
ถ้าเกาะเต่า เป็นสวรรค์ของนักดำน้ำ เราก็หวังว่ามันจะเป็นสวรรค์ของสัตว์น้ำด้วยเช่นกัน รีวิวเกาะเต่า 2026 จากเกาะขยะล้น สู่เกาะไร้ขยะ เร็ว ๆ นี้ เค้าทำยังไง ไปดู!
ยามเย็นเจอชาวต่างชาติเดินกันเป็นกลุ่ม…ช่วยกันเก็บขยะตามชายหาดได้เป็นกระสอบๆ และนี่คือสิ่งที่เจอบนเกาะเต่าเวอร์ชั่น 2026
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นวันมหาสมุทรโลก Keep The World ได้มีโอกาสไปเยือนเกาะเต่าร่วมกับ WWF Thailand (องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ประเทศไทย) เพื่อไปดูว่า โครงการหนึ่งของพวกเขากำลังจะเปลี่ยนให้เกาะเต่า เป็นเกาะไร้ขยะในเวลาอันใกล้นี้อย่างไร?
โครงการนี้ชื่อว่า MA-RE-DESIGN (Marine Litter Prevention through Reduction, Sustainable Design and Recycling of Plastic Packaging) เป็นการจัดการขยะตั้งแต่แหล่งกำเนิด ครอบคลุมบ้านเรือน ผู้ประกอบการธุรกิจ โรงเรียน วัด และท่าเรือ/การขนส่ง
เริ่มตั้งแต่การติดตั้งจุดเติมน้ำสะอาดฟรีทั่วเกาะ ใครพกกระบอกน้ำส่วนตัวไปสามารถกรอกดื่มได้เลย แต่หากไม่มีแก้วน้ำส่วนตัวมา เค้ามีภาชนะใช้ซ้ำได้ให้ยืม โดยมีค่ามัดจำแค่ 10 บาท และมั่นใจความสะอาดได้เลย เพราะหลังจากคืนแล้วทุกภาชนะจะถูกนำไปฆ่าเชื้อให้สะอาดเหมือนใหม่ทุกครั้ง
สนับสนุนให้แต่ละบ้านหรือร้านค้า แยกขยะอย่างน้อย 3 ประเภท มีการอบรมการแยกขยะให้ถูกวิธี พร้อมสร้างธนาคารขยะ ให้ขยะแต่ละประเภทมีที่ไป ทั้งขยะมูลค่าต่ำ และขยะมูลค่าสูง โดยขยะมูลค่าสูงสามารถส่งกลับคือบนบกเพื่อขายต่อได้ แต่สำหรับขยะมูลค่าต่ำ ที่ไม่เป็นที่ต้องการ จะมีโครงการภาคีเข้ามาจัดการต่อให้
ซึ่งวันที่ไป เราได้พบกับภาคี กขค. (แก้วขอคืน) ขวดแก้วทุกชนิดทุกขนาดสามารถนำมาส่งที่ลานเทศบาล แล้วโครงการจะรับไปหลอมทำประโยชน์ต่อ สิ่งที่พบคืน ขวดแก้วเยอะมาก และชาวบ้านและผู้ประกอบการขนมาส่งกันเอง หรือใครขนมาไม่ได้ เค้ามีรถเทศบาลไปรับมาด้วยนะ
ส่วนขยะเศษอาหาร หรือขยะอินทรีย์ MA-RE-DESIGN ได้ริเริ่มติดตั้งเครื่องย่อยไร้อากาศ เปลี่ยนขยะอินทรีย์เป็นแก๊สชีวภาพ หรือแก๊สหุงต้ม ให้ชาวบ้านโดยรอบสามารถนำหม้อมาตั้งทำอาหารได้เลยฟรีๆ ซึ่งเครื่องนี้จะรับขยะอินทรีย์ได้วันละ 500 กิโลกรัมต่อวัน และแน่นอน มันไม่เพียงพอหรอกต่อปริมาณขยะอาหารทั้งหมดของเกาะ ทำให้ที่เหลือต้องนำไปส่งบ่อหมักทำเป็นปุ๋ย
นอกจากนี้ ขยะที่ไม่สามารถหาที่ไปได้จริงๆ โครงการนี้ก็กำลังสร้างโรงเผาขยะ เปลี่ยนขยะให้กลายเป็นเชื้อเพลิงพลังงานไฟฟ้า (RDF) ซึ่งกำลังก่อสร้างใกล้กับหลุมฝังกลบขยะของเกาะ ทำให้ในอนาคต ขยะที่จะเดินทางมาหลุมฝังกลบขยะจะน้อยลง ลดความเสี่ยงต่อการรั่วไหลลงทะเล
พูดถึงทะเล ใครที่มาซื้อทริปดำน้ำ หรือมาเรียนดำน้ำที่นี่จะทราบดี ว่าโรงเรียนสอนดำน้ำเกือบทั้งเกาะ เค้าต้องปลูกฝังจิตวิญญาณนักอนุรักษ์ให้กับผู้มาเยือนเสมอ ก่อนลงสำรวจใต้ทะเล
ซึ่งเราก็เพิ่งรู้เลยว่า ไม่ใช่ว่าขยะทุกชิ้นที่เจอจะเก็บขึ้นมาได้ แต่ต้องดูด้วยว่าขยะนั้นเก่าหรือใหม่แค่ไหน ถ้าเก่ามากก็ต้องสังเกตว่าเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หรือยัง นอกจากนี้มีคอร์สเรียนสำหรับการดำน้ำสายอนุรักษ์โดยเฉพาะด้วย น่าเรียนมาก ๆ
ไม่เพียงแค่โรงเรียนสอนดำน้ำ ผู้ประกอบการโรมแรมเดี๋ยวนี้ เค้าแยกขยะกันโหดมาก เช่นรีสอร์ทที่เราไปพักอย่าง Ban’s Diving Resort ที่นี่แยกขยะได้มากถึง 30 ประเภท มีเครื่องอัดขยะเป็นของตัวเอง พร้อมสำหรับการจัดส่ง พนักงานทุกคนจะต้องหมุนเวียนกันมาทำความสะอาดขยะทุกวัน ล้างด้วยนำยาและตาก จนกลายเป็นกิจวัตรที่แต่ละคนจำได้แม่นว่าขยะชนิดไหนต้องแยกและจัดการอย่างไร เซียนมาก!
ขยะบางประเภทก็ถูกนำไปผสมกับปูนซีเมนต์ ทำเป็นอิฐบล็อกมวลเบาสำหรับงานก่อสร้าง ส่วนแก้วก็นำไปทำให้แตกละเอียดผสมปูนเทเป็นพื้นสวยงามระยิบระยับ
ส่วนเศษอาหารนำไปทำเป็นปุ๋ย เพื่อนำไปปลูกผักสวนครัว และก็นำกลับไปเข้าครัว เสิร์ฟอาหารให้กับผู้มาเยือนอีกครั้ง บ้างก็นำเป็นพืชผลสมุนไพรไปทำเป็นแชมพู สบู่เหลว ใช้ภายในรีสอร์ท หอมมากๆ เรียกได้ว่า ขยะในรสอร์ทแทบจะมีที่ไปหมดเลย ไม่ต้องไปหลุมฝังกลบอีกเลย
เกาะเต่า เป็นหมุดหมายแรก ๆ ในทะเลประเทศไทย ที่คนรักการดำน้ำจะต้องแวะมาเยือนสักครั้ง เพื่อยลโฉมโลกใต้น้ำที่สวยงามในทะเลอ่าวไทยของเรา ซึ่งในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเยือนเกาะแห่งนี้ไม่ต่ำกว่า 500,000 คน
แน่นอนว่า เมื่อคนมาเยือนมีมาก ขยะจำนวนมากก็ตามมาเช่นกัน ไม่ว่าจะนำติดตัวมาจากนอกเกาะ และการนำเข้ามาซื้อขายกันบนเกาะ จากการบอกเล่าของคนในพื้นที่ พบว่า ในแต่ละวันจะมีขยะเดินทางไปยังหลุมฝังกลบประมาณ 10-20 ตันเลย
ขยะบนเกาะนั้น จัดการยากกว่าขยะบนบกหลายเท่า ทั้งพื้นที่ที่จำกัด ต้นทุนขนส่งสูง เพราะส่งได้ทางเรือเท่านั้น แถมปริมาณขยะยังแปรผันตามฤดูกาลท่องเที่ยว บางช่วงคนมาเยอะ ขยะก็เยอะ บางช่วงคนมาน้อยขยะก็ลดลง และยังรวมถึงพฤติกรรมนักท่องเที่ยว ที่เราต้องพยายามสร้างความตระหนักรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมให้มากๆ
อย่างไรก็ตาม โครงการ MA-RE-DESIGN ไม่ได้สร้างขึ้นจาก WWF Thailand เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือจากหลายกหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น GIZ, UNEP COBSEA, Pro Thailand Network รวมถึงภาคีบนเกาะ อาทิ เทศบาล อำเภอ ประชาชน วิสาหกิจชุมชน ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจขนส่งและสมาคมท่องเที่ยว
ผลจากการที่ทุกฝ่ายต่างรณรงค์และทำให้ดูเป็นตัวอย่าง สิ่งที่เรามองเห็นคือ ทุกคนแยกขยะเอง นักท่องเที่ยวเดินเก็บขยะยามเย็นจนเป็นกิจวัตรคุ้นตา บางจุดของเกาะแทบไม่มีขยะให้เก็บเลย และขยะส่วนมาก มีที่ไปเยอะมากแล้ว
นั่นจึงทำให้เราคิดว่า เราทำได้นะ สิ่งแวดล้อมที่สวยงามและไร้ขยะ เพียงแค่เราทุกคนตระหนักรู้ และทำให้การแยกขยะเป็นเหมือนหนึ่งในกิจวัตรประจำวัน เฉกเช่นเราแปรงฟัน อาบน้ำ หรือทานเข้าในทุก ๆ วัน ทำวันละนิด ปัญหาสิ่งแวดล้อมก็จะลดลงได้แล้ว สัตว์ทะเลก็ไม่ต้องเดือดร้อนด้วย