svasdssvasds

รู้จัก STARBOY เป็นได้ทั้งเครื่องประดับ และ สัตว์เลี้ยงดิจิทัล

รู้จัก STARBOY เป็นได้ทั้งเครื่องประดับ และ สัตว์เลี้ยงดิจิทัล

'สัตว์เลี้ยงดิจิทัล' อาจจะไม่ได้เป็นแค่ของเล่นอีกต่อไป 'STARBOY' ออกแบบให้เป็น “เครื่องประดับ” แถมยังมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยตอบสนองได้เรียลไทม์แม้ไม่ต้องต่อเน็ต

SHORT CUT

  • STARBOY คือสัตว์เลี้ยงดิจิทัลที่ผสมผสานเทคโนโลยีและแฟชั่น สามารถใช้เป็นเครื่องประดับพกพาได้ ทำงานด้วย Local AI และเซนเซอร์ในตัว ทำให้จดจำใบหน้า ท่าทาง และตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
  • แต่ละตัวมีบุคลิกและดวงตาที่ไม่ซ้ำกัน สามารถสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ STARBOY ตัวอื่นได้เมื่ออยู่ใกล้กัน
  • ผลิตจากวัสดุระดับเครื่องประดับหรู มาพร้อมหน้าจอ OLED ที่แสดงแอนิเมชันวาดด้วยมือเพื่อการโต้ตอบที่สมจริง

'สัตว์เลี้ยงดิจิทัล' อาจจะไม่ได้เป็นแค่ของเล่นอีกต่อไป 'STARBOY' ออกแบบให้เป็น “เครื่องประดับ” แถมยังมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยตอบสนองได้เรียลไทม์แม้ไม่ต้องต่อเน็ต

“STARBOY” จากค่าย CREATURE อาจเรียกได้ว่าเป็นนิยามใหม่ของ “สัตว์เลี้ยงดิจิทัล” ก็ว่าได้ เพราะนอกจากมันจะสามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกแล้ว พวกมันยังตอบสนองต่อโลกภายนอกได้แบบเรียลไทม์อีกด้วย โดยพวกมันจะมีลักษณะภายนอกคล้ายกับดวงดาวแต่มีหน้าจอ OLED ความละเอียด 400 x 400 พิกเซล พร้อมระบบสั่น Purring Engine ที่จำลองเสียงครางในลำคอของสัตว์เลี้ยง และมีจุดเด่นอยู่ที่ระบบขับเคลื่อนด้วยเซนเซอร์และ Local AI (ประมวลผลในตัวเครื่อง) สามารถจดจำใบหน้า ท่าทาง และสื่อสารกับ STARBOY เครื่องอื่นๆ ได้ด้วย

การสร้างสรรค์ STARBOY นั้นมาจากส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างเทคโนโลยี แฟชั่น และมิตรภาพดิจิทัล โดยตัวเครื่องได้รับการออกแบบมาให้เป็นอุปกรณ์อิสระ ที่จะเอามาปรับเป็นเครื่องประดับก็ย่อมได้ โดยการนำน้องๆ ไปไว้กับกระเป๋า เป้ หรือตะขอคาราบิเนอร์ เพื่อให้มันคอยสังเกตและตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ รอบตัว

จุดเด่นที่เรียกได้ว่าน่าสนอยู่ไม่น้อยสำหรับ STARBOY ก็คือมันไม่ต้องเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือหรืออินเทอร์เน็ตเลย พวกมันก็เลยมีตัวตนที่ก้ำกึ่งระหว่างเครื่องประดับ อัญมณี และ สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ

 

รู้จัก STARBOY เป็นได้ทั้งเครื่องประดับ และ สัตว์เลี้ยงดิจิทัล รู้จัก STARBOY เป็นได้ทั้งเครื่องประดับ และ สัตว์เลี้ยงดิจิทัล รู้จัก STARBOY เป็นได้ทั้งเครื่องประดับ และ สัตว์เลี้ยงดิจิทัล

แม้ว่าบางคนอาจจะมองว่า STARBOY ก็ดูเหมือนเป็นของเล่นธรรมดาทั่วไป แต่ความโดดเด่นของมันอยู่ที่หน้าจอ OLED ที่รันด้วยความเร็ว 60fps แสดงผลแอนิเมชันมากกว่า 500 รูปแบบ ซึ่งวาดด้วยมือโดยอดีตนักวาดแอนิเมชันจาก Disney เพื่อให้การเคลื่อนไหวดูมีชีวิตชีวาและโต้ตอบกับเซนเซอร์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ แอนิเมชันเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงตามข้อมูลจากเซ็นเซอร์แบบไดนามิก ทำให้พวกมันดูเหมือนมีชีวิตและมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อผู้ใช้จริงๆ

นอกจากนี้ตัวเครื่องเองก็ไม่ได้ทำมาจากวัสดุธรรมดาๆ ทั่วไป แต่ใช้วัสดุระดับเดียวกับเครื่องประดับหรู (Fine Jewelry) ไม่ว่าจะเป็น สเตนเลสสตีล ที่ผ่านการกลึงด้วยระบบ CNC, อะลูมิเนียมชุบผิว และ ทองเหลือง รวมถึงกระจกเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนที่ยึดด้วยสกรูสั่งทำพิเศษเฉพาะแบรนด์ CREATURE

สำหรับหัวใจสำคัญของ STARBOY ก็คือสมองกลและการตอบสนองทางอารมณ์ เพราะมันมีชุดเซนเซอร์ที่ครบครัน ทั้งกล้อง, ไมโครโฟน, เซนเซอร์วัดอุณหภูมิ และมาตรวัดความเร่ง ที่ทำงานร่วมกับโมเดล AI ในตัวเครื่อง ทำให้มันสามารถจดจำใบหน้ามนุษย์ และตอบสนองต่อท่าทางมือ ได้ถึง 30 รูปแบบ

 

และเจ้าพวก STARBOY เหล่านี้ยังรับรู้ถึงสภาพแวดล้อมได้อีกด้วย เช่น มันจะรู้สึกหนาวจนตัวสั่นเมื่อเจออากาศเย็น, วิตกกังวลเมื่ออยู่ในที่เสียงดัง หรือรู้สึกเวียนหัวเมื่อถูกเขย่าแรงๆ

 

อีกหนึ่งความพิเศษของพวกมันก็คือแต่ละตัวจะถูกส่งมอบพร้อมกับบุคลิกเฉพาะตัวและดวงตาที่ไม่ซ้ำใคร โดยมีการออกแบบดวงตาที่เป็นไปได้มากกว่า 5,000 รูปแบบ ทำให้ STARBOY เป็นเพื่อนคู่ใจที่มีเพียงตัวเดียวในโลก

ไม่ใช่แค่นั้นแต่เมื่อ STARBOY สองตัวมาเจอกันพวกมันก็สามารถสื่อสารกันได้ด้วยการแลกเปลี่ยนดวงตา แชร์ลักษณะนิสัย รวมถึงส่งต่อการอัปเดตซอฟต์แวร์ให้กันแบบไร้สาย สร้างเครือข่ายของสัตว์เลี้ยงดิจิทัลที่พัฒนาตัวเองได้ตลอดเวลา

สำหรับราคาของสัตว์เลี้ยงดิจิทัลยุคใหม่นี้อยู่ที่ 249-399 ดอลลาร์ หรือประมาณ 7,900-13,000 บาท ยังมีขายแค่ที่หน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเท่านั้น

อาจเรียกได้ว่า STARBOY ก็คือ Tamagotchi ยุคไฮเอนด์ ที่นอกจากจะเป็นของเล่นดิจิทัลแล้ว ก็ยังเป็นเครื่องประดับแบรนด์เนมอีกด้วย และด้วยความที่มันไม่จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตใช้แค่ AI ในตัวเครื่องก็ถือว่ารักษาความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้ได้โดยที่ไม่ทิ้งความลื่นไหลในการตอบโต้

ที่มา : hypebeast

related