เจาะกระแส Mido สกุชชี่ฮีลใจ จากของเล่น สู่ของสะสมงานแรร์หลักพัน

เจาะกระแส Mido สกุชชี่ฮีลใจ จากของเล่น สู่ของสะสมงานแรร์หลักพัน

เมื่อสกุชชี่ไม่ได้มีไว้แค่เด็กเล่น เจาะกระแสคนไทยตามหา 'Mido' สกุชชี่เนื้อหนึบฮีลใจวัยทำงาน ดันราคาตลาดรองพุ่งแตะหลักพัน พร้อมเปิดคลังคำศัพท์สุดแปลกในกลุ่มสะสม

SHORT CUT

  • 'สกุชชี่' ในไทยปรับตัวจากของเล่นเด็กราคาย่อมเยา สู่การเป็นของสะสมที่มีมูลค่า มีการเน้นดีไซน์ที่ประณีต เนื้อสัมผัสที่หลากหลาย (เช่น สโลว์มากเป็นพิเศษ หรือเนื้อใสนุ่มหนึบ) และการผลิตจำนวนจำกัด Limited Edition) เพื่อดึงดูดกลุ่มนักสะสมผู้ใหญ่
  • เทรนด์ที่มาแรงที่สุดคือการจับมือกันระหว่างแบรนด์สกุชชี่และคาแรคเตอร์ดีไซเนอร์ชาวไทย หรือมาสคอตจากอนิเมะ/เกมชื่อดัง ทำให้สกุชชี่ไม่ได้มีแค่หน้าตาแบบเดิม ๆ แต่มีเรื่องราวและคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน น่าดึงดูดกว่าเดิม
  • ด้วยสภาวะสังคมที่เร่งรีบ สกุชชี่กลายเป็นเครื่องมือ 'ASMR & Sensory Therapy' ชั้นดีที่ช่วยบำบัดความเครียดด้วยการสัมผัส และกลิ่นหอมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตและความสุขทางใจขนาดเล็ก ๆ ในแต่ละวั

เมื่อสกุชชี่ไม่ได้มีไว้แค่เด็กเล่น เจาะกระแสคนไทยตามหา 'Mido' สกุชชี่เนื้อหนึบฮีลใจวัยทำงาน ดันราคาตลาดรองพุ่งแตะหลักพัน พร้อมเปิดคลังคำศัพท์สุดแปลกในกลุ่มสะสม

ปรากฏการณ์ความนิยมของ 'สกุชชี่' ในประเทศไทยกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดของคำว่าของเล่นเด็ก สู่การเป็น 'ของสะสมฮีลใจ' สำหรับชาวมิลเลนเนียลและพนักงานออฟฟิศ

หนึ่งในแบรนด์ที่กำลังเป็นกระแสไวรัลและถูกพูดถึงมากที่สุดคือ 'Mido' (มิโดะ) ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีฐานการผลิตในประเทศจีน และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายผ่านร้านจำหน่ายของสะสมในสิงคโปร์และฮ่องกง ก่อนที่จะกลายมาเป็นเทรนด์ในไทย

CREDIT : sssquishy

คอนเทนต์ 'ASMR บีบสกุชชี่' ที่เน้นเสียงความหนึบและสโลว์ ทำให้คนดูเกิดความรู้สึก 'อยากบีบตาม' จนต้องไปตามหาซื้อ ซึ่งเป็นกลยุทธ์การตลาดแบบไวรัลที่ทรงพลังมากในยุคนี้

ทำไม? คนฮิตตามหา 'สกุชชี่ Mido'

สาเหตุหลักที่ทำให้ สกุชชี่ Mido กลายเป็นแบรนด์ฮิต เกิดจาก 'เนื้อสัมผัส' ที่แตกต่างจากสกุชชี่ทั่วไป โดยมีเนื้อที่แน่น นุ่ม และมีความหนึบติดมือเล็กน้อย เมื่อบีบแล้วจะคืนตัวอย่างช้าๆ ที่เรียกว่า 'สโลว์' บวกกับการออกแบบที่น่ารัก ถ่ายรูปขึ้นกล้อง และเก็บรายละเอียดได้ดีเยี่ยม

CREDIT : sssquishy

เช่น รุ่นคุกกี้ช็อกโกแลตที่มีการสลักคำภาษาญี่ปุ่น หรือซีรีส์คาแรกเตอร์หน้าตากวนๆ อย่างซีรี่ย์ 'จมูกแดง' ที่กำลังฮิต

กระแสดังกล่าวทำให้เกิด 'คอมมูนิตี้สกุชชี่' ที่เหนียวแน่นในไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเฟซบุ๊ก ภายในกลุ่มมีการซื้อขายที่ใช้คำศัพท์เฉพาะ เช่น 'จมด' (จมูกแดง) , 'เทียบ 1' (สภาพมือสองที่ใกล้เคียงมือหนึ่ง), 'พก' (พร้อมกล่อง), 'ตน.' (มีตำหนิ) และ 'ประมง' (ประมูล)

ความต้องการที่สูงบวกกับสินค้าบางรุ่นผลิตไม่ทันและกลายเป็นของหายาก ทำให้มีผู้นำเข้าสินค้ามาอัปราคา จากเดิมที่เริ่มต้นเพียง 200-300 บาท ปัจจุบันราคาในตลาดรองพุ่งสูงถึง 500-1,500 บาท หรือทะลุหลายพันบาทในรุ่นที่หายากมาก

ก้าวต่อไปของ 'สกุชชี่' ในไทย จากของเล่นสู่ Art Toy 'บีบได้'

จากเดิมที่สกุชชี่เคยเป็นเพียงของเล่นบีบคลายเครียดขวัญใจเด็กๆ และวัยรุ่น แต่ในปัจจุบัน วงการสกุชชี่ในประเทศไทยได้ยกระดับไปไกลกว่าเดิมมาก กลุ่มผู้เล่นในไทยยังเติบโตสู่กลุ่มคนทำงาน ที่พร้อมเปย์ให้กับความน่ารักและคุณค่าทางจิตใจ ทำให้สกุชชี่ในวันนี้กลายเป็นทั้งของสะสมที่มีมูลค่า