
SHORT CUT
'หูฟังมีสาย' กลายเป็นเครื่องประดับยอดฮิตที่ได้รับอิทธิพลจากกระแส Y2K และการใช้งานของเหล่าดารา/นางแบบระดับโลก (เช่น Bella Hadid, Zendaya) สื่อถึงความเท่แบบไม่ต้องพยายาม
ผู้บริโภคหันมาเลือกใช้ 'หูฟังมีสาย' เพราะราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่าหูฟังไร้สายมาก (เช่น Apple EarPods ราคาหลักร้อย เทียบกับ AirPods หลักพัน) รวมถึงตัดปัญหาเรื่องต้องคอยชาร์จแบตเตอรี่และปัญหาสัญญาณบลูทูธหลุด
การใส่ 'หูฟังมีสาย' เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าต้องการถอยห่างจากโลกดิจิทัลที่รวดเร็วเกินไป และทำหน้าที่เป็นเหมือนป้าย "ห้ามรบกวน" (Do Not Disturb) ที่คนภายนอกสังเกตเห็นได้ชัดเจนกว่าหูฟังไร้สาย
แม้จะกลับมาได้รับความนิยมสักพักแล้ว แต่ 'หูฟังมีสาย' ยังเป็นแฟชั่นที่ได้ไปต่อ บางคนยังมองว่าเป็นการแสดงออกถึงการไม่วิ่งตามเทคโนโลยี ที่สำคัญถูกและใช้งานง่าย
ถือว่ายังคงมาแรงข้ามปีสำหรับ 'หูฟังมีสาย' เมื่ออุปกรณ์เทคโนโลยีธรรมดาๆ กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นในวัฒนธรรมป๊อป และไม่ใช่แค่นั้นแต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการหลีกหนีความวุ่นวายทางเทคโนโลยีอีกด้วย ทำให้มีคนรุ่นใหม่ไม่น้อยเริ่มหันมาใช้หูฟังมีสายกันมากขึ้น และที่สำคัญเจ้าแกตเจ็ตตัวนี้ (บางรุ่น) ยังมีราคาถูกกว่าหูฟังแบบไร้สายเสียอีก
กระแสของ 'หูฟังมีสาย' เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ตามการกลับมาของแฟชั่นแนว Y2K ที่คนรุ่นใหม่เริ่มฮิตกันเมื่อไม่กี่ปีก่อน และได้รับความนิยมไปจนถึงพบเห็นได้ตามแฟชั่นวีคเลยทีเดียว โดยเฉพาะหูฟังสีขาวล้วนสไตล์มินิมอลจาก Apple เพราะเหล่าดารานางแบบตัวแม่ใส่เดินถนนกันเพียบ
ไม่ว่าจะเป็น Emily Ratajkowski, Zendaya, Bella Hadid และ Lily-Rose Depp นอกจากนี้ยังมีแฟชั่นไอคอนอีกหลายคนที่ใช้หูฟังมีสายในงาน New York Fashion Week 2025 และหลังจากนั้นมันก็เริ่มเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าแกตเจ็ตชิ้นนี้กำลังกลายเป็น 'It-accessory' หรือเรียกได้ว่า 'ของมันต้องมี'
ปัจจัยหนึ่งที่เชื่อว่ามีส่วนทำให้หูฟังมีสายธรรมดาของ Apple เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นนั่นก็เป็นเพราะมีราคาที่จับต้องได้ เพราะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 17-19 ดอลลาร์ (ประมาณ 500-600 บาท) เรียกได้ว่าถูกกว่า AirPods ที่มีราคาในไทยเริ่มต้นประมาณ 4,790 บาท
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้บางคนเริ่มหันมาใช้หูฟังมีสายก็คือ ปัญหาการลืมชาร์จแบตและสัญญาณหลุดระหว่างการใช้งานที่เกิดขึ้นจากการใช้หูฟังแบบบลูทูธ
ความฮิตของหูฟังมีสายนั้นถึงขั้นกับมีการสร้างอินสตาแกรม wireditgirls เพื่อนำเสนอภาพคนใส่หูฟังมีสายใช้ชีวิตประจำวันทั่วไป ไปจนถึงการถ่ายแบบ นอกจากแคมเปญแฟชั่นแบรนด์ดังอย่าง Balenciaga ที่มีนางแบบ Mona Tougaard นอนเอนกายอยู่บนเตียง พร้อมหูฟังมีสายเพื่อตอกย้ำเทรนด์นี้ด้วย
นอกจากจะเป็นหนึ่งในแฟชั่นที่ได้รับความนิยมแล้ว 'หูฟังมีสาย' สำหรับใครบางคนกลับซ่อนอะไรไว้มากกว่านั้น ข้อมูลจาก The Guardian ระบุว่าในคนรุ่นใหม่บางกลุ่มการที่เลือกใช้หูฟังมีสายนั้นก็เพราะต้องการแสดงออกว่า 'ต้องการหลบหนีออกจากโลกของเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล'
Daniel Rodgers บรรณาธิการข่าวแฟชั่นของ British Vogue กล่าวถึงกระแสนี้ว่า มันเป็นการสื่อว่า ฉันดูเท่ได้แบบไม่ต้องพยายาและดูไม่ยี่หระต่อสิ่งใด มันได้กลายเป็นเครื่องประดับที่หยิบมาแต่งตัวได้แบบจริงจังไปแล้ว ซึ่งในวันนี้เทคโนโลยีก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วจนเหมือนกับว่าทุกคนต้องวิ่งตามให้ทัน หูฟังมีสายจึงมีความหมายมากกว่าความสวยงาม
"มันคือวิธีแบบแอนะล็อกในการเลือกถอยออกมา ทั้งจากเทคโนโลยีและชีวิตที่วุ่นวาย" Daniel Rodgers กล่าว และยังมองว่า หูฟังมีสายมองเห็นได้ชัดเจนกว่า AirPods และให้ความรู้สึกเหมือนคนที่ใส่อยู่กำลังส่งสัญญาณบอกสังคมว่า 'อย่ารบกวน'
สัญลักษณ์นี้ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนบนหน้าปกนิตยสาร New York Magazine ฉบับล่าสุด ซึ่งเป็นภาพเหล่าคนดังขณะขึ้นรถไฟใต้ดินโดยที่ทุกคนสวมเครื่องประดับชิ้นเดียวกัน นั่นก็คือ 'หูฟังมีสาย' โดย Hannah La Follette Ryan ช่างภาพและผู้เป็นเจ้าของบัญชีอินสตาแกรม subwayhands ที่คอยบันทึกภาพชาวนิวยอร์กบนระบบขนส่งสาธารณะมองว่า การกลับมาของหูฟังมีสายครั้งนี้มาจากความเหนื่อยล้าทางดิจิทัล “ใครจะอยากมีอุปกรณ์ราคาแพงที่รวนง่ายและต้องคอยชาร์จแบตเพิ่มอีกชิ้น?” เธอกล่าว
ด้าน Tom Morgan-Freelander รองบรรณาธิการนิตยสารเทคโนโลยี Stuff มองว่าทุกวันนี้ก็เริ่มเห็นเทคโนโลยีแบบย้อนยุคกลับมา 'นั่นทำให้แบรนด์ต่างๆ เริ่มกลับมาผลิตหูฟังมีสายอีกครั้ง' และยังกล่าวเสริมว่าผู้บริโภคที่เป็นคนรุ่นใหม่บางส่วนเริ่มหันมาใช้หูฟังมีสายกันมากขึ้นเพราะรู้สึกว่าคุณภาพเสียงดีกว่าแบบบลูทูท
แม้ว่า 'หูฟังมีสาย' จะกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีข้อเสียอยู่เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเก็บสายที่ค่อนข้างยุ่งยากเพราะสายพันกัน หรือสายขาดเนื่องจากไปเกี่ยวกับของอย่างอื่น แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำคัญที่ทำให้มันลดความนิยมลง เพราะตามที่กล่าวไปข้างต้นว่านอกจากเรื่องของแฟชั่นแล้วหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ผู้คนหันมาซื้อหูฟังมีสายมากขึ้นก็เพราะว่ามีราคาถูกกว่าหูฟังไร้สายหลายรุ่น
ปัจจุบันนี้ 'หูฟังมีสาย' อาจกลายเป็นตัวเลือกของคนรักแฟชั่น ต้องการหลีกหนีเทคโนโลยี หรืออยากอยู่แบบปลีกวิเวก แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าเทรนด์นั่นหมายความว่ามันสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เพราะทุกวันนี้ AirPods ก็ยังคงเป็นสินค้าขายดีที่สุดของร้าน Currys ในอเมริกา แต่ทางร้านก็รายงานว่ายอดขายหูฟังครอบหูอย่าง Beats Solo 4 พุ่งสูงขึ้นถึง 193% ตั้งแต่ปีที่แล้ว
ที่มา : The Guardian, cosmopolitan