
SHORT CUT
Girlfriend Collective แบรนด์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการแฟชั่น ชุดออกกำลังกายทุกชิ้นผลิตมาจากขยะรีไซเคิล แถมลูกค้ายังนำชุดเก่ามาส่งให้แบรนด์ไปผลิตซ้ำได้ด้วย
ในยุคนี้ปัญหาสิ่งแวดล้อมกลายเป็นเรื่องใกล้ตัว ทำให้หลายคนอยากสนับสนุนสินค้าจากแบรนด์ที่เรียกได้ว่า 'รักษ์โลก' จริงๆ แต่หลายครั้งที่ความโปร่งใสในอุตสาหกรรมแฟชั่นก็เป็นเรื่องที่หายากหรือไม่น่าเชื่อถือ
แต่ไม่ใช่กับ Quang Dinh และภรรยาของเขา Ellie ที่ตัดสินใจสร้างแบรนด์ขึ้นมาเองเพียงเพราะ Ellie หาชุดออกกำลังกายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีคุณภาพดีจริงๆ ไม่ได้ จนเกิดเป็นแบรนด์ 'Girlfriend Collective' ขึ้นมา
จุดเริ่มต้นของ Girlfriend Collective เกิดขึ้นในปี 2016 มาจากไอเดียที่อยากทำแบรนด์เสื้อผ้าที่มีจิตสำนึกต่อสังคมและโลก โดยโฟกัสไปที่ชุดออกกำลังกาย ซึ่งปกติมักทำจากพลาสติกใหม่ ซึ่งแบรนด์ค้นพบวิธีผลิตโพลีเอสเตอร์จากขวดน้ำรีไซเคิล 100% และนั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญ
สิ่งที่เป็นจุดเด่นของแบรนด์ในแง่ของความยั่งยืนก็คือ “นวัตกรรมเนื้อผ้าจากขยะ” ที่นำขยะประเภทต่างๆ มารีไซเคิลให้เป็นเนื้อผ้าสำหรับผลิตชุดออกกำลังกาย โดยแบ่งเป็นเนื้อผ้าที่ได้มาจากขยะ 3 ประเภทที่ได้รับความนิยม ได้แก่
ประเภทแรกคือ Compressive Fabric ทำจากขยะพลาสติกที่มาจากขวดน้ำ PET รีไซเคิล 79% และ Elastane 21% โดยกางเกงเลกกิ้ง 1 ตัวใช้ขวดน้ำประมาณ 25 ขวด และสปอร์ตบราใช้ 11 ขวด
แบบที่สองก็คือ LITE Fabric ทำจากตาข่ายจับปลาที่ถูกทิ้งในมหาสมุทร มาแปรรูปเป็นเส้นใยไนลอนรีไซเคิล เหมาะสำหรับกิจกรรมที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง
นวัตกรรมสุดท้ายก็คือ Cupro ใช้เศษใยฝ้ายที่เหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมสิ่งทอมาทำเป็นเสื้อยืดและชุดลำลองที่มีสัมผัสนุ่มลื่นคล้ายผ้าไหม
ไม่ใช่แค่การเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลมาผลิตเสื้อผ้าใหม่อย่างเดียว แต่ Girlfriend Collective ยังมีแคมเปญ ReGirlfriend ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้านำชุดออกกำลังตัวเก่าที่ไม่ใส่แล้วมาส่งคืนที่ร้านเพื่อนำไปใช้รีไซเคิลเป็นชุดออกกำลังคอลเลกชันใหม่ได้อีกด้วย
โดยชุดที่ส่งคืนจะถูกนำไปบดและปั่นเป็นเส้นใยใหม่ เพื่อผลิตเป็นชุดใหม่ต่อไป โดยไม่ถูกส่งไปยังบ่อขยะ และลูกค้าที่นำชุดมาคืนก็จะได้ Store Credit ประมาณ 10-15 ดอลลาร์ เพื่อใช้ซื้อชุดใหม่ด้วย เรียกว่าเป็นการกระตุ้นให้เกิดวงจรการใช้ซ้ำอย่างเป็นรูปธรรม
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญก็คือแบรนด์ไม่ได้เน้นแค่เรื่องของความยั่งยืนเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญในเรื่องความโปร่งใสของแบรนด์ด้วย นั่นก็คือการเปิดเผยทุกขั้นตอนการผลิตเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าสิ่งที่สวมใส่นั้นปลอดภัยและมีกระบวนการผลิตที่มีความยุติธรรม
โดยโรงงานหลักในเวียดนามนั้นได้รับมาตรฐาน SA8000 Certified ซึ่งเป็นการรับรองเรื่องค่าจ้างที่เป็นธรรม ความปลอดภัยในที่ทำงาน และการไม่มีแรงงานเด็ก
รวมถึงยังมีมาตรฐาน OEKO-TEX Standard 100 ทำให้เนื้อผ้าทุกชิ้นผ่านการทดสอบว่าไม่มีสารเคมีอันตรายตกค้าง และใช้สีย้อมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีการบำบัดน้ำเสียจนสะอาดก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ที่สำคัญกากสีย้อมจะถูกนำไปรีไซเคิลเป็นอิฐปูถนนต่ออีกด้วย
เพราะ Quang เจ้าของแบรนด์มีความเชื่อว่า 'ลูกค้าควรเห็นทุกก้าวของการเดินทางของสินค้า' ทำให้เขาเดินทางไปถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับการผลิตทุกขั้นตอน ตั้งแต่จุดเก็บขยะไปจนถึงโรงงานเย็บในฮานอย ประเทศเวียดนาม เพื่อยืนยันว่าคนงานได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม มีสวัสดิการที่ดี และไม่มีการทำลายสิ่งแวดล้อมแอบแฝง
เรียกได้ว่า Girlfriend Collective เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ความยั่งยืนนั้นไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการตลาด แต่คือความใส่ใจและจริงใจที่มีต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง แถมยังมีมาตรฐานด้านจริยธรรมมารองรับอีกด้วย
ที่มา : Medium, thesportsedit, girlfriend