

พังแล้วทิ้ง หรือพังแล้วซ่อม? เปิดตัว Thailand Circular Economy ภาคประชาชน เมื่อซ่อมไม่ใช่ทางเลือก แต่คือสิทธิที่ต้องทวงคืน

SHORT CUT

  • ขยะล้นโลก คนไม่หยากซ่อม ไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่เพราะระบบไม่เอื้อ
  • พังง่าย ซ่อมยาก เป็นความตั้งใจของผู้ผลิต ที่ถ้าทนทานมากไปคนก็ไม่กลับมาซื้อใหม่
  • ในยุโรปมีนโยบายที่เกิดขึ้นจริง จนผลักดันให้บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ออกแบบ Iphone ให้ซ่อมง่ายขึ้น  
  • ภาคประชาชนเปิดตัว Thailand Circular Economy ทวงคืนสิทธิการซ่อมให้ประชาชน เข้าถึงสินค้าที่คงทน ราคาซ่อมเป็นมิตร

พังแล้วทิ้ง หรือพังแล้วซ่อม? เปิดตัว Thailand Circular Economy ภาคประชาชน เมื่อซ่อมไม่ใช่ทางเลือก แต่คือสิทธิที่ต้องทวงคืน

จำได้ไหมว่า ตู้เย็นเครื่องเก่าของคุณย่า หรือพัดลมรุ่นคุณปู่ ทำไมถึงใช้ได้นานเป็นสิบๆปี บางทีทุกวันนี้ก็ยังใช้งานได้อยู่ ทนทานแทบไม่ได้ซ่อมเลย?

แต่ภาพจำเหล่านั้นกลายเป็นตำนานไปแล้ว เมื่อตัดภาพมาที่สมาร์ทโฟนหรือเครื่องใช้ในมือเราทุกวันนี้ ที่มักจะเริ่มรวนทันทีเมื่อหมดประกัน หรือแค่หน้าจอแตกนิดเดียว ค่าซ่อมดันแพงเกือบซื้อเครื่องใหม่ได้เลย

ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “Buy Now: The Shopping Conspiracy” ทาง Netflix ได้เปิดโปง “กับดักผู้บริโภค” ไว้อย่างแยบยล โดยอธิบายว่า เมื่อก่อนสินค้ามีความทนทานมาก แต่พอทนทานมากไป ผู้คนจึงไม่ค่อยกลับมาซื้อชิ้นใหม่ หลายบริษัทจึงเริ่มใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า “การออกแบบให้หมดอายุขัย” (Planned Obsolesence) 

ตัวอย่างเด่นชัดที่สุดในประวัติศาสตร์คือ Phoebus Cartel ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของบริษัทผลิตหลอดไฟระดับโลกในปี 1924 ที่ตกลงร่วมกันว่าจะ ‘ลด’ อายุการใช้งานหลอดไฟจาก 2,500 ชั่วโมง ให้เหลือเพียง 1,000 ชั่วโมง เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มขึ้น 

พังง่าย ซ่อมแพง! เปิดตัว Thailand Circular Economy คืนสิทธิการซ่อม

และแน่นอนกลยุทธ์นี้ยังคงสืบทอดมายังปัจจุบัน ผ่านสินค้าเทคโนโลยีและฟาสต์แฟชันที่เน้นผลิตเร็ว ทิ้วไว จนโลกต้องทิ้งโทรศัพท์มือถือมากถึง 13 ล้านเครื่องในทุก ๆ วัน และผลิตเสื้อผ้ามากกว่า 190,000 ชุดต่อนาที ซึ่งสุดท้ายกว่า 65% จะกลายเป็นขยะภายในเวลาเพียงปีเดียว

ทำไมการซ่อมในปัจจุบันถึง ‘ยาก’ และ ‘แพง’ ?

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ภาคประชาชนได้เปิดตัวเครือข่าย Thailand Circular Economy โดยหนึ่งในวงเสวนา โดย Repair Culture Thailand (RCTH) ได้ชี้ให้เห็นว่า ความยากในการซ่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการออกแบบที่ ‘ปิดกั้น’ ผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น

  • วัสดุและการประกอบ : การเลือกใช้พลาสติกเปราะบาง หรือการใช้กาวหนาแน่นแทนสกรู ทำให้แม้แต่ช่างผู้เชี่ยวชาญก็แกะซ่อมยาก
  • การผูดขาดข้อมูลและอะไหล่ : แบรนด์มักไม่เปิดเผยคู่มือการซ่อม (Blueprint) และกักตุนอะไหล่ไว้เฉพาะศูนย์บริการของตนเอง ทำให้ร้านซ่อมทั่วไปเข้าไม่ถึง
  • จิตวิทยาการตลาด : การใช้โฆษณาและกลยุทธ์ลดแลกแจกแถมอย่าง BOGO (Buy One Get One Free) เพื่อทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าของที่มีอยู่นั้น ‘ล้าสมัย’ และการซื้อใหม่คุ้มกว่าซ่อม

คุณภาคภูมิ โกเมศโสภา ผู้ก่อตั้ง RCTH

บทเรียนจากต่างประเทศ เมื่อกฎหมายบังคับให้แบรนด์ต้อง ‘ยอมให้ซ่อม’

ในระดับสากล แรงกดดันจากภาคประชาชนได้เปลี่ยนนโยบายของบริษัทยักษ์ใหญ่มาแล้ว เช่น Apple  ที่เคยเป็นศัตรูตัวฉกาจของการซ่อมนอกศูนย์ แต่เมื่อถูกกดดันจากกฎหมายในยุโรปและสหรัฐฯ iphone รุ่นใหม่ ๆ (ตั้งแต่รุ่น 14 เป็นต้นมา) จึงเริ่มถูกออกแบบให้ซ่อมง่ายขึ้น เช่น ทำให้กระจกหลังถอดเปลี่ยนได้ง่าย และการเปลี่ยนมาใช้พอร์ต USB-C ตามมาตรฐานสากล

พังง่าย ซ่อมแพง! เปิดตัว Thailand Circular Economy คืนสิทธิการซ่อม

นอกจากนี้ ในสหภาพยุโรป (EU) ยังมีกฎหมายเข้มงวดเกี่ยวกับการซ่อม เช่น

  • การกำหนดอายุขัยขั้นต่ำของสินค้า และบังคับผู้ผลิตต้องสต็อกอะไหล่อย่างน้อย 7 ปีหลังจากเลิกวางขาย
  • สิทธิ์ในการเข้าถึงซอฟแวร์ บังคับให้ต้องอัปเดตระบบปฏิบัติการให้นานขึ้น เพื่อไม่ให้เครื่องอืดจนใช้งานไมไ่ด้
  • ฉลากคะแนนความซ่อมง่าย (Repair Index) อย่างในฝรั่งเศสที่บังคับให้ติดคะแนนเพื่อให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าที่ซ่อมได้จริง

ฉลากบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอกลูกค้าว่า ซ่อมง่ายหรือซ่อมยาก  

Thailand Circular Economy: การรวมตัวทวงคืนสิทธิการซ่อมของคนไทย

การเปิดตัวเครือข่าย Thailand Circular Economy และการผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. เศรษฐกิจหมุนเวียน ฉบับประชาชน จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่ประเทศไทยจะเปลี่ยนจากระบบ "ผลิต-ใช้-ทิ้ง" ไปสู่ระบบที่ยั่งยืน โดยเน้นย้ำสิทธิ 2 ประการ:

  • สิทธิในการลด (Right to Reduce): สิทธิที่ผู้บริโภคจะเลือกลดการบริโภคที่ไม่จำเป็น ใช้สินค้าที่ออกแบบเพื่อความคงทน และเข้าถึงทางเลือกนอกเหนือจากพลาสติกใช้ครั้งเดียวได้อย่างอิสระ การมีโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อให้ลดขยะได้จริง เช่น ตู้เติมน้ำดื่มสะอาด (Refill Station) ทั่วเมือง
  • สิทธิในการซ่อม (Right to Repair): สิทธิที่จะซ่อมแซมสินค้าได้จริง ในราคาที่ยอมรับได้ โดยไม่ถูกกีดกันจากการออกแบบที่ตั้งใจให้พัง หรือการผูกขาดอะไหล่

นอกจากนี้ วิกฤตขาดแคลนเม็ดพลาสติกอันเกิดจากสงครามในตะวันออกกลาง ก็เป็นสัญญาณที่ชัดเจน ว่าไทยพึ่งพาปิโตรเคมีมากเกินไป ส่งผลกระทบต่อบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ในการบรรจุสินค้าของภาคเอกชนหลายๆแบรนด์ ส่อแววให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพุ่งสูงขึ้น ทั้งเอกชนผู้ผลิตที่ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นและประชาชนที่ต้องปรับตัวกับข้าวของที่แพงขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว

นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หากแต่เป็นผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของระบบเศรษฐกิจเชิงเส้น (Linear Economy) ที่ผลิต-ใช้-ทิ้ง และพึ่งพาวัตถุดิบฟอสซิลมากเกินไป

พังง่าย ซ่อมแพง! เปิดตัว Thailand Circular Economy คืนสิทธิการซ่อม

ด้วยเหตุนี้ การก่อตั้งเครือข่าย Thailand Circular Economy มุ่งหวังที่จะให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงระบบที่มุ่งลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ฟุ่มเฟือยและสร้างระบบนำวัสดุที่ใช้แล้วกลับเข้าสู่ระบบการใช้งานอย่างคุ้มค่า แทนการทิ้ง ลดการพึ่งพาปิโตรเคมีนำเข้า และสร้างอำนาจให้ผู้บริโภคอย่างเป็นธรรม

related