ภาพยนตร์ The Social Network : เมื่อเงินและอำนาจทำลายมิตรภาพ ย้อนดูจุดกำเนิด Facebook

ภาพยนตร์ The Social Network : เมื่อเงินและอำนาจทำลายมิตรภาพ ย้อนดูจุดกำเนิด Facebook

ธุรกิจและความทะเยอทะยานเปลี่ยนเพื่อนรักให้เป็นศัตรูได้อย่างไร? ย้อนดูจุดกำเนิด Facebook ผ่านเลนส์ภาพยนตร์ The Social Network ที่จี้จุดรอยร้าวของความสัมพันธ์ที่แตกสลาย

เมื่อเงินและอำนาจฆ่ามิตรภาพและกลืนกินความผูกพัน

ธุรกิจ ความทะเยอทะยาน และเงินตราเปลี่ยนเพื่อนรักให้กลายเป็นศัตรูได้อย่างไร ? ย้อนดูจุดกำเนิด Facebook ผ่าน การเล่าเรื่องของภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยม จี้จุดรอยร้าวของความสัมพันธ์ที่แตกสลายจากเพื่อนกลายเป็นคนอื่น ?

เมื่อธุรกิจ เงิน และอำนาจ กลืนกินความผูกพัน

ในโลกของการแข่งขันที่เดิมพันด้วยมูลค่ามหาศาล ธุรกิจ ความทะเยอทะยาน เงินตรา และอำนาจ มักเป็นบททดสอบที่โหดร้ายที่สุดสำหรับความเป็นมนุษย์ 


สิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนสนิมที่ค่อยๆ กัดกร่อนความผูกพันที่เคยแข็งแกร่งให้เปราะบางลง เมื่อผลประโยชน์ก้าวเข้ามาแทนที่ความไว้ใจ ความสัมพันธ์ที่เคยแน่นแฟ้นก็อาจพังลงได้อย่างง่ายดาย 

อำนาจไม่เพียงแต่เปลี่ยนวิถีชีวิต แต่ยังบิดเบือนความคิด บิดเบือนุมองที่เรามีต่อคนรอบข้าง ทำให้บางครั้งคนเราพร้อมที่จะเหยียบย่ำความผูกพัน เพียงเพื่อรักษาพื้นที่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่ธุรกิจ

The Social Network:  ภาพยนตร์เล่าจุดกำเนิด Facebook ธุรกิจ ความทะเยอทะยาน กลืนกินความผูกพัน

บททดสอบของความสัมพันธ์ในชื่อคำว่าเพื่อน

จากอิทธิพลของผลประโยชน์ เมื่อเรามองลึกลงไปถึงแก่นแท้ของความสัมพันธ์ในเรื่อง 'เพื่อน' เราจะพบว่ามิตรภาพมักก่อตัวขึ้นจากความเรียบง่าย ในวันที่ไม่มีอะไรจะเสียหรือยังไม่มีผลประโยชน์ใดๆ มาเกี่ยวข้อง การเป็นเพื่อนกันคือเรื่องง่ายดาย 

แต่เมื่อความสำเร็จและเงินตราก้าวเข้ามา ความสัมพันธ์มักเกิดความไม่เท่าเทียม เมื่อคนหนึ่งกลายเป็นศูนย์กลางของแสงสว่าง อีกคนกลับเริ่มรู้สึกเหมือนถูกผลักให้กลายเป็นเพียงส่วนเกิน 

มิตรภาพจึงถูกท้าทายอย่างหนักว่า ท้ายที่สุดแล้วเรายังให้ค่ากับคนที่เคยร่วมสร้างทุกอย่างมาด้วยกัน หรือมองเห็นเพื่อนเป็นเพียงแค่บันไดก้าวหนึ่งที่หมดประโยชน์เมื่อเราปีนขึ้นสู่จุดหมาย

The Social Network:  ภาพยนตร์เล่าจุดกำเนิด Facebook ธุรกิจ ความทะเยอทะยาน กลืนกินความผูกพัน

ภาพยนตร์ The Social Network และกำเนิด Facebook

ในโลกภาพยนตร์ยุคหลังๆ ไม่มีชิ้นงานใดที่จะตีแผ่และสะท้อนสัจธรรมข้อนี้ได้เท่าภาพยนตร์เรื่อง The Social Network (2010) ภาพยนตร์เมื่อ 16 ปีที่แล้ว ที่ได้พาเราย้อนกลับไปสู่จุดกำเนิดของแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Facebook ผ่านเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง Mark Zuckerberg และเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขา Eduardo Saverin 

ในตอนต้น Eduardo คือผู้สนับสนุนทั้งกำลังใจและเงินทุนก้อนแรก เขาเชื่อมั่นในตัว Mark ตั้งแต่โปรเจกต์ยังจำกัดอยู่แค่ในรั้วมหาวิทยาลัย ทว่าเมื่อธุรกิจขยายตัว Sean Parker ได้ก้าวเข้ามาในฐานะตัวเร่งปฏิกิริยา นำพามนต์เสน่ห์แห่งซิลิคอนวัลเลย์และภาพฝันที่ยิ่งใหญ่กว่ามาปลูกฝังในหัวของ Mark

การหักหลังในเรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากการสาดเสียเทเสีย ทว่าเกิดขึ้นจากระยะห่างเล็กๆ ที่สะสมเรื่อยมา จนนำไปสู่จุดแตกหักที่เลือดเย็นที่สุด นั่นคือการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายและสัญญาธุรกิจหลอกให้ Eduardo เซ็นลดสัดส่วนหุ้นของตนเองจาก 34% เหลือเพียงไม่ถึง 0.03% ความเจ็บปวดไม่ได้อยู่ที่มูลค่าเงินที่สูญเสียไป 
.
แต่มันคือการที่คนที่เขาเรียกว่าเพื่อนสนิท ใช้กระดาษไม่กี่แผ่นเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการว่า "แกถูกตัดออกจากสิ่งที่เราร่วมกันสร้างมาแล้ว"

The Social Network:  ภาพยนตร์เล่าจุดกำเนิด Facebook ธุรกิจ ความทะเยอทะยาน กลืนกินความผูกพัน

หนังมิตรภาพที่เฝ้าดูเพื่อนค่อยๆ ตายลงช้าๆ และทรมาน

ในอีกมุมหนึ่ง ภาพยนตร์ไม่ได้วาดภาพให้ Mark เป็นเพียงคนเลวร้ายโดยสันดาน แต่สะท้อนภาพของมนุษย์ที่โหยหาการยอมรับ ขาดความมั่นคงทางจิตใจ และบกพร่องในทักษะทางสังคมอย่างรุนแรง 

ความย้อนแย้งของเรื่องนี้คือ ชายผู้สร้างโครงสร้างเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงผู้คนนับร้อยล้านคนทั่วโลกเข้าด้วยกัน กลับเป็นผู้ที่ลงมือตัดขาดและทำลายสายใยความสัมพันธ์ในโลกความจริงของตัวเองไปทีละคน 

ฉากสุดท้ายที่เขานั่งกด Refresh หน้าจอเพื่อรอรับการตอบรับจากเพื่อนเก่าเพียงลำพัง คือบทสรุปของราคาที่ต้องจ่ายให้กับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่

ภาพยนตร์ The Social Network ไม่ใช่เพียงแค่หนังประวัติศาสตร์วงการไอที แต่มันคือหนังมิตรภาพที่ไม่มีใครพูดคำว่า “มิตรภาพ” ออกมามากนัก แต่ทว่าแก่นของทั้งเรื่อง...คือการนั่งดูมิตรภาพหนึ่งค่อยๆ ตายลงไปอย่างช้าๆ เท่านั้นเอง
.
 

related