
SHORT CUT
ทำไมพอกลับจากวันหยุดยาว หลายคนถึงรู้สึกหมดแรง เบื่องาน และเริ่มตั้งคำถามจริงจังว่า ถึงเวลาหางานใหม่แล้วหรือยัง
หลังวันหยุดยาว หลายคนไม่ได้แค่รู้สึก “ขี้เกียจกลับมาทำงาน” แต่กลับรู้สึกหมดแรง เบื่อหน่าย หรือถึงขั้นตั้งคำถามกับงานที่ตัวเองทำอยู่ ความรู้สึกแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะการกลับเข้าสู่จังหวะเดิมของชีวิตหลังได้พักเต็มที่ มักทำให้เราเห็นความต่างอย่างชัดเจน ระหว่างชีวิตที่ได้หายใจโล่งๆ กับชีวิตที่เต็มไปด้วยเดดไลน์ ความกดดัน และความคาดหวังในที่ทำงาน
งานวิจัยจำนวนไม่น้อยชี้ว่า วันหยุดช่วยให้สุขภาพกายใจของคนทำงานดีขึ้นจริง ความเครียดลดลง อารมณ์ดีขึ้น และความรู้สึกเหนื่อยล้าก็บรรเทาลงในช่วงที่ได้พัก แต่ปัญหาคือ ผลดีเหล่านี้มักอยู่ได้ไม่นาน หลายคนกลับมาทำงานเพียงไม่กี่วันก็รู้สึกเหมือนพลังที่ชาร์จมาเริ่มหายไปอย่างรวดเร็ว นั่นทำให้ “อาการแผ่วหลังวันหยุด” กลายเป็นประสบการณ์ร่วมของคนทำงานจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกเฉาๆ ในช่วงแรกไม่ได้แปลว่าเราต้องลาออกทันที เพราะในหลายกรณี มันอาจเป็นเพียงช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างโหมดพักผ่อนกับโหมดทำงาน สมองและอารมณ์ต้องใช้เวลาปรับตัว งานบางชิ้นยังพบด้วยว่า หลังกลับมาทำงานได้ราวสองสัปดาห์ คนทำงานจำนวนหนึ่งกลับรู้สึกว่าตัวเองมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นด้วยซ้ำ ดังนั้นความเบื่อหรืออ่อนล้าในช่วงสั้นๆ อาจเป็นเรื่องธรรมดาที่ค่อยๆ ดีขึ้นได้
แต่ในอีกด้านหนึ่ง วันหยุดก็ทำหน้าที่เหมือนกระจก มันเปิดโอกาสให้เราได้ถอยออกมาจากวงจรเดิม แล้วมองงานของตัวเองอย่างตรงไปตรงมามากขึ้น บางคนจึงเพิ่งตระหนักหลังหยุดยาวว่า ที่ผ่านมาไม่ได้แค่เหนื่อยชั่วคราว แต่กำลังอยู่ในภาวะหมดไฟสะสมจากการทำงานหนักเกินไป เจอหัวหน้าที่สร้างแรงกดดัน อยู่ในวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นพิษ หรือทำงานในระบบที่ออกแบบมาไม่สมดุลตั้งแต่ต้น
นี่คือเหตุผลว่าทำไมหลายองค์กรที่พยายามแก้ปัญหาด้วยกิจกรรมแนวสุขภาพใจแบบผิวเผิน เช่น เวิร์กช็อปลดเครียด โยคะในออฟฟิศ หรือโปรแกรมสร้างแรงบันดาลใจ จึงอาจไม่ได้ช่วยอะไรนัก หากต้นตอของปัญหายังอยู่เหมือนเดิม ต่อให้มีของว่างฟรี มีนวดในที่ทำงาน หรือมีคอร์สฝึกสติแค่ไหน ก็ยากจะชดเชยได้ หากพนักงานยังต้องเผชิญภาระงานล้นมือ การจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพ หรือบรรยากาศการทำงานที่บั่นทอนใจทุกวัน
สิ่งที่จำเป็นจริงๆ คือการสร้างที่ทำงานที่ปลอดภัยทางใจ ให้คนทำงานรู้สึกว่าตัวเองสามารถพูดถึงปัญหา ขอความช่วยเหลือ หรือสะท้อนความกดดันได้โดยไม่ต้องกลัวผลกระทบตามมา ควบคู่กับการจัดระบบงานให้สมเหตุสมผล ทั้งเรื่องภาระงาน เวลา การสนับสนุนจากหัวหน้า และความยืดหยุ่นในการทำงาน เพราะหลายครั้ง ความเหนื่อยไม่ได้มาจากตัวงานเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการต้องแบกรับชีวิตทั้งในและนอกที่ทำงานพร้อมกันโดยไม่มีพื้นที่ให้หายใจ
ถ้าหลังกลับมาทำงานไปแล้วหลายสัปดาห์ คุณยังรู้สึกแย่เหมือนเดิม หรือยิ่งชัดขึ้นว่าคุณไม่อยากกลับไปอยู่ในสภาพแวดล้อมนั้นอีก นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “อาการหลังวันหยุด” แต่อยู่ที่งานนั้นจริงๆ ขั้นแรกอาจเป็นการลองคุยกับหัวหน้า ขอความยืดหยุ่นเรื่องเวลา ขอทำงานจากบ้าน หรือพูดตรงๆ ถึงปัญหาที่กำลังเผชิญ แต่ถ้าคุณได้ส่งสัญญาณไปแล้ว และองค์กรยังไม่ขยับแก้เรื่องวัฒนธรรมการทำงาน ภาวะงานล้น หรือคุณภาพของผู้นำ การมองหางานใหม่ก็อาจไม่ใช่การหนีปัญหา แต่เป็นการปกป้องสุขภาพใจของตัวเอง
ในที่สุดแล้ว อาการหมดไฟหลังวันหยุดไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมันบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเรากับงาน บางคนแค่ต้องการเวลาปรับตัว แต่บางคนอาจกำลังได้คำตอบที่ชัดขึ้นว่า งานที่ทำอยู่กำลังพรากพลังชีวิตไปมากกว่าที่ควร และบางครั้ง ความรู้สึกหดหู่ในเช้าวันกลับไปทำงาน ก็ไม่ใช่สัญญาณของความขี้เกียจ แต่อาจเป็นเสียงเตือนเงียบๆ ว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างแล้ว
ที่มา : abc
ข่าวที่เกี่ยวข้อง