
SHORT CUT
กระแส ‘K-Beauty’ ยังมาแรงทั่วโลก ทำให้มียอดขายเชิงมูลค่าเพิ่มขึ้น 53% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี และพุ่งสูง 131% เมื่อมองย้อนกลับไปในรอบ 2 ปี
ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ 'K-Beauty' หรือผลิตภัณฑ์ความงามของเกาหลีใต้กำลังมาแรง และได้รับความนิยมไปในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะการสร้างแบรนด์ผ่านโซเชียลมีเดีย
และล่าสุดข้อมูลใหม่จาก NIQ บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภคระดับโลก ชี้ให้เห็นว่า K-Beauty ได้เติบโตจากเทรนด์วัฒนธรรมท้องถิ่น กลายเป็นหมวดหมู่สินค้าความงามที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในระดับสากล โดยยอดขายเชิงมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 53% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี และพุ่งสูงถึง 131% เมื่อมองย้อนกลับไปในรอบ 2 ปี
รายงานฉบับนี้มีชื่อว่า 'K-Beauty Goes Global' สะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมระดับภูมิภาค อีคอมเมิร์ซทางโซเชียล (Social Commerce) และความต้องการของผู้บริโภคที่ขับเคลื่อนด้วยระบบดิจิทัล กำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมความคาดหวังของผู้บริโภค เร่งรอบการพัฒนานวัตกรรมให้เร็วขึ้น และสร้างรูปแบบการแข่งขันใหม่ในตลาดความงามทั่วโลก
พลังของ K-Beauty ไม่ได้เติบโตแค่ในเอเชียอีกต่อไป แต่กำลังแผ่ขยายไปในหลายภูมิภาคอย่างก้าวกระโดด ข้อมูลจาก TikTok Shop ระบุว่า ในปี 2025 ยอดการค้นหาคำว่า K-Beauty ในสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นถึง 125% และยอดขายเชิงมูลค่าของแบรนด์ K-Beauty บน TikTok Shop ใน 4 ประเทศหลัก ได้แก่ สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา, สเปน และเยอรมนี เติบโตพุ่งสูงขึ้นถึง 430% แบบปีต่อปี ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงจากการค้นพบ ไปสู่การซื้อได้อย่างราบรื่น
ที่อเมริกาเหนือพบว่า ช่องทางอีคอมเมิร์ซครองสัดส่วนถึง 76% ของยอดขาย K-Beauty ทั้งหมด โดยในแคนาดาทำยอดขายแตะ 164 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ถือว่าเพิ่มขึ้น 57% แบบปีต่อปี
ทางด้านลาตินอเมริกา ถือว่าเป็นภูมิภาคเกิดใหม่ที่มีแรงส่งมหาศาล โดยเฉพาะในบราซิลและเม็กซิโก ซึ่งยอดขายเชิงมูลค่าเติบโตสูงถึง 135%
ฝั่งยุโรปตะวันตก พบว่ายอดขายเชิงมูลค่าเติบโต 58% แบบปีต่อปี ปัจจุบันแบรนด์เกาหลีครองสัดส่วนประมาณ 10% ของยอดขายสกินแคร์ออนไลน์ทั้งหมดในยุโรป และพุ่งสูงถึง 15–20% ในตลาดชั้นนำอย่างอิตาลี สเปน และฝรั่งเศส
ในส่วนของตะวันออกกลางยอดขายผ่านอีคอมเมิร์ซเติบโตสูงถึง 76% โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มผู้บริโภคที่ใช้สื่อดิจิทัลเป็นหลัก
และในเอเชียแปซิฟิก ที่ไม่รวมเกาหลีและจีนพบว่า K-Beauty ยังคงรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ 27%
การเติบโตของ K-Beauty สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในวิถีการดูแลตัวเองของผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์ที่เคยถูกมองว่าเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม ก็ได้กลายเป็น 'ของที่ต้องใช้ทุกวัน' ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น แผ่นมาสก์หน้า,แผ่นแปะสิว, เอสเซนส์, เซรั่มและแอมพูล
ขณะเดียวกัน นวัตกรรมด้านส่วนผสมที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น เมือกหอยทาก, ใบบัวบก และ PDRN (ชิ้นส่วน DNA ขนาดเล็กที่สกัดจากอสุจิปลาแซลมอน) ก็ได้ขยายความนิยมจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญไปสู่ผู้บริโภคทั่วไป
เรียกได้ว่า K-Beauty ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ ด้วยการมอบผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่ไปกับรอบการพัฒนานวัตกรรมที่รวดเร็ว
ทารา เจมส์ เทย์เลอร์ (Tara James Taylor) รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ความงามและดูแลร่างกายระดับโลกของ NIQ กล่าวว่า “K-Beauty ได้ก้าวข้ามการเป็นเพียงเทรนด์ และกลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการนำนวัตกรรมความงามระดับภูมิภาคมาแปลกเปลี่ยนเป็นความเติบโตระดับโลก”
นอกจากนี้ยังอธิบายเพิ่มว่า ความสำเร็จนี้สร้างขึ้นบนความเร็ว ความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม และความสามารถในการเปลี่ยนนวัตกรรมให้กลายเป็นพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค
ถือว่าสิ่งนี้ส่งสัญญาณสำคัญถึงแบรนด์ความงามทั่วโลก ว่าต้องเร่งอ่านสัญญาณความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาคให้เร็วขึ้น และปรับตัวให้ทันในทุกตลาด
โดยการเติบโตในระยะถัดไปของ K-Beauty จะมาจากการขยายไปยังหมวดหมู่ข้างเคียง เช่น ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และการดูแลเส้นผม รวมถึงการขยายตลาดในภูมิภาคที่กำลังเติบโตสูงอย่างลาตินอเมริกาและตะวันออกกลาง
ท้ายที่สุดนี้ความสำเร็จของ K-Beauty แสดงให้เห็นว่า รูปแบบการสร้างความเติบโตในธุรกิจความงามได้เปลี่ยนไปแล้ว นวัตกรรมมีทิศทางที่ขับเคลื่อนจากระดับภูมิภาคมากขึ้น การค้าขายเน้นการนำด้วยคอนเทนต์มากขึ้น และแบรนด์ที่จะได้เปรียบในอนาคต คือแบรนด์ที่สามารถจับสัญญาณการตลาดในระยะเริ่มต้น แล้วนำมาต่อยอดเป็นแอ็กชันทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว
อ้างอิงข้อมูล : Businesswire และ Fashion Network