เทรนด์ 'กินปลาซาร์ดีน' ช่วยให้ผิวสวย หรือแค่กระแสโลกโซเชียล?

เทรนด์ 'กินปลาซาร์ดีน' ช่วยให้ผิวสวย หรือแค่กระแสโลกโซเชียล?

กำลังเป็นเทรนด์ของสายบิวตี้ สำหรับกระแส 'กินปลาซาร์ดีน' เพื่อช่วยให้ผิวสวย แต่แม้ว่าจะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีแต่ข้อดีเช่นกัน

SHORT CUT

  • ปลาซาร์ดีน อุดมไปด้วยโอเมก้า-3 (EPA และ DHA) สูงมาก ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในการลดการอักเสบของผิว กักเก็บความชุ่มชื้น และช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV อย่างไรก็ตาม การทำงานของวงจรผลัดเซลล์ผิวต้องใช้เวลา คำเคลมบนโซเชียลที่บอกว่ากินแล้วผิวเปลี่ยนใน 3 วันจึง เป็นไปไม่ได้ทางวิทยาศาสตร์ และปลาซาร์ดีนทำหน้าที่ปกป้องผิวไม่ให้แย่ลง มากกว่าการรักษาริ้วรอยหรือฝ้ากระที่มีอยู่แล้ว
  • การจะกินปลาซาร์ดีนให้ได้ปริมาณโอเมก้า-3 มากพอที่จะสร้างเกราะป้องกันผิวตามงานวิจัย (5 กรัม/วัน) ต้องกินถึงวันละ 5 กระป๋อง ซึ่งจะทำให้ร่างกายได้รับ โซเดียมสูงเกินไป เสี่ยงต่ออาการบวมน้ำ โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังมีสารพิวรีนสูงที่กระตุ้นโรคเกาต์ และอาจเสี่ยงต่อการสะสมสารพิษโลหะหนักหากกินในปริมาณมหาศาลติดต่อกัน
  • ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ยกเลิกพฤติกรรมกินปลาซาร์ดีนอย่างเดียวเพื่อดีท็อกซ์ (Sardine Diet) โดยควรกินเพียง 2-3 มื้อต่อสัปดาห์ ควบคู่กับอาหารที่มีประโยชน์อื่นๆ หากต้องการโอเมก้า-3 ปริมาณสูงจริงๆ การปรึกษาแพทย์เพื่อทาน 'อาหารเสริมน้ำมันปลา' จะปลอดภัยกว่า และที่สำคัญที่สุด การมีผิวสวยสุขภาพดีต้องมาจากการดูแลแบบองค์รวม ทั้งโภชนาการที่หลากหลาย การนอนหลับพักผ่อน และการทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอครับ

กำลังเป็นเทรนด์ของสายบิวตี้ สำหรับกระแส 'กินปลาซาร์ดีน' เพื่อช่วยให้ผิวสวย แต่แม้ว่าจะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีแต่ข้อดีเช่นกัน

เมื่อ 'ปลาซาร์ดีนกระป๋อง' อาหารที่ใครหลายคนชอบซื้อเก็บไว้ กลายมาเป็นไอเทมลับบำบัดผิว ที่บิวตี้บล็อกเกอร์และอินฟลูเอนเซอร์ด้านความงามต่างพากันยกย่องให้เป็น สกินแคร์ในกระป๋อง, วิตามินรวมจากธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งโบท็อกซ์จากธรรมชาติ จนเกิดเป็นกระแสไวรัลไปทั่วทั้ง TikTok และ Instagram

CREDIT : Fishwife

จุดเริ่มต้นของกระแสไวรัลบนโลกโซเชียล

กระแสการกินปลาซาร์ดีนกระป๋อง กลับมาบูมอีกครั้งเมื่ออินฟลูเอนเซอร์สายบิวตี้และแฟชั่นที่มีผู้ติดตามหลักล้านอย่าง 'Toni Bravo' ออกมาโพสต์คลิปว่า เคล็ดลับผิวโกลว์ใสขั้นสุดของเธอไม่ได้มาจากเซรั่มราคาแพงจากเกาหลี หรือเครื่องมือดูแลผิวหลักหมื่น แต่คือการกินปลาซาร์ดีนกระป๋องมาตลอดชีวิต

นอกจากนี้ยังมีอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอย่าง 'Ally Renee' ที่มีผู้ติดตามกว่า 1.4 ล้านคน ก็ออกมาตอกย้ำว่า การโตเป็นผู้ใหญ่คือการตระหนักรู้ว่า ปลาซาร์ดีนคือผลิตภัณฑ์อัปเกรดความสวยที่แท้จริง พร้อมโชว์การกินปลาซาร์ดีนคู่กับมันฝรั่งทอด

CREDIT : Fishwife

สำหรับความฮิตของปลาซาร์ดีนในปัจจุบันนั้น เกิดจากการผสมผสาน 3 เทรนด์ใหญ่ในโซเชียลเข้าด้วยกันอย่างลงตัว นั่นก็คือ Tinned Fish Craze กระแสการกินปลาประป๋องสำเร็จรูประดับพรีเมียม, Eating Your Skin Care แนวคิดการกินเพื่อบำรุงผิวจากภายในสู่ภายนอก และ Girl Dinner เทรนด์การจัดจานอาหารว่างแบบง่ายๆ สไตล์ผู้หญิง เช่น การทำบอร์ดปลาซาร์ดีนคู่กับเครื่องเคียงต่างๆ

กระแสนี้ลามไปถึงขั้นเกิดชาเลนจ์ 'Sardine Diet' หรือ 'Sardine Fast' ที่ผู้คนหันมากินแต่ปลาซาร์ดีนอย่างเดียวติดต่อกันหลายวัน เพราะเชื่อว่าจะช่วยลดน้ำหนัก ล้างพิษ ปรับฮอร์โมน และเสกผิวให้ใสเป็นกระจก แบบ Glass Skin ได้ในพริบตา

เปิดข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ปลาซาร์ดีนดีต่อผิวอย่างไร?

CREDIT : Yahoo Health

ข้อมูลส่วนหนึ่งจาก Yahoo Health ระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญและแพทย์ผิวหนังยอมรับว่า ปลาซาร์ดีนเป็นอาหารที่มีสารอาหารสูงมาก และส่งผลดีต่อผิวจริง โดยฮีโร่ตัวจริงก็คือ กรดไขมันโอเมก้า-3 ชนิด EPA และ DHA รวมถึงโปรตีนคุณภาพสูง, วิตามินดี, แคลเซียม, ซีลีเนียม และธาตุเหล็ก

โดยกลไกการทำงานของโอเมก้า-3 ต่อผิวหนังนั้นมีหลายอย่าง ได้แก่

1) ลดการอักเสบ ช่วยควบคุมการอักเสบในชั้นผิวหนังแท้และผิวหนังกำพร้า บรรเทาอาการของโรคผิวหนังอักเสบ เช่น สิว, สะเก็ดเงิน, โรคหน้าแดง และผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

2) เกราะป้องกันแสงแดด บรรเทาความเสียหายของคอลลาเจนที่ถูกทำลายโดยรังสี UV จากแสงแดด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดริ้วรอยก่อนวัยและมะเร็งผิวหนัง

3) กักเก็บความชุ่มชื้น ซึ่งโอเมก้า-3 จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นและซ่อมแซมเกราะป้องกันผิว คนที่ขาดสารนี้ผิวจึงมักจะแห้งกร้านและอักเสบง่าย

4) ฟื้นฟูแผล ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ส่งผลให้สารอาหารไปเลี้ยงผิวได้ดีและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น

ทั้งนี้ 'Shira Wieder' อาจารย์ด้านการบำบัดผิวหนังระบุว่า ข้อดีของซาร์ดีนเมื่อเทียบกับปลาตระกูลโอเมก้า-3 ชนิดอื่น เช่น แซลมอน แมคเคอเรล แอนโชวี่ คือ ปลาซาร์ดีนมีสาร EPA และ DHA เข้มข้นสูงมาก ทำให้ร่างกายนำไปใช้ปกป้องผิวจากรังสี UVB ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่านั่นเอง

ข้อเสียของการกินปลาซาร์ดีน ที่อินฟลูเอนเซอร์ไม่ได้บอก

แม้ว่าปลาซาร์ดีนจะมีประโยชน์จริง แต่แพทย์และนักโภชนาการเตือนว่า ข้อมูลบน TikTok นั้นเกินจริงไปมาก โดยเฉพาะการที่บางคนเคลมว่ากินแล้วจะเห็นว่าผิวเปลี่ยนภายใน 3 วัน ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์เป็นไปไม่ได้ เพราะวงจรการผลัดเซลล์ผิวไม่ได้ทำงานเร็วขนาดนั้น

ซึ่ง Shira เปิดเผยว่าตามข้อมูลวิจัย คนเราต้องได้รับโอเมก้า-3 สูงถึง 5 กรัมต่อวัน ติดต่อกันนาน 10 -12 สัปดาห์ หรือประมาณ 3 เดือน ผิวถึงจะเริ่มสร้างกลไกปกป้องตัวเองจากแสงแดดได้

นอกจากนี้ปริมาณที่ต้องกินก็อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ด้วย ถ้าต้องกินโอเมก้า-3 ให้ครบ 5 กรัมต่อวันจากปลาซาร์ดีน ก็จะต้องกินปลาซาร์ดีนกระป๋องถึงวันละ 5 กระป๋อง ซึ่งเป็นปริมาณที่มากเกินไปและส่งผลเสียต่อร่างกายรุนแรงได้

เพราะปลาซาร์ดีนกระป๋องมักถูกอัดด้วยเกลือเพื่อการถนอมอาหาร ทำให้มีโซเดียมสูงมาก การกินมากไปจะทำให้ร่างกายบวมน้ำ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ ไม่ใช่แค่นั้นแต่ยังเสี่ยงเรื่องสารพิษตกค้างอีกด้วย แม้ปลาซาร์ดีนจะอยู่ล่างๆ ของห่วงโซ่อาหารทำให้มีสารปรอทต่ำ แต่การกินปริมาณมหาศาลอาจทำให้ร่างกายสะสมโลหะหนักชนิดอื่นแทน เช่น สารหนู

รวมถึงยังไปกระตุ้นโรคเกาต์ เพราะมีสารพิวรีนสูงมาก ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นกรดยูริกในร่างกาย อาจกระตุ้นให้โรคเกาต์กำเริบในกลุ่มคนที่มีความเสี่ยง สำหรับความเสี่ยงอื่นๆ ก็คือ ปริมาณฮิสตามีนที่สูงอาจกระตุ้นให้เกิดไมเกรน อาการกรดไหลย้อน หรืออาการคลื่นไส้ในบางคน

ที่สำคัญปลาซาร์ดีนทำหน้าที่เป็นกลไกป้องกันมากกว่า หมายความว่ามันช่วยป้องกันไม่ให้ผิวแย่ลง แต่ไม่ได้ช่วยให้ผิวดูดีขึ้นทันตา เช่น มันไม่สามารถลบล้างริ้วรอยที่มีอยู่แล้ว ไม่สามารถย้อนวัยผิวที่พังจากแดด ไม่สามารถรักษาฝ้ากระจุดด่างดำให้หายไปได้ และที่สำคัญคือ ไม่สามารถใช้ทดแทนครีมกันแดด SPF ได้

สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำก็คือ ควรหยุดทำตามเทรนด์สุดโต่งอย่าง Sardine Diet ที่กินแต่ปลาซาร์ดีนอย่างเดียวเพื่อดีท็อกซ์ เพราะร่างกายไม่สามารถเปลี่ยนผิวได้จากอาหารเพียงชนิดเดียวในเวลาไม่กี่วัน ผิวที่สุขภาพดีต้องอาศัยสารอาหารที่หลากหลายทำงานร่วมกัน เช่น วิตามินซีเพื่อสร้างคอลลาเจน และซิงค์ เพื่อคุมสิวและสมานแผล

และควรกินปลาซาร์ดีน หรือปลาทะเลที่มีไขมันดีชนิดอื่น เพียง 2-3 มื้อต่อสัปดาห์ ก็เพียงพอแล้วสำหรับการดูแลสุขภาพโดยรวม และจำเป็นที่จะต้องกินคู่กับอาหารอย่างอื่นที่มีประโยชน์ด้วย

ถ้าหากต้องการผลลัพธ์ในการปกป้องผิวให้ได้โอเมก้า-3 ครบ 5 กรัมจริงๆ แพทย์แนะนำให้ทานในรูปแบบอาหารเสริมน้ำมันปลามากกว่า แทนที่จะฝืนกินปลาวันละ 5 กระป๋อง ซึ่งปลอดภัยและควบคุมปริมาณโซเดียมได้ดีกว่า แต่สำหรับบางคนก็อาจมีผลข้างเคียงที่ตามมาจากอาหารเสริมเช่นเดียวกัน ทางที่ดีคือการเลือกกินอาหารทั่วไปให้ครบ 5 หมู่ก่อนเป็นอันดับแรกจะดีกว่า แล้วปรึกษาแพทย์ในการกินวิตามินเสริมทีหลัง

อาจเรียกได้ว่าปลาซาร์ดีนเป็นอาหารชั้นเลิศที่ช่วยบำรุงผิวและร่างกายได้ดีในราคาประหยัด แต่มันไม่ใช่  'ยารักษาสารพัดโรค' หรือ 'อาหารวิเศษ' ที่จะเนรมิตให้ผิวสวยใสได้ในข้ามคืนเหมือนที่ TikTok รีวิว การมีผิวที่สวยสุขภาพดียังคงต้องพึ่งพาภาพรวมของไลฟ์สไตล์ ทั้งการกินอาหารครบหมู่ การนอนหลับพักผ่อน การดื่มน้ำ การจัดการความเครียด และการทาครีมกันแดดเป็นหลัก

ที่มา : Yahoo HealthNBC News

related