
SHORT CUT
ผลสำรวจชี้ Gen Z–มิลเลนเนียลมีแนวโน้ม ‘แทงข้างหลัง’ เพื่อนร่วมงานมากขึ้น เมื่อการแข่งขันและการกลับเข้าออฟฟิศทำให้การเมืองในที่ทำงานรุนแรงขึ้น
การกลับเข้าออฟฟิศอาจช่วยให้พนักงานพบหน้ากันมากขึ้น แต่สิ่งที่พ่วงมาด้วย คือต้องเจอ 'การเมืองในออฟฟิศ' มากขึ้นด้วยเช่นกัน!
ผลสำรวจชื่อ “Workplace Culture Report: 61% of Workers Have Been Thrown Under the Bus at Work” หรืออีกชื่อหนึ่งว่า Resume Now’s Dirty Moves Report จัดทำโดย Resume Now ได้สำรวจคนทำงานในสหรัฐฯ 1,010 คน เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2025
ผลสำรวจพบว่า คนทำงานถึง 61% เคยถูกผู้อื่นโยนความผิดหรือทำให้กลายเป็นผู้รับผิดแทน ขณะที่ 63% เคยเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นในที่ทำงาน และ 29% ระบุว่าเห็นพฤติกรรมดังกล่าวอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
รูปแบบที่พบบ่อยที่สุดคือ การโยนความผิดของตัวเองให้คนอื่น การนำข้อมูลด้านลบของเพื่อนร่วมงานไปรายงานผู้บริหาร การปิดบังข้อมูลสำคัญที่อาจช่วยให้อีกฝ่ายทำงานสำเร็จ และการจงใจจัดสถานการณ์ให้อีกคนล้มเหลว
เพื่อนร่วมงานถูกมองว่าเป็นผู้ก่อเหตุหลักมากที่สุด ตามมาด้วยสมาชิกในทีมและหัวหน้างาน โดยพนักงานประมาณ 1 ใน 4 ระบุว่า เคยถูกผู้จัดการหรือหัวหน้าจัดสถานการณ์ให้ทำงานล้มเหลวด้วย
เมื่อแบ่งตามช่วงวัย Gen Z และมิลเลนเนียลถูกมองว่ามีพฤติกรรมโยนความผิดมากกว่า Gen X และเบบี้บูมเมอร์ประมาณสองเท่า อย่างไรก็ตาม เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจเห็นว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นในคนทุกวัย จึงไม่ควรสรุปว่าเป็นนิสัยเฉพาะของคนรุ่นใหม่ แต่ควรมองว่าเป็นผลจากวัฒนธรรมองค์กรที่ให้รางวัลกับการแข่งขันมากกว่าความร่วมมือ
อีกปัจจัยหนึ่งคือการบังคับให้พนักงานกลับเข้าออฟฟิศ ผลศึกษาจาก SHRM Civility Index พบว่า เหตุการณ์ไร้มารยาทและความเป็นปฏิปักษ์ในสถานที่ทำงาน เช่น การทำให้อับอาย การควบคุมงานมากเกินไป และการบิดเบือนความจริง เพิ่มขึ้น 21.5% ในไตรมาสแรกของปี 2025 โดยองค์กรที่มีนโยบายบังคับกลับเข้าออฟฟิศพบเหตุการณ์ลักษณะนี้สูงกว่าองค์กรที่ไม่มีนโยบายดังกล่าว 63%
สาเหตุอาจไม่ใช่เพราะการทำงานในออฟฟิศเป็นเรื่องเลวร้ายโดยตัวมันเอง แต่เมื่อพนักงานต้องเผชิญความเครียดจากการเปลี่ยนแปลงตารางชีวิต การเลิกจ้าง ภาระงาน และการแข่งขันเพื่อความก้าวหน้า การพบปะกันบ่อยขึ้นก็หมายถึงโอกาสเกิดความขัดแย้งที่มากขึ้นเช่นกัน
ที่มา : fortune