
SHORT CUT
สถิติชี้ Gen Z ดื่มแอลกอฮอล์และใช้สารเสพติดลดลงต่ำสุดในรอบ 30 ปี แต่เบื้องหลังอาจไม่ใช่แค่การรักสุขภาพ ทว่ามาจากความโดดเดี่ยวและแรงกดดันทางสังคม
รายงานฉบับใหม่และข้อมูลจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ซึ่งติดตามพฤติกรรมการใช้สารเสพติดของเยาวชนมากว่าครึ่งศตวรรษ เผยให้เห็นเทรนด์ที่น่าสนใจว่า 'วัยรุ่น Gen Z ในปัจจุบัน 'บริโภคแอลกอฮอล์และสารเสพติดลดลง' อย่างมีนัยสำคัญ โดยสถิตินี้เริ่มลดลงตั้งแต่ช่วงปลายยุค 90 และเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงต้นยุค 2010
ข้อมูลระบุว่า ในปีล่าสุด นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่รายงานว่าดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีเพียง '41%' ซึ่งลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับ '75%' ในปี 1997 เทรนด์การงดเว้นนี้ยังครอบคลุมไปถึงการใช้กัญชาที่ลดลงสู่จุดต่ำสุดในรอบกว่า 30 ปี (เหลือเพียง 26%) รวมถึงการสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่ลดลงเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยชี้ว่าปรากฏการณ์ที่วัยรุ่นยุคนี้ อาจไม่ได้มาจากความตั้งใจที่จะ 'รักษาสุขภาพ' เพียงอย่างเดียว
Richard Miech หัวหน้านักวิจัยของ MTF ระบุว่า การใช้สารเสพติดและแอลกอฮอล์เป็นกิจกรรมทางสังคม แต่ปัจจุบันมีเด็กจำนวนมากขึ้นที่ไม่ได้ใช้สารใดๆ เลย ซึ่งนำไปสู่คำถามที่ว่า เกิดอะไรขึ้นกับสังคมของวัยรุ่นยุคนี้?
Rachel Janfaza นักวิจัยด้าน Gen Z ชี้ให้เห็นว่า เยาวชนกลุ่มนี้เติบโตมาในยุคที่วัยเด็กถูกบิดเบือนจากโรคระบาดใหญ่ และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดีย ทำให้พวกเขากลายเป็นเจเนอเรชันที่ 'มีความโดดเดี่ยวสูง'
ความเปลี่ยนแปลงทางสังคม : ผลกระทบจากโควิด-19 เปลี่ยนรูปแบบการเข้าสังคมของเด็กและวัยรุ่นอย่างสิ้นเชิง พวกเขาเผชิญกับความเหงาที่เพิ่มสูงขึ้น และเปลี่ยนพฤติกรรมการพบปะสังสรรค์ไปอยู่บนโลกออนไลน์เป็นหลัก ทำให้หลายคนไม่มีเพื่อนที่จะมา 'ชนแก้ว' ด้วยในโลกความเป็นจริง
ค่านิยมรูปร่างและสุขภาพ : แรงกดดันด้านรูปร่างหน้าตาส่งผลกระทบต่อทั้งชายและหญิงอย่างหนัก โดยเฉพาะกระแสการใช้ปากกาลดน้ำหนัก (GLP-1) และค่านิยม 'Looksmaxxing' หรือการยกระดับรูปร่างหน้าตาให้ดูดีที่สุด รวมถึงเทคโนโลยีสวมใส่ที่คอยติดตามข้อมูลสุขภาพและการนอนหลับตลอดเวลา ทำให้วัยรุ่นมีความกังวลเรื่องสุขภาพมากขึ้นและหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแคลอรีสูง
แรงกดดันทางเศรษฐกิจ : ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตรักและการเข้าสังคม มีงานวิจัยพบว่าราวครึ่งหนึ่งของคนหนุ่มสาวในยุคนี้ (ชาย 53% และหญิง 54%) ใช้เงินในการออกเดท 0 ดอลลาร์ต่อเดือน
จากบริบททั้งหมด แจนฟาซาให้คำนิยาม Gen Z ว่าเป็นกลุ่ม 'Late Bloomers' ไม่ใช่แค่เรื่องการดื่มที่ลดลงเท่านั้น แต่พวกเขายังมีเพศสัมพันธ์น้อยลง และสอบใบขับขี่ช้าลงด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในภาพรวมของการพัฒนาการในช่วงวัยรุ่นที่ถูกตีกรอบให้ขาดอิสระและมีความยืดหยุ่นน้อยลง
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า พ่อแม่สามารถช่วยบรรเทาความเครียดเหล่านี้ได้ โดยการทำความเข้าใจว่าโลกที่เด็กๆ ถูกจับจ้องตลอดเวลาและต้องสร้างภาพลักษณ์บนโลกออนไลน์ให้ดูดีที่สุดนั้นส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างไร พร้อมทั้งสนับสนุนให้วัยรุ่นออกมาทำกิจกรรมและพบปะสังสรรค์กันแบบเจอหน้าให้มากขึ้น
ที่มา : axios