ทำไม? สกุชชี่ กลับมาฮิต ของเล่นคลายเครียด คนแห่ต่อคิวแย่งซื้อ

ทำไม? สกุชชี่ กลับมาฮิต ของเล่นคลายเครียด คนแห่ต่อคิวแย่งซื้อ

กระแส 'สกุชชี่' กลับมาฮิตสนั่น TikTok และ Facebook เมื่อคนวัยทำงานยอมจ่ายหลักพันเพื่อสะสมสกุชชี่งานแบรนด์ ของแรร์ไอเทม ตอบโจทย์การคลายเครียดในยุคปัจจุบัน

SHORT CUT

  • สกุชชี่รุ่นฮิตอย่างต่ายยักษ์ lblduo, Mido และ iBloom กลายเป็นแรร์ไอเทมที่ราคาพุ่งสูง เช่น ต่ายยักษ์ที่ปรับราคาจาก 690 บาท ทะยานสู่ 2,500 บาท เนื่องจากไม่มีการผลิตซ้ำ
  • การกลับมาฮิตของ 'สกุชชี่' ครั้งนี้ ขับเคลื่อนโดยกลุ่มคนทำงานที่มีกำลังซื้อ ซึ่งมองหาสกุชชี่เป็นไอเทมคลายเครียด (Healing Toy) และของสะสมที่มีความพรีเมียมมากกว่าอดีต
  • สกุชชี่ กำลังเป็นกระแสมาแรงอีกครั้ง ทำให้เกิดการนำเข้าสินค้าจำนวนมาก มีการกระจายสินค้าตั้งแต่ระดับราคาแพงสำหรับนักสะสม ไปจนถึงสินค้าราคาถูกตามตลาดนัดให้เด็กๆ เข้าถึงได้ง่าย

กระแส 'สกุชชี่' กลับมาฮิตสนั่น TikTok และ Facebook เมื่อคนวัยทำงานยอมจ่ายหลักพันเพื่อสะสมสกุชชี่งานแบรนด์ ของแรร์ไอเทม ตอบโจทย์การคลายเครียดในยุคปัจจุบัน

'สกุชชี่' (Squishy) คืออะไร? ทำไมกลับมาฮิตอีกครั้ง นั่นอาจเพราะ 'สกุชชี่' ในยุคนี้ไม่ได้เป็นเพียงของเล่นบีบเล่นของเด็กๆ อีกต่อไป แต่ได้ยกระดับกลายเป็น 'แรร์ไอเทม' ที่ผู้ใหญ่และคนวัยทำงานยอมควักกระเป๋าจ่ายใน 'ราคาหลักพัน' เพื่อครอบครอง

CREDIT : ibloom

การที่คนแห่ไปตลาดสำเพ็ง ไม่ใช่แค่การไป 'ซื้อของเล่น' แต่นี่อาจคือ 'พื้นที่ฮีลใจของคนวัยทำงาน' ทำให้ตลาดสำเพ็งกลับมาคึกคักและกลายเป็นสวรรค์ของคนรัก 'สกุชชี่'

'คนรุ่นใหม่' กำลังฮิตหางานอดิเรกที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัย ทำให้ 'สกุชชี่' ไม่ได้เป็นแค่ 'ของเล่นเด็ก' แต่กลายเป็นไอเทมที่ผสมผสานทั้งความน่ารัก การคลายเครียด และความพึงพอใจทางประสาทสัมผัส ซึ่งให้ความรู้สึกเยียวยาจิตใจ ไม่ต่างกับการสะสม 'อาร์ตทอย' ที่บีบได้

TikTok และ Reels คือจุดพีคของวงการ 'สกุชชี่' ไม่ว่าจะเป็นคลิปรีวิวโชว์การบีบสกุชชี่ การแกะแพ็กเกจจิ้ง และเสียง ASMR ที่ฟังแล้วเพลิน สร้างความพึงพอใจทั้งภาพและเสียง สิ่งนี้ดึงดูดทั้งเด็กรุ่นใหม่ที่เพิ่งเคยรู้จักสกุชชี่เป็นครั้งแรก และปลุกความทรงจำ (Nostalgia) ของนักสะสมรุ่นเก่าให้หวนกลับมาเข้าวงการ 

จากของเล่นหลักร้อย สู่ของสะสมราคาพุ่ง

ตลาดสกุชชี่ในปัจจุบันมีความคึกคักอย่างมาก โดยเฉพาะแบรนด์ฮิตและรุ่นหายากที่กลายเป็นที่ต้องการของตลาดจนราคาพุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว รุ่นที่กำลังเป็นกระแสและถูกตามหากันอย่างหนัก ได้แก่ สกุชชี่ต่ายยักษ์ (lblduo), ปังครึ่งโลจากแบรนด์ Mido, และแบรนด์ดังอย่าง iBloom และ Lisa

ทำไม? สกุชชี่ กลับมาฮิต ของเล่นคลายเครียด คนแห่ต่อคิวแย่งซื้อ

ความน่าสนใจของเทรนด์ 'สกุชชี่' ครั้งนี้คือ 'ราคา' ที่ปรับตัวสูงขึ้นตาม 'ความต้องการที่ล้นหลามและภาวะของขาดตลาด'

ยกตัวอย่างเช่น 'สกุชชี่ต่ายยักษ์' ที่มีราคาเปิดตัวเพียง 690 บาท แต่ปัจจุบันราคาในตลาดซื้อขายพุ่งไปแตะถึง '2,500 บาท' เนื่องจากสินค้าบางชิ้นเป็นคอลเลกชันพิเศษที่ไม่มีการผลิตซ้ำ (Discontinued) นั่นทำให้คนยิ่ง 'ตามหา'

ทำไม 'สกุชชี่' ถึงกลับมาฮิต?

เหตุผลหลักที่ทำให้สกุชชี่กลับมาผงาดในตลาดอีกครั้ง คือการเข้ามาของกลุ่มผู้ซื้อหน้าใหม่ที่เป็น 'คนวัยทำงาน' คนกลุ่มนี้คืออดีตเด็กยุค 90s-2000s ที่มีความทรงจำร่วมกับของเล่นชนิดนี้ เมื่อเติบโตขึ้นและมีกำลังซื้อมากพอ พวกเขาจึงมองหาของสะสมที่ช่วยเติมเต็มวัยเด็ก

ประกอบกับสภาวะความเครียดจากการทำงาน ทำให้ของเล่นที่สัมผัสนุ่มนิ่ม มีกลิ่นหอม และบีบคลายเครียดได้ กลายเป็น 'อุปกรณ์ฮีลใจ' ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว นอกจากนี้ 'สกุชชี่' ในปัจจุบันยังถูกพัฒนาวัสดุให้มีความพรีเมียม สัมผัสสมจริง และมีความซับซ้อนในการออกแบบจนก้าวข้ามคำว่า 'ของเล่นเด็ก' ไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม สกุชชี่ราคาทั่วๆไปในตลาดแมส ก็เติบโตรับกระแสนี้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ปัจจุบันมีร้านค้านำเข้าสกุชชี่มาจำหน่ายในเวลาอันสั้น ส่งผลให้ตามตลาดนัดและร้านขายของเล่นทั่วไป มีสกุชชี่ราคาถูกหลักสิบถึงหลักร้อยวางจำหน่าย ทำให้เด็กๆ และคนรุ่นใหม่ที่อยากตามเทรนด์สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น 

พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่การเลือกซื้อสินค้าที่มีความพรีเมียมมากขึ้น ผู้ซื้อในปัจจุบันมองหาสกุชชี่ที่เป็นแบรนด์ลิขสิทธิ์แท้ มีคาแรคเตอร์ออริจินัล ผลิตในจำนวนจำกัดและใช้วัสดุที่ปลอดภัย มากกว่าการซื้อของเล่นที่ผลิตซ้ำตามท้องตลาดทั่วไป ซึ่งเป็นเหตุผลสนับสนุนว่า 'มีคนยอมจ่ายแพง เพื่อสะสมสกุชชี่ที่หายากและคุณภาพดี'

ที่มา : creamiicandy

related