วิธีรับมือ 'คนเปิดมือถือเสียงดัง' ในที่สาธารณะ ไม่ต้องปะทะ ไม่ต้องทนฟังจบ!

วิธีรับมือ 'คนเปิดมือถือเสียงดัง' ในที่สาธารณะ ไม่ต้องปะทะ ไม่ต้องทนฟังจบ!

รำคาญแต่ไม่กล้าเตือน? เจอคนเปิดมือถือเสียงดังในที่สาธารณะควรทำอย่างไร? จะขอให้เบาเสียงก็อาจเป็นชนวนเปิดศึกกลายเป็นเรื่องใหญ่ รวมวิธีเตือนอย่างสุภาพ ใช้คำถามแทนคำสั่ง และพูดให้สั้น

SHORT CUT

  • ถ้าเจอ 'คนเปิดมือถือเสียงดัง' ในที่สาธารณะ เลือกก่อนว่า “ต้องเตือนไหม” ถ้าย้ายที่หรือหลีกเลี่ยงได้ อาจง่ายกว่าการเผชิญหน้า โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายมีท่าทีหงุดหงิดหรือคาดเดาอารมณ์ไม่ได้
  • ถ้าจะเตือน ให้พูดถึง 'เสียง' ไม่ใช่ 'นิสัย' ใช้คำถามหรือคำขอร้องสั้นๆ เช่น 'รบกวนเบาเสียงลงหน่อยได้ไหมครับ/คะ' แทนการตำหนิว่าไม่มีมารยาท 
  • อย่าเถียงหรือพยายามสั่งสอน หากเสียงยังรบกวนให้ย้ายที่หรือขอพนักงานช่วย เพราะเป้าหมายคือทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ไม่ใช่ชนะคนแปลกหน้า

รำคาญแต่ไม่กล้าเตือน? เจอคนเปิดมือถือเสียงดังในที่สาธารณะควรทำอย่างไร? จะขอให้เบาเสียงก็อาจเป็นชนวนเปิดศึกกลายเป็นเรื่องใหญ่ รวมวิธีเตือนอย่างสุภาพ ใช้คำถามแทนคำสั่ง และพูดให้สั้น

เจอคนเปิดมือถือเสียงดังในที่สาธารณะ ควรทำอย่างไร?

เคยไหม นั่งอยู่บนรถไฟ ร้านกาแฟ หรือกำลังรออะไรเงียบๆ แล้วจู่ๆ ก็ต้องกลายเป็นผู้ฟังจำเป็นของคลิป TikTok เกม วิดีโอคอล หรือเพลงจากมือถือของคนแปลกหน้า

ปัญหาคือ เราไม่ได้เลือกฟัง แต่ก็หนีไม่ได้ทุกครั้ง

จะหันไปบอกว่า “ช่วยเบาเสียงหน่อยได้ไหม” ก็ต้องคิดอีกชั้น เพราะไม่รู้ว่าคนตรงหน้าจะตอบกลับมาด้วยคำว่า “ขอโทษครับ” เมินเฉย หรือตั้งใจเพิ่มเสียงให้ดังขึ้นกว่าเดิมเพื่อประชด ?

แซมมี่ วอล์คเกอร์ เอร์เรรา (Sammie Walker Herrera) โค้ชด้านการสื่อสาร เปรียบความรู้สึกนี้เอาไว้ขำๆ ว่า ในใจเราอาจกำลังตะโกนว่า

“ที่ฉันบอกว่าฟังเพลงได้ทุกแนว ฉันไม่ได้หมายถึงเพลงของคุณนะ”

การบ่นในใจเป็นเรื่องง่าย แต่การเดินไปพูดกับคนแปลกหน้าเป็นอีกเรื่อง โดยเฉพาะในยุคที่เราแทบเดาไม่ได้เลยว่า การขอร้องธรรมดาๆ จะจบลงตรงไหน

นิตยสาร Time ได้ไปถามผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและมารยาทว่า ถ้าเจอคนเปิดเสียงมือถือดังในที่สาธารณะ เราควรรับมืออย่างไร โดยไม่ทำให้เรื่องน่ารำคาญนี้บานปลายกลายเป็นเรื่องทะเลาะกัน

วิธีรับมือ 'คนเปิดมือถือเสียงดัง' ในที่สาธารณะ ไม่ต้องปะทะ ไม่ต้องทนฟังจบ!

ก่อนจะเตือน ลองถามตัวเองก่อนว่า ‘จำเป็นไหม?’

ไม่ได้แปลว่า ทุกครั้งที่เจอคนเปิดมือถือเสียงดัง เราต้องลุกขึ้นมาทำหน้าที่ครูสอนมารยา บางสถานการณ์ วิธีที่ง่ายที่สุดอาจเป็นแค่การย้ายที่ เดินหนีไปให้พ้นระยะที่ได้ยินเสียง

นิโคล เดล วัลเล โรส (Nicole Del Valle Rose) โค้ชด้านมารยาทและผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษา Poised & Proper ในลาสเวกัส มองว่า การตอบสนองที่สุภาพที่สุด มักเป็นวิธีที่หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าน้อยที่สุด

เพราะมารยาทไม่ได้หมายความว่าเราต้องเข้าไปแก้ทุกพฤติกรรมที่กวนใจ แต่คือการเลือกวิธีตอบสนองที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดกับทุกฝ่าย

ถ้าอยู่ในร้านกาแฟที่ยังมีโต๊ะว่าง หรือบนรถไฟที่ยังพอย้ายที่นั่งได้ การขยับออกไปอาจจบปัญหาภายในไม่กี่วินาที โดยไม่ต้องเปิดบทสนทนาที่ไม่มีใครอยากมีตั้งแต่แรก

ส่วนการเข้าไปพูดแบบเผชิญหน้า อาจเก็บไว้สำหรับสถานการณ์ที่เราแทบไม่มีทางเลือก เช่น อยู่บนเครื่องบิน รถโดยสารที่แน่นจนขยับไม่ได้ หรือพื้นที่ที่ต้องนั่งอยู่ตรงนั้นอีกนาน

พูดง่ายๆ คือ ไม่ใช่ทุกเรื่องที่รำคาญจะต้องชนะ บางเรื่องแค่เดินออกมาก็จบแล้ว

วิธีรับมือ 'คนเปิดมือถือเสียงดัง' ในที่สาธารณะ ไม่ต้องปะทะ ไม่ต้องทนฟังจบ!

ถ้าต้องพูด ให้พูดถึง ‘เสียงที่ส่งผลกระทบ’ ไม่ใช่ ‘นิสัยของบุคคล’

ในบางครั้งเราอาจรู้สึกอยากจะตอกย้ำให้คนที่ทำผิดรู้ตัวว่าพวกเขากำลังเสียมารยาท แต่ก็ควรยับยั้งชั่งใจไว้ก่อน เมื่อเรารู้สึกรำคาญใครสักคนที่กำลังทำตัวเสียมารยาท สิ่งที่อยากพูดอาจไม่ใช่แค่ “ช่วยเบาเสียงหน่อยได้ไหม” แต่อาจเลยไปถึงเสียงในหัว “ไม่รู้เหรอว่าที่นี่ที่สาธารณะ”

แต่ประโยคหลังนี่แหละที่มีโอกาสเปลี่ยนคำขอร้องให้กลายเป็นการปะทะ

วอล์คเกอร์ เอร์เรรา แนะนำว่า อย่าทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่ากำลังถูกโจมตี เพราะทันทีที่คนรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกตัดสิน เขาก็มีแนวโน้มจะตั้งการ์ดป้องกันตัวเอง ดังนั้นแทนที่จะบอกว่า “คุณเปิดเสียงดังมาก” ลองเปลี่ยนเป็นการอธิบายว่าเสียงนั้นกำลังส่งผลต่อคุณอย่างไร เช่น

“ขอโทษนะครับ พอดีผมกำลังคุยธุระสำคัญ รบกวนช่วยเบาเสียงลงนิดหนึ่งได้ไหมครับ”

ความต่างอาจดูเล็ก แต่ประโยคแรกกำลังพูดถึง ‘สิ่งที่คุณทำผิด’ ขณะที่ประโยคหลังพูดถึง ‘ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้

และเราเองก็ไม่มีทางรู้ว่าอีกฝ่ายเปิดเสียงดังเพราะอะไร บางคนอาจมีปัญหาด้านการได้ยิน หรืออาจไม่รู้จริงๆ ว่าเสียงจากมือถือดังไปไกลแค่ไหน

การเริ่มจากสมมติฐานว่าเขาอาจ ‘ไม่รู้ตัว’ แทนที่จะรีบสรุปว่า ‘ไม่มีมารยาท’ จึงช่วยเปิดพื้นที่ให้อีกฝ่ายแก้สถานการณ์ได้โดยไม่รู้สึกเสียหน้า และมีแนวโน้มที่จะให้ความร่วมมือมากขึ้น

วิธีรับมือ 'คนเปิดมือถือเสียงดัง' ในที่สาธารณะ ไม่ต้องปะทะ ไม่ต้องทนฟังจบ!

ใช้การตั้งคำถาม แทนการออกคำสั่ง

ถ้าตัดสินใจแล้วว่าจะพูด อีกเทคนิคหนึ่งคือ อย่าเปิดบทสนทนาด้วยคำสั่งทันที การเริ่มต้นด้วยความเป็นมิตรจะช่วยได้มาก แลร์รี่ สคูลเลอร์ (Larry Schooler) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการสื่อสารศึกษา จาก University of Texas at Austin แนะนำว่า หากสถานการณ์เอื้อ อาจเริ่มต้นด้วยบทสนทนาสั้นๆ หรือแสดงความสนใจก่อน แล้วค่อยตามด้วยคำขอ

เช่น

  • “ฟังอะไรอยู่เหรอครับ” หลังจากที่พวกเขาตอบ แนะนำให้พูดต่อว่า
  • “โอเคครับ พอดีผมอยากรบกวนถามว่าคุณพอจะเบาเสียงลงหรือฟังแบบส่วนตัวได้ไหม ผมกำลังต้องใช้สมาธินิดหน่อย และรู้สึกว่ามันทำได้ยากน่ะครับ”

เหตุผลคือ คนส่วนใหญ่มักรู้สึกไม่ดีนัก หากประโยคแรกจากคนแปลกหน้าคือคำสั่งให้หยุดสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ

แต่ถ้าไม่อยาก Small Talk กับคนแปลกหน้า — ซึ่งก็เข้าใจได้ เพราะเราแค่อยากได้ความสงบ ไม่ได้อยากได้เพื่อนใหม่ — ก็สามารถข้ามขั้นนั้นไปเลย

นอกจากนี้การใช้คำถามปลายปิดแบบซอฟต์ๆ ก็เป็นวิธีที่ดีเช่นกัน โดยเฉพาะถ้าคุณอยากข้ามการชวนคุยเล่นไปเลย มิเชลล์ เรตสกี้ (Michelle Retsky) นักแก้ไขการพูดและภาษา แนะนำให้เริ่มต้นด้วยประโยคง่ายๆ ว่า

“ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าพอจะมีหูฟังไหมคะ ? พอดีฉันพยายามใช้สมาธิ แต่เสียงทางนี้มันค่อนข้างดังรบกวนนิดหน่อยค่ะ”

ประโยคนี้ไม่ได้เริ่มจากการสั่งให้หยุด แต่โยนปัญหาที่เกิดขึ้นกลับไปเพื่อแก้ไขร่วมกันได้

  • ถ้ามีหูฟังและยินดีใช้ เรื่องก็จบ
  • ถ้าไม่มี ค่อยถามต่อสั้นๆ ว่า
  • “งั้นรบกวนเบาเสียงลงหน่อยได้ไหมคะ”

วิธีรับมือ 'คนเปิดมือถือเสียงดัง' ในที่สาธารณะ ไม่ต้องปะทะ ไม่ต้องทนฟังจบ!

สื่อสารให้สั้นกระชับ ไม่ต้องเป็น TED Talk เรื่องมารยาท

คุณไม่จำเป็นต้องบรรยายยืดยาวเกี่ยวกับการเสื่อมถอยของมารยาทในสังคม ไม่ต้องบอกว่า “สมัยก่อนคนเขาไม่ทำกัน” และไม่จำเป็นต้องทำให้อีกฝ่ายเข้าใจปรัชญาของการอยู่ร่วมกันในพื้นที่สาธารณะภายใน 3 นาที ยิ่งคุณพูดนานมากแค่ไหน บทสนทนาก็จะยิ่งอึดอัดและอาจตึงเครียดมากขึ้นเท่านั้น เพราะเป้าหมายของเราคืออยากให้เสียงเบาลง ไม่ใช่ชนะการโต้วาที คลอเดีย จอห์นสัน (Claudia Johnson) นักบำบัดชีวิตคู่และครอบครัว แนะนำว่าควรสื่อสารให้สั้น และตรงประเด็นจะได้ผลดีที่สุด

ประโยคที่เธอเลือกใช้จึงง่ายมาก “รบกวนใช้หูฟังหน่อยได้ไหมคะ?”

แค่นั้น... จบ

และหลายครั้งน้ำเสียงก็สำคัญคำพูดที่สมบูรณ์แบบเสียอีก หากพูดอย่างสุภาพ และเริ่มจากสมมติฐานว่าอีกฝ่ายอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังรบกวนคนอื่น คนส่วนใหญ่ก็มีแนวโน้มที่จะให้ความร่วมมือ

แต่ถ้าเขาไม่ยอม และบางคนอาจตอบกลับแบบไม่น่ารักนัก คุณก็ไม่จำเป็นต้องเอาชนะ โต้เถียงหรือพยายามสั่งสอน

“เราเปลี่ยนพฤติกรรมของคนแปลกหน้าไม่ได้ สิ่งที่เราทำได้มีแค่การขอร้องดีๆ ”

หากเสียงดังจนรบกวนจริงๆ และไม่สามารถย้ายออกไปได้ อาจเปลี่ยนไปขอความช่วยเหลือจากพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของสถานที่แทน ที่สำคัญ หากอีกฝ่ายดูหงุดหงิด ก้าวร้าว หรือมีพฤติกรรมที่คาดเดาไม่ได้ ก็ไม่ควรเสี่ยงเข้าไปเตือนตั้งแต่แรก

การได้ความสงบกลับคืนมา ไม่ควรต้องแลกกับความปลอดภัยของตัวเอง

ไม่มีสูตรไหนรับประกันว่าประโยคที่ดีหรือสมบูรณ์แบบ จะทำให้อีกฝ่ายทำตามคำขอร้อง กล่าวขอโทษคุณ และหยิบหูฟังขึ้นมาใส่ปิดเสียงทันที

คลอเดียสรุปว่า การสื่อสารที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับการพูดในสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป แต่มันคือ “ความกล้าที่จะพูดในสิ่งที่คุณต้องการด้วยความเคารพ พร้อมกับให้เกียรติผู้อื่นในการตัดสินใจว่าพวกเขาจะตอบสนองอย่างไร”

ดังนั้น ครั้งหน้าถ้าเจอคนเปิด TikTok , โฟนอินเสียงดังลั่นข้างๆ เราอาจมีอยู่ไม่กี่ทางเลือก

  • ถ้าย้ายได้ ก็ย้าย
  • ถ้าจำเป็นต้องพูด ก็พูดสั้นๆ และสุภาพ
  • ถ้าเขาไม่ยอม ก็ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองเป็นครูสอนมารยาท

เพราะการจัดการกับคนที่เปิดมือถือเสียงดังในที่สาธารณะ ไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะหาวิธี ‘เอาชนะ’ เขาอย่างไร แต่อยู่ที่ว่าเราจะเอาความสงบของตัวเองกลับคืนมา โดยไม่ทำให้เรื่องเล็กๆ ต้องใหญ่กว่าเดิมได้อย่างไร

ที่มา : TIME

related