ทำไมนางเอกรอมคอม 2000s ถึงยังส่งอิทธิพลต่อเทรนด์สาวยุคปัจจุบัน?

ทำไมนางเอกรอมคอม 2000s ถึงยังส่งอิทธิพลต่อเทรนด์สาวยุคปัจจุบัน?

ถอดรหัสอิทธิพลนางเอกรอมคอมยุค 2000s! ทำไมคาแรกเตอร์ 'ตัวแม่สายแฟชั่น' ถึงยังฮิตและกลายมาเป็นเทรนด์ Office Siren ที่วัยรุ่นยุคนี้โหยหา?

หากใครที่เติบโตมากับภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี้ (Rom-Com) ในยุค 90s ถึง 2000s เชื่อว่าลึกๆ ในใจต้องเคยมีความฝันอยากมีชีวิตเริ่ดๆ แบบ Andie Anderson จาก How to Lose a Guy in 10 Days, Jenna Rink จาก 13 Going on 30 หรือตัวแม่ระดับตำนานอย่าง Carrie Bradshaw จาก Sex and the City อย่างแน่นอน
 

ทำไมนางเอกรอมคอม 2000s ถึงยังส่งอิทธิพลต่อเทรนด์สาวยุคปัจจุบัน?

 

พวกเธอคือแฟชั่นไอคอนที่สร้างภาพจำให้กับคนดูทั่วโลกว่า การเป็น ‘เวิร์กกิ้งวูแมน’ คือไลฟ์สไตล์ที่ชิคที่สุดในโลก พวกเธอใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมเดินสับกลางนิวยอร์ก ไปปาร์ตี้จิบแชมเปญเก๋ๆ และมีเวลาออกเดตหารักแท้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปร่วมสองทศวรรษ บริบทสังคมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง คาแรกเตอร์เหล่านี้สูญหายไปตามกาลเวลา หรือแท้จริงแล้ว พวกเธอแค่เปลี่ยนร่างไปอยู่ในเทรนด์ยุคใหม่กันแน่?

สูตรสำเร็จ Y2K: ทำไมต้องสร้างภาพจำ ‘นักข่าวสาวสุดชิค’

สูตรสำเร็จแรกในยุค 2000s หากฮอลลีวูดต้องการสร้างภาพ ‘ผู้หญิงเก่งและมีสไตล์’ อาชีพอันดับหนึ่งที่มักจะถูกหยิบมาใช้คือ ‘นักเขียนหรือบรรณาธิการนิตยสาร’ ซึ่งไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นพล็อตที่ถูกคำนวณมาแล้ว คอหนังบนแพลตฟอร์มคอมมูนิตี้อย่าง Reddit ได้ร่วมกันวิเคราะห์และตั้งข้อสังเกตไว้อย่างน่าสนใจว่า อาชีพสื่อคืองานที่เพอร์เฟกต์สำหรับนางเอกรอมคอม เพราะพวกเธอไม่ต้องติดอยู่กับโต๊ะทำงานตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น เธอสามารถออกไปเจอใคร หรือไปที่ไหนก็ได้

ทำไมนางเอกรอมคอม 2000s ถึงยังส่งอิทธิพลต่อเทรนด์สาวยุคปัจจุบัน?

นอกจากแฟชั่นและอาชีพแล้ว อีกหนึ่งสูตรสำเร็จ และอาวุธลับของนางเอกรอมคอมยุคนี้คือ ‘ความโก๊ะ' พวกเธอมักจะซุ่มซ่าม ทำเอกสารปลิวว่อน สาดกาแฟใส่สูทราคาแพง หรือเด๋อด๋าในเรื่องงาน แต่กลับดูน่ารักน่าเอ็นดู และมักจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พระเอกตกหลุมรัก
 

Francesca Sylph นักเขียนจาก The Badger กล่าวว่า หนังยุคนั้นหลอกให้เธอเชื่อว่าอาชีพนักข่าวนั้นดูชิค เซ็กซี่ และหรูหรา ทั้งที่ความเป็นจริงมันเต็มไปด้วยความเครียดและการอดนอน ด้าน Elizabeth Renzetti คอลัมนิสต์จาก Globe and Mail ได้ยกตัวอย่างว่า การเข้าไปทำข่าวของนางเอกในภาพยนต์หลายเรื่อง ที่ถูกส่งไปทำข่าวในสายที่ตัวเองไม่มีความรู้เลยแม้แต่น้อย หาก เป็นวงการสื่อในชีวิตจริง นางเอกคงถูกไล่ออกฐานไม่ทำการบ้านมาแล้ว แต่นี่คือรอมคอม ความเด๋อด๋านี้เลยกลายเป็นความ ‘น่ารักน่าเอ็นดู’ ไปโดยปริยาย

 

ทำไมนางเอกรอมคอม 2000s ถึงยังส่งอิทธิพลต่อเทรนด์สาวยุคปัจจุบัน?

นอกจากนี้ ในมุมมองของมิติทางเพศสภาพ (Gender Dynamics) มีการตั้งข้อสังเกตว่า ในสายตาคนทำหนังยุคนั้น ผู้หญิงที่เก่งเลข เป็นนักธุรกิจ หรือทนายความ อาจดู ‘คุกคาม’ อีโก้ผู้ชายมากเกินไป อาชีพนักเขียนหรือบรรณาธิการจึงเป็นทางออกที่ทำให้ผู้หญิงดูประสบความสำเร็จ มีสมอง ทะเยอทะยาน แต่ยังดูซอฟต์และปลอดภัยพอที่พระเอกจะกล้าเข้ามาทำความรู้จัก และเหตุผลง่ายๆ อีกข้อก็คือ คนเขียนบทภาพยนตร์มักจะหยิบเอาวงการที่พวกเขาคลุกคลีและคุ้นเคยที่สุด มาสร้างเป็นโลกบนแผ่นฟิล์ม
 

การตีแผ่ภาพจำที่สวยหรูเกินจริงนี้ ยังได้รับการยืนยันจาก Matthew C. Ehrlich ศาสตราจารย์ด้านวารสารศาสตร์ ที่ระบุว่า ภาพยนตร์สร้างความคาดหวังที่ผิดเพี้ยน จนทำให้เด็กรุ่นใหม่จำนวนมากที่เพิ่งเข้ามาทำงาน ต้องถอดใจลาออกในเวลาเพียง 2-3 ปี เพราะพบว่าชั่วโมงการทำงานที่มหาโหดนั้นไม่คุ้มค่ากับเงินเดือนที่จะเอาไปซื้อรองเท้าแบรนด์เนมเลยสักนิด

 

ความหลากหลายที่หล่นหาย

อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดด่างเล็กๆ ของภาพยนต์แนว คือประเด็นเรื่องความหลากหลายทางชาติพันธุ์ Brittny Pierre นักเขียนอิสระได้ชูประเด็นว่า คาแรกเตอร์สาวเก่งสุดชิคเหล่านี้แทบจะถูกผูกขาดไว้กับนักแสดงหญิงผิวขาว ในขณะที่นักข่าวหญิงผิวสีมักจะถูกเหมารวม (Stereotype) ให้รับบทเป็นเจ้านายบ้างานจนชีวิตส่วนตัวพังพินาศ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ Joe Saltzman จากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย ที่พบว่านักข่าวในภาพยนตร์ฮอลลีวูดกลุ่มนี้กว่า 70% ล้วนเป็นคนผิวขาว



เมื่อบริบทสังคมเปลี่ยน พล็อต ‘รอมคอม’ ก็ต้องรื้อใหม่

 

เมื่อขยับมามองในเลนส์ของยุคปัจจุบัน  เราจะพบว่า ‘บริบทของสังคม’ ได้เข้ามาเปลี่ยนทิศทางพล็อตหนังรอมคอมไปอย่างสิ้นเชิง ในอดีต ฮอลลีวูดมักจะเชิดชูวัฒนธรรมบ้างาน  การทนรองรับอารมณ์ ‘เจ้านายสุดท็อกซิก’ เพื่อแลกกับตำแหน่ง หรือการทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ผู้ชายมาครอบครอง ถือเป็นเรื่องโรแมนติกที่ยอมรับได้

แต่คนดูยุคนี้ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต และ Work-Life Balance  หากมีหนังสร้างให้นางเอกยอมอดนอน 3 วันติดเพื่อปั่นคอลัมน์ให้เจ้านายจอมวีน คนดูยุคนี้คงตะโกนบอกให้เธอไปฟ้อง HR หรือไม่ก็ยื่นใบลาออกไปได้เลย

พล็อตเรื่องในปัจจุบันจึงต้องถูกรื้อใหม่ ความขัดแย้ง ไม่ใช่แค่เรื่องเดดไลน์งาน หรือการพยายามเอาชนะใจมหาเศรษฐี แต่เปลี่ยนเป็นการตามหา ‘คุณค่าในตัวเอง’ (Self-worth) การรับมือกับภาวะหมดไฟ (Burnout) หรือการเดตในยุคแอปพลิเคชันที่เต็มไปด้วยความฉาบฉวย อาชีพของนางเอกก็ขยับขยายไปสู่สายเทคฯ พอดแคสเตอร์ หรือสตาร์ทอัพที่มีความหลากหลายมกขึ้น และ ‘Happy Ending’ ยุคนี้ ไม่จำเป็นต้องจบลงที่งานแต่งงานเสมอไป แต่อาจหมายถึงการมีอิสรภาพทางการเงิน และการรักตัวเองได้อย่างเต็มหัวใจ
 

ถึงแม้ค่านิยมจะเปลี่ยนไป แต่ความโหยหาในตัวคาแรกเตอร์นางเอกยุค 2000s กลับไม่เคยจางหาย Ashlyn Vincent จาก a magazine สรุปไว้อย่างตรงจุดว่า ภาพลักษณ์ 'It-Girl' ไม่ได้ตายจากไปไหน แต่มันถูกแปรสภาพเป็นไลฟ์สไตล์ของ ‘อินฟลูเอนเซอร์’ บน TikTok และ Instagram

ทำไมนางเอกรอมคอม 2000s ถึงยังส่งอิทธิพลต่อเทรนด์สาวยุคปัจจุบัน?

ที่น่าสนใจที่สุดคือ กระแสความคิดถึงกลิ่นอาย Y2K ได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาในรูปแบบของเทรนด์แฟชั่น ‘Office Siren’ หรือ ‘Corpcore’ วัยรุ่นยุคปัจจุบันพยายาม ‘คอสเพลย์’ เป็นสาวออฟฟิศ สวมแว่นตากรอบเหลี่ยม ใส่เสื้อเชิ้ตเข้ารูป และหยิบแล็ปท็อปไปนั่งพิมพ์งานที่คาเฟ่ พฤติกรรมเหล่านี้คือสิ่งที่เรียกว่าการ Romanticizing Your Life หรือการดึงออร่าตัวแม่มาใช้เพื่อสู้กับความน่าเบื่อของชีวิต

เราอาจจะไม่ได้อยากทนปั่นต้นฉบับหามรุ่งหามค่ำแบบนางเอกในอดีต แต่สิ่งที่เราต้องการ คือ ‘ความรู้สึก’ ของการเป็นผู้หญิงเก่งที่สามารถควบคุมสไตล์และชีวิตของตัวเองได้อย่างสง่างามนั่นเอง

ทำไมนางเอกรอมคอม 2000s ถึงยังส่งอิทธิพลต่อเทรนด์สาวยุคปัจจุบัน?

 

แม้ความจริงของชีวิตสาวออฟฟิศจะไม่ได้มีตู้เสื้อผ้าแบรนด์เนมให้ใส่ฟรีๆ แบบในจอ แต่เราก็ต้องยอมรับว่า คาแรกเตอร์นางเอกรอมคอมเหล่านี้คือแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เด็กสาวมากมายลุกขึ้นมาแต่งตัว ค้นหาแพสชัน และมีพลังในการใช้ชีวิต เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่มัดใจผู้ชมไม่ใช่แค่กระเป๋าราคาแพง แต่คือการที่เราได้เห็นมนุษย์คนหนึ่งลุกขึ้นสู้กับ ‘เดดไลน์’ และ ‘ความรัก’ ได้อย่างมีสไตล์ที่สุดต่างหาก

 

แล้วคุณล่ะ? มี ‘ตัวแม่’ จากหนังรอมคอมเรื่องไหนที่เป็นไอดอลในดวงใจบ้างหรือเปล่า?

related