
SHORT CUT
ทำไมพฤติกรรม "ล่วงละเมิดทางเพศ" ถึงเกิดบ่อย อาจเพราะสังคมมักมองการคุกคามทางเพศเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือ "เรื่องตลก" ทำให้ผู้กระทำไม่ตระหนักว่าเป็นการละเมิดสิทธิผู้อื่น
ข่าวการล่วงละเมิดทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นกรณีนักการเมือง คนดัง หรือบุคคลใกล้ตัว กลายเป็นหัวข้อที่ปรากฏบนหน้าสื่อไทยอยู่บ่อยครั้ง ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ข้อมูลจาก UNODC ระบุว่าเกือบ 90% ของคดีล่วงละเมิดทางเพศในไทย "ไม่ถูกรายงาน" นั่นหมายความว่าความจริงที่เกิดขึ้นมีมากกว่าที่เห็นอีกหลายเท่าตัว
การคุกคามทางเพศ (Sexual Harassment) ไม่ได้หมายถึงแค่การข่มขืน แต่รวมถึงการพยายามข่มขืน และทุกพฤติกรรมที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม ตั้งแต่การใช้สายตาจ้องมอง การผิวปากแซว การพูดจาแทะโลม ไปจนถึงการส่งข้อความลามก
ปัญหาคือสังคมส่วนหนึ่งยังไม่รู้สึก "ซีเรียส" กับพฤติกรรมเหล่านี้ และมักลดทอนความรุนแรงด้วยคำว่า "แค่หยอกๆ" หรือมองว่าเป็นเรื่องตลกขบขัน ทำให้ผู้กระทำไม่ตระหนักว่าสิ่งที่ทำคือการละเมิด
ดร.วราภรณ์ แช่มสนิท ผู้เชี่ยวชาญด้านเพศวิถี ชี้ให้เห็นว่าสังคมไทยมีค่านิยมที่ปลูกฝังมาแตกต่างกันระหว่างเพศ
ปัญหานี้มักเกิดขึ้นเมื่อฝ่ายหนึ่งมี "อำนาจ" เหนือกว่าอีกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นในมิติของอายุ อาชีพ ชื่อเสียง ตำแหน่งหน้าที่ หรือฐานะทางการเงิน ในสังคมที่ยังมีความ "ยำเกรง" ผู้มีหน้ามีตา ทำให้ผู้ถูกกระทำ โดยเฉพาะผู้หญิง มักถูกตีกรอบว่าการถูกล่วงละเมิดเป็นเรื่อง "เสียหาย" และน่าอับอาย จนไม่กล้าลุกขึ้นมาโต้ตอบหรือแจ้งความ
ในยุคโซเชียลมีเดีย เราเห็นการนำเรื่องเพศมาเป็นจุดขายทางธุรกิจมากขึ้น การทำคอนเทนต์ในลักษณะลวนลามหรือแทะโลมกันเพื่อความบันเทิง ไม่ว่าเพศใดเป็นผู้กระทำ กลายเป็นการสร้างภาพจำซ้ำๆ ว่าสิ่งนี้ "ทำได้" และ "สนุก" สภาวะแวดล้อมนี้ทำให้เราละเลยการสอนเรื่อง "การเคารพในเนื้อตัวร่างกาย" ของทั้งตนเองและผู้อื่นอย่างเข้มข้น
ตราบใดที่สังคมยังมองว่าการล่วงละเมิดเป็นเพียง "ปัญหาส่วนบุคคล" ปัญหานี้จะไม่มีวันหมดไป สิ่งที่สังคมไทยต้องเร่งทำคือ
แม้ปัจจุบันคนรุ่นใหม่จะเริ่มออกมาส่งเสียงไม่ยอมรับความรุนแรงทางเพศมากขึ้น แต่การจะก้าวข้ามปัญหานี้ไปได้ จำเป็นต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนทุกช่วงวัย เพื่อให้พฤติกรรมการคุกคามทางเพศ "ไม่ใช่เรื่องปกติ" ในสังคมเราอีกต่อไป
ที่มา : Thailand Institute of Justice (TIJ)