
เปิดพิกัดเที่ยว 'ยอกยาการ์ตา' อินโดนีเซีย ชมความยิ่งใหญ่งานวิสาขบูชา ณ มหาเจดีย์บุโรพุทโธ ตื่นตากับปราสาทหินปรัมบานัน ทริปวัฒนธรรมที่อบอุ่นและคุ้นเคยเหมือนอยู่เมืองไทย
หากพูดถึงการวางแผนเที่ยวประเทศในแถบอาเซียน ประเทศอินโดนีเซีย อาจจะเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ใครหลายๆ วางแผนที่จะเดินทางไปเยี่ยมชม เพราะถือเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยร่องรอยของประวัติศาสตร์ที่ลึกซึ้ง และวัฒนธรรมที่หลากหลาย แต่อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงประเทศอินโดนีเซีย หลายคนก็อาจจะนึกถึง ตึกระฟ้าและความพลุกพล่านของเมืองหลวงอย่างจาการ์ตา หรือไม่ก็พุ่งเป้าไปเอนกายริมหาดชิคๆ ที่บาหลี แต่วันนี้เราอยากชวนคุณฉีกแพลนเดิมๆ ทิ้งความวุ่นวายของเมืองใหญ่ แล้วพาตัวเองไปสัมผัสมนต์เสน่ห์ที่แท้จริงของเกาะชวากันที่ ‘ยอกยาการ์ตา’ (Yogyakarta) หรือที่ชาวอินโดนีเซียเรียกกันอย่างคุ้นเคยว่า ‘จ็อกจา’
ที่นี่ไม่ใช่เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงสี แต่เป็นเมืองที่เป็น ‘หัวใจแห่งศิลปวัฒนธรรม’ ที่อดีตและปัจจุบันถูกนำมาผสานเข้าด้วยกันอย่างมีชีวิตชีวา บทความนี้จะพาคุณไปเปิดประสบการณ์ ‘เที่ยวยอกยาการ์ตา’ ตั้งแต่การเดินชมความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมระดับโลก การเสพงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์ ไปจนถึงไฮไลต์สำคัญแห่งปีที่นักเดินทางทั่วโลกต่างรอคอย อย่าง งานเทศกาลปล่อยโคมวันวิสาขบูชาโลก (Waisak di Borobudur) ที่รับประกันได้เลยว่า ภาพตรงหน้าจะงดงามจนลืมไม่ลง!
มหาเจดีย์บุโรพุทโธ (Borobudur) มรดกโลกที่ยังมีลมหายใจ
จุดหมายแรกของการเดินทางคือ ‘มหาเจดีย์บุโรพุทโธ’ ศาสนสถานในพุทธศาสนานิกายมหายานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นจากหินภูเขาไฟตั้งแต่ศตวรรษที่ 8-9 ท่ามกลางวงล้อมของขุนเขาและธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ปัจจุบันทางการอินโดนีเซียได้ยกระดับการอนุรักษ์อย่างเข้มงวด โดยจำกัดจำนวนผู้เข้าชมบนองค์เจดีย์เพียงรอบละ 100 คนเท่านั้น นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องเปลี่ยนมาสวม ‘อูปานัต’ (Upanat) หรือรองเท้าแตะสานจากใบเตยที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้พื้นหินโบราณสึกหรอ
ไฮไลต์เจาะลึก ปรากฏการณ์วิสาขบูชาโลกที่บุโรพุทโธ (Waisak Festival at Borobudur) เทศกาล ‘ไวซัก’ (Waisak - ตามการออกเสียงของชาวอินโดนีเซีย) เป็นการเฉลิมฉลอง 3 เหตุการณ์สำคัญของพระพุทธเจ้า (ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน) ที่บุโรพุทโธไม่ได้มีแค่การปล่อยโคม แต่เป็นงานพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่กินเวลาหลายวัน และเต็มไปด้วยรายละเอียดทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ
หมู่บ้านศิลปะและพิพิธภัณฑ์บุโรพุทโธ (Kampung Seni Borobudur & Museum)
ห่างจากมหาเจดีย์ไปเพียง 700 เมตร คือแลนด์มาร์กขนาดกว่า 10.74 เฮกตาร์ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อจัดระเบียบร้านค้าและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ที่นี่เป็นศูนย์รวมของศิลปินและผู้ประกอบการท้องถิ่นกว่า 1,943 แห่ง ให้คุณได้ช้อปปิ้งผ้าบาติกหรือเครื่องเงินสไตล์ชวาในราคาเป็นมิตร
สำหรับสายประวัติศาสตร์ที่อยากเจาะลึกเรื่องราวของมหาเจดีย์ ห้ามพลาดการแวะชม พิพิธภัณฑ์คาร์มาวิภังค (Karmawibhangga Museum) หรือพิพิธภัณฑ์โบราณคดีบุโรพุทโธ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน โดยอัดแน่นไปด้วยประศาสตร์อันยาวนานของมหาเจดีย์บุโรพุทโธ
เทวสถานปรัมบานัน (Candi Prambanan) เสน่ห์ปราสาทหินฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน
เปลี่ยนบรรยากาศมาสัมผัสความอลังการของศาสนาฮินดูกันที่ ‘เทวสถานปรัมบานัน’ โบราณสถานมรดกโลกที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย และใหญ่เป็นอันดับสองของอาเซียน รองจากนครวัด สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 9 เพื่ออุทิศถวายแด่ ‘พระตรีมูรติ’
ชาวบ้านมักเรียกที่นี่ตามตำนานพื้นบ้านว่า ‘วัดโลโรจองรัง’ (Loro Jongrang) ซึ่งมีตำนานรักและคำสาปสุดคลาสสิก เล่าถึงเจ้าหญิงที่ถูกสาปให้กลายเป็นรูปสลักหินองค์ที่ 1,000 ความโดดเด่นคือปราสาทหินสีดำทรงสูงเพรียวที่ถูกแกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง โดยมีเทวาลัยหลักของพระศิวะสูงตระหง่านอยู่ตรงกลางถึง 47 เมตร
หากใครอยากลองมาสัมผัสบรรยากาศและสถานที่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ แนะนำให้มาเยือนในช่วงเย็นที่แสงแดดเริ่มอ่อนลง ภาพที่ได้จะดูลึกลับและทรงพลังมาก
ถนนมาลิโอโบโร (Malioboro Street) เดิน เที่ยว ช็อป ในถนนสายเดียว
ไปต่อกันที่ย่านที่เปี่ยมไปด้วยพลังงานและสีสันที่สุดของเมืองอย่าง ‘ถนนคนเดินมาลิโอโบโร’ ถนนสายประวัติศาสตร์ที่คึกคักตลอด 24 ชั่วโมง หากอยากได้ฟีลลิ่งแบบคลาสสิก ลองเรียกใช้บริการ ‘อันดง’(Andong) หรือ รถม้าสไตล์ชวา นั่งชมแสงสียามค่ำคืน และห้ามพลาดการแวะชิมสตรีทฟู้ดท้องถิ่น โดยเฉพาะ ‘กูเดก’ (Gudeg) แกงขนุนอ่อนรสชาติหวานกลมกล่อม
และแลนด์มาร์กสำคัญบนถนนเส้นนี้คือ ‘Hamzah Batik’ ศูนย์รวมของฝากแบบครบวงจร ที่ก่อตั้งโดยคุณ ‘Hamzah Sulaiman’ ศิลปินผู้โด่งดังจากการรับบทเป็น ‘Raminten’ (รามินเทน) ตัวละครหญิงชราชาวชวาในรายการทีวีคอมเมดี้ ภาพลักษณ์หญิงชราใส่เสื้อเกบายานี้กลายเป็นภาพจำระดับตำนาน จนเขาได้นำมาเปิดร้านอาหารบรรยากาศชวาดั้งเดิมอย่าง ‘The House of Raminten' และภายในตึกยังมี โชว์คาบาเรต์ สุดอลังการจัดแสดงในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ สะท้อนถึงการเปิดรับความหลากหลายและเสน่ห์ความขี้เล่นที่ซ่อนอยู่ในเมืองแห่งนี้ โชว์นี้ไม่ใช่แค่ความบันเทิงทั่วไป แต่คือพื้นที่ปลอดภัย) และมอบโอกาสที่เท่าเทียมให้กับกลุ่มคนข้ามเพศ หรือที่สังคมอินโดนีเซียเรียกว่า ‘วารีอา’ รวมถึงเหล่า Drag Queen ได้แสดงศักยภาพ การแสดงจะมาในสไตล์การลิปซิงก์เพลงฮิตระดับโลก ผสมผสานกับการร่ายรำพื้นเมืองชวาและมุกตลกที่เรียกเสียงฮาจากผู้ชม สะท้อนถึงการเปิดรับความหลากหลายและเสน่ห์ความขี้เล่นที่ซ่อนอยู่ในเมืองแห่งประวัติศาสตร์แห่งนี้ได้อย่างงดงาม
การมาเยือน ‘ยอกยาการ์ตา’ ไม่ใช่แค่การมาเก็บเช็คลิสต์สถานที่สวยๆ แต่มันคือการเดินทางที่ทำให้คนไทยอย่างเรารู้สึกคุ้นเคย เพราะรากฐานทางวัฒนธรรมหลายอย่างของที่นี่ช่างเชื่อมโยงและใกล้เคียงกับประเทศไทยบ้านเรา
ไม่ว่าจะเป็นความศรัทธาในพระพุทธศาสนาที่ฝังรากลึกและแสดงออกอย่างยิ่งใหญ่ในเทศกาลวิสาขบูชาที่มหาเจดีย์บุโรพุทโธ ไปจนถึงวิถีชีวิต รอยยิ้มพิมพ์ใจ และการเปิดรับความหลากหลายของผู้คนในเมือง
เสน่ห์เหล่านี้แหละที่ทำให้ยอกยาการ์ตากลายเป็นเมืองที่เข้าไปนั่งในใจนักเดินทางได้ไม่ยาก หากคุณกำลังมองหาทริปต่างประเทศใกล้บ้านที่ให้ความรู้สึกลึกซึ้งและชาร์จพลังชีวิต