
SHORT CUT
‘สกุชชี่’ ของเล่นนุ่มนิ่มสีสันสดใสที่เอาไว้บีบได้ ไม่ได้มีไว้คลายเครียดอย่างเดียว แต่ยังเป็นของสะสมที่กำลังสร้างเม็ดเงินมหาศาลในตลาดของเล่นอีกด้วย
ในตอนนี้คงไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าไม่ว่าจะหันไปทางไหน หรือส่องโซเชียลแพลตฟอร์มอะไร ก็เจอแต่ของเล่นนุ่มนิ่ม สีสันสดใส น่าบีบ หรือจับยืด อยู่ทุกที่ ตั้งแต่ในกระเป๋านักเรียน โต๊ะทำงาน ไปจนถึงหน้าฟีด TikTok เพราะว่าของเล่นสัมผัสหรือ Sensory Toys โดยเฉพาะแบรนด์ดังอย่าง NeeDoh และ Scrunchems กำลังสร้างปรากฏการณ์ระดับโลกที่ไม่ได้เป็นแค่แฟชั่นวูบวาบ แต่มีเหตุผลทางจิตวิทยาและกลไกตลาดรองรับอย่างหนาแน่น ซึ่งของเล่นที่ว่านั้นก็คือ Squishy หรือ “สกุชชี่” นั่นเอง
ส่วนหนึ่งที่ทำให้สกุชชี่ได้รับความนิยมบนโซเชียลแบบถล่มทลายก็คือ มันได้กลายเป็นไวรัลถล่มทลายในฐานะ ASMR ที่มองเห็นได้ เพราะว่าบน TikTok หรือ Instagram คลิปวิดีโอที่มีคนนำของเล่นเหล่านี้มาขยำ ยืดออกช้าๆ หรือบีบให้เปลี่ยนรูป แล้วปล่อยให้มันค่อยๆ คืนตัวอย่างนุ่มนวล สามารถสร้างยอดวิวได้หลักหลายล้านวิว เสียงและภาพที่ชวนฟิน (Satisfying) จากคลิปเหล่านั้นได้มอบความผ่อนคลายในรูปแบบ ASMR ส่งผลให้จากของเล่นธรรมดากลายเป็น “ของสะสมที่ต้องมี” เพื่อให้ครบทุกสี ทุกผิวสัมผัส และทุกรูปทรง
หลังจากกลายเป็นไวรัลบนโซเชียลไปแล้ว ปรากฏการณ์ที่ตามมาก็คือ “NeeDoh Hunting” หรือตามล่าหาของนิ่ม ที่เป็นการตระเวนตามล่าหาร้านค้าที่มีของพร้อมส่งก่อนที่สินค้าจะหมดเกลี้ยง ร้านค้าปลีกรายใหญ่ในอเมริกา เช่น Target หรือ Learning Express มีแถวผู้คนที่มายืนรอคิวยาวถึง 150 คนก่อนร้านเปิดเพื่อรอซื้อ จนหลายร้านต้องออกนโยบายจำกัดการซื้อต่อคน เพื่อป้องกันการนำไปรีเซล อัปราคาบนโลกออนไลน์
ก่อนหน้านี้ของเล่นสัมผัสถูกจำกัดอยู่ในกลุ่มเครื่องมือบำบัดทางการแพทย์ แต่ปัจจุบันมันได้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ของคนทุกเพศทุกวัย และอาจจะมีประโยชน์มากกว่าที่คิด โดยเฉพาะคนที่ต้องการเวลาพักและเข้าสู่ความสงบสักพักหนึ่ง เพราะว่าการบีบและปล่อยซ้ำๆ ช่วยกระตุ้นระบบประสาทสัมผัส ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น ลดความวิตกกังวล และช่วยควบคุมอารมณ์ที่พลุ่งพล่านได้ดี ทั้งในเด็กที่กำลังรับมือกับอารมณ์ใหญ่ๆ และผู้ใหญ่ที่เผชิญความเครียดจากการทำงาน
ไม่ใช่แค่นั้นแต่สกุชชี่ยังเป็นเครื่องมือสำหรับผู้มีความต้องการพิเศษอีกด้วย และได้รับการยอมรับสูงให้เป็นเครื่องมือบำบัดผู้ที่มีภาวะสมาธิสั้น (ADHD) และ ออทิสติก (Autism) เพื่อช่วยให้พวกเขามีอะไรให้โฟกัสและลดความกระสับกระส่าย
อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ของเล่นนุ่มนิ่มนี้ได้รับความนิยมก็คือ พลังแห่งความถวิลหาอดีต ด้วยความที่มีสีสันที่สดใสและดีไซน์ย้อนยุค ชวนให้นึกถึงลูกบอลคลายเครียดหรือสไลม์ในวัยเด็ก มอบความอุ่นใจในรูปแบบการเล่นที่ตัดขาดจากหน้าจอ ในโลกยุคดิจิทัลที่หมุนไวเกินไป
ข้อมูลจาก Accio พบว่า ปัจจุบันนี้ตลาดของเล่นบีบคลายเครียดทั่วโลก (Decompression Pinch Toys) มีมูลค่าสูงถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท) และคาดการณ์ว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยอัตราเฉลี่ย (CAGR) 10% ต่อปี ในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยหมวดหมู่ของเล่นคลายเครียดภาพรวมคาดว่าจะเติบโตลากยาวไปจนถึงปี 2033
สำหรับฐานการผลิตหลักก็อยู่ที่เมืองอี้อู (Yiwu) และเฉินไห่ (Chenhai) ในประเทศจีน เรียกได้ว่าเป็นฮับโรงงานผลิตรายใหญ่ที่ส่งออกสินค้าไปทั่วโลก แถมยังมีต้นทุนต่ำ
ส่วนข้อมูลจากผู้ซื้อบน Amazon ในช่วงปี 2025 - 2026 พบว่ากลุ่มผู้ซื้อรายใหญ่ในแพลตฟอร์มออนไลน์คือ กลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ เช่น สุนัข นก แมว) ที่ซื้อของเล่นนุ่มนิ่มเหล่านี้ไปเพื่อเป็นอุปกรณ์เสริมทักษะ พัฒนาการ และเบี่ยงเบนความสนใจของสัตว์เลี้ยงในบ้าน
เรียกได้ว่าตลาดของเล่นบีบคลายเครียดกำลังวิวัฒนาการไปอีกขั้น โดยผู้ประกอบการและแบรนด์ระดับโลก เช่น Orb Toys, ZURU และ Schylling ต้องปรับกลยุทธ์ตามทิศทางที่หลากหลายมากขึ้น เช่น เทรนด์รักษ์โลก เพราะผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน แบรนด์ที่สามารถพิสูจน์ความเขียวที่แท้จริงได้ จะได้เปรียบทางการค้า
รวมถึงการขยายตัวของกลุ่ม Kidult เพราะตลาดไม่ได้โตแค่ในกลุ่มเด็ก แต่กลุ่มผู้ใหญ่ที่ซื้อเพื่อสะสมและคลายเครียด หรือรองรับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและหนี้สินที่เพิ่มขึ้น ก็เป็นตัวขับเคลื่อนเม็ดเงินที่สำคัญเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีเรื่องความเข้มงวดด้านความปลอดภัยอีกด้วย เพราะกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น เช่น ข้อบังคับความปลอดภัยของเล่นของสหภาพยุโรป EU Toy Safety Directive ทำให้แต่ละแบรนด์ต้องลงทุนในการวิจัยและพัฒนา เพื่อแก้ปัญหาเรื่องความทนทาน สินค้าฉีกขาดง่าย และสารเคมีตกค้าง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครอง
ถือว่าเป็นกระแสที่น่าจับตามองไม่น้อย เพราะจากของเล่นชิ้นเล็กๆ กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการเยียวยาจิตใจในยุคที่ทุกอย่างหมุนไวและเต็มไปด้วยความเครียด ตลาดสกุชชี่อาจจะเติบโตต่อไปอย่างแข็งแกร่ง ตราบใดที่มนุษย์และสัตว์เลี้ยง ยังคงมองหาความสุขและความผ่อนคลายที่สัมผัสได้ด้วยมือ