
SHORT CUT
ผลสำรวจใหม่ในฮ่องกง เผยเกือบ 70% ของ Gen Z แต่งภาพก่อนโพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์ เกือบครึ่งประเมินสุขภาวะทางจิตต่ำกว่ามาตรฐานสากล ผู้เชี่ยวชาญห่วงกระทบสุขภาพจิต
ผลสำรวจที่จัดทำโดยสมาคมสุขภาพจิตแห่งฮ่องกง และ องค์กร Baptist Oi Kwan Social Service ระหว่างเดือนธันวาคมปี 2025 ถึงเดือนพฤษภาคม ปี 2026 และเผยแพร่เมื่อวันจันทร์ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นจากชาวฮ่องกงจำนวน 983 คน ที่มีอายุระหว่าง 11-30 ปี เพื่อศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมการแต่งภาพก่อนโพสต์บนโซเชียลมีเดียกับความมั่นใจในตนเอง ความเมตตาต่อตนเอง (Self-compassion) และสุขภาวะทางอารมณ์ของคนหนุ่มสาว
ผลการสำรวจพบว่า 69.2% ของผู้ตอบแบบสอบถามแต่งภาพก่อนโพสต์บนออนไลน์ โดยวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่
นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามราว 40% ระบุว่าตนมีความต้องการที่จะปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของตนเอง ในขณะที่มากกว่า 1 ใน3 ไม่ชอบภาพสะท้อนของตนเองในกระจกหรือในรูปถ่าย และประมาณ 36% รู้สึกไม่พอใจกับรูปลักษณ์ของตนเอง
ผลสำรวจยังพบว่า ผู้หญิง นักศึกษาระดับอุดมศึกษา และคนวัยทำงานตอนต้น มีแนวโน้มแต่งภาพก่อนโพสต์มากกว่ากลุ่มอื่น โดย 20.2% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยผู้ใหญ่ตอนต้น มักวิจารณ์ตัวเองในแง่ลบบ่อยครั้ง ขณะที่ 18.9% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเยาวชน มีปัญหาในการยอมรับและเมตตาต่อตนเอง
ดร.เมย์ แลม เหม่ย-หลิง (Dr May Lam Mei-ling) ผู้ก่อตั้งและประธานสมาคมสุขภาพจิตแห่งฮ่องกง กล่าวว่า พบว่า บุคคลที่แต่งภาพบ่อยมีแนวโน้มที่จะรู้สึกไม่พึงพอใจรูปลักษณ์ภายนอกของตนเองในด้านต่าง ๆ มากขึ้น พร้อมเสริมว่า เบื้องหลังการแต่งภาพจำนวนมาก คือการวิพากษ์วิจารณ์ตัวเองในแง่ลบ และการแต่งภาพบ่อยครั้งยังเชื่อมโยงกับระดับความเมตตาต่อตนเองที่ลดลง
ดร.แลม มองว่า แนวโน้มดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงสำคัญของชีวิต ประกอบกับสื่อสังคมออนไลน์ได้กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้แสดงภาพลักษณ์ภายนอกของตนเอง
ด้าน สการ์เล็ต พูน ฟุง-ออย (Scarlet Poon Fung-oi) ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Baptist Oi Kwan Social Service กล่าวว่า ผู้ตอบแบบสอบถามเกือบทั้งหมดให้ความสำคัญกับรูปร่างและลักษณะใบหน้าของตนเองเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ เมื่อให้ประเมินระดับสุขภาวะทางจิตตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า 48.9% ของผู้ตอบแบบสอบถามได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์แนะนำที่ระดับ 13 คะแนน ซึ่งสะท้อนว่าจำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่
นอกจากนี้ สุขภาวะทางจิตของคนหนุ่มสาวอายุ 18 ถึง 30 ปี ยังอยู่ในเกณฑ์ที่แย่กว่าอย่างเห็นได้ชัด โดย 55.2% มีคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากลที่แนะนำไว้ เมื่อเทียบกับ 45.8% ในกลุ่มเยาวชนอายุ 11-17 ปี
คณะผู้จัดทำผลสำรวจ ระบุว่า จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งโรงเรียนและสถานที่ทำงานในการส่งเสริมให้เยาวชนคนหนุ่มสาวยอมรับตัวตนที่แท้จริงของตนเอง ฝึกปฏิบัติการมีความเมตตาต่อตนเอง และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสนับสนุนจิตใจ เพื่อช่วยให้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญในตัวเอง
พูน กล่าวทิ้งท้ายว่า การสนับสนุนให้เยาวชนเห็นคุณค่าของตนเองในหลากหลายมิติ จะช่วยให้คนกลุ่มนี้ไม่ยึดติดกับภาพลักษณ์ที่ต้องสมบูรณ์แบบเพียงด้านเดียว พร้อมย้ำว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่การแต่งภาพ แต่คือการที่พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์กับผู้อื่น รวมถึง บั่นทอนความกล้าที่จะแสดงออกถึงตัวตนของตนเองหรือไม่
ที่มา: South China Morning Post