เปิดอินไซต์ คนโสด-คู่รักไร้ลูก ยุคใหม่ไม่ซื้อประกันฯทิ้งมรดก-เน้นแก่แบบมีคุณภาพ

เปิดอินไซต์ คนโสด-คู่รักไร้ลูก ยุคใหม่ไม่ซื้อประกันฯทิ้งมรดก-เน้นแก่แบบมีคุณภาพ

‘โสดก็ต้องรวย แก่ก็ต้องรอด!’ คนรุ่นใหม่เปลี่ยนเกมประกัน ปี 2569 จาก ‘ส่งต่อมรดก’ สู่ ‘ดูแลตัวเองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ผู้บริโภคแต่ละ Generation มีแนวคิดด้านการออมและการวางแผนการเงินแตกต่างกันอย่างชัดเจน

SHORT CUT

  • Single และ DINKs เปลี่ยนเกมประกันปี 2569 คนโสดและคู่รักไร้ลูกหันมาซื้อประกันเพื่อ ‘ดูแลตัวเองยามแก่’ มากกว่าการส่งต่อมรดกให้ทายาท
  • ประกันยุคใหม่เน้นสุขภาพ-เกษียณอย่างมีคุณภาพ ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับค่ารักษาพยาบาล การดูแลระยะยาว และการสร้างความมั่นคงทางการเงินเพื่ออนาคต
  • ธุรกิจประกันต้องปรับสู่ Personalization เมื่อคนรุ่นใหม่มีรูปแบบชีวิตและรายได้หลากหลาย บริษัทประกันต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากขึ้น

‘โสดก็ต้องรวย แก่ก็ต้องรอด!’ คนรุ่นใหม่เปลี่ยนเกมประกัน ปี 2569 จาก ‘ส่งต่อมรดก’ สู่ ‘ดูแลตัวเองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ผู้บริโภคแต่ละ Generation มีแนวคิดด้านการออมและการวางแผนการเงินแตกต่างกันอย่างชัดเจน

เมื่อรูปแบบครอบครัวไทยเปลี่ยนไป กลุ่มคนโสด (Single) และคู่รักไร้บุตร หรือ DINKs (Dual Income, No Kids) กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดประกันภัยยุคใหม่ เพราะเป้าหมายของการทำประกันไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างหลักประกันให้คนข้างหลัง แต่กำลังเปลี่ยนเป็นการวางแผนชีวิต เพื่อให้ตัวเองมีความมั่นคงในวันที่อายุมากขึ้น

'สาระ ล่ำซำ' ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่กำลังเปลี่ยนจาก ‘ประกันเพื่อทายาท’ ไปสู่ ‘ประกันเพื่อคุณภาพชีวิตของตัวเอง’ โดยเฉพาะความต้องการด้านค่ารักษาพยาบาล การดูแลระยะยาว และค่าใช้จ่ายในสถานดูแลผู้สูงอายุ หรือ Nursing Home

สำหรับกลุ่ม Single และ DINKs การวางแผนทางการเงินจึงไม่ได้มองแค่เรื่องการส่งต่อทรัพย์สิน แต่ให้ความสำคัญกับการมีเงินเพียงพอสำหรับดูแลตัวเอง ใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างอิสระ และลดการพึ่งพาครอบครัวในอนาคต

ขณะเดียวกัน คนแต่ละ Generation ก็มีมุมมองเรื่องการเงินแตกต่างกัน โดยคนรุ่นก่อนจำนวนหนึ่งมักเริ่มต้นออมเงินช้า และยังพึ่งพาครอบครัวหลังเกษียณในสัดส่วนประมาณ 33-38% ขณะที่กลุ่ม Digital Native ให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้เร็วขึ้น เรียนรู้ทักษะใหม่ หรือ Reskill และ Upskill รวมถึงมีความเข้าใจด้าน Financial Literacy มากขึ้น ทำให้ต้องการผลิตภัณฑ์ประกันที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิตเฉพาะบุคคล

อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของคนไทย คือแม้จะมีอายุยืนขึ้น แต่ต้องเผชิญ ‘Health Gap’ หรือช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่แต่สุขภาพไม่สมบูรณ์เฉลี่ยถึง 11 ปี ขณะที่ค่ารักษาพยาบาล หรือ Medical Inflation เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ต่อปี ทำให้แนวคิด ‘Wealth Span’ หรือความมั่นคงทางการเงิน กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้มี ‘Health Span’ หรือช่วงเวลาที่มีสุขภาพดีได้ยาวนานขึ้น

นอกจากนี้ โลกการทำงานที่เปลี่ยนเร็ว ทำให้ทักษะต่าง ๆ มีอายุสั้นลงเหลือประมาณ 2 ปี หลายคนจึงเริ่มมองหารายได้หลายทาง ทั้ง Second Job และ Gig Economy เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน ส่งผลให้ธุรกิจประกันภัยต้องปรับตัวสู่ผลิตภัณฑ์แบบ Personalization มากขึ้น เช่น การออกแบบความคุ้มครองให้เหมาะกับช่วงวัย การเพิ่มสิทธิประโยชน์หลังเกษียณ หรือการนำทุนประกันชีวิตมาใช้ดูแลค่ารักษาพยาบาลระหว่างที่ยังมีชีวิต

ภาพรวมตลาดประกันภัยปี 2569 จึงกำลังเปลี่ยนบทบาทครั้งใหญ่ จากเดิมที่เน้น ‘คุ้มครองเมื่อจากไป’ สู่การเป็นเครื่องมือวางแผนชีวิตระยะยาว เพราะสำหรับคนรุ่นใหม่ คำถามสำคัญอาจไม่ใช่แค่ ‘จะมีชีวิตยืนยาวแค่ไหน’ แต่คือ ‘จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างไรในวันที่อายุมากขึ้น

related