เมื่อ ‘พุทธศาสนา’ กำลังกลายเป็นพื้นที่ฮีลใจของ ‘Gen Z’

เมื่อ ‘พุทธศาสนา’ กำลังกลายเป็นพื้นที่ฮีลใจของ ‘Gen Z’

‘ศาสนาพุทธ’ ทุกวันนี้เริ่มเป็นมากกว่าหลักธรรมคำสอน คนรุ่นใหม่อย่าง ‘Gen Z’ เริ่มทำให้กลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงง่าย จนกลายเป็น ‘ป็อปคัลเจอร์’ และเกิดเป็น ‘Hip-Bul'

SHORT CUT

  • คนรุ่นใหม่ (โดยเฉพาะ Gen Z และกลุ่มผู้ที่ไม่มีศาสนาในเกาหลีใต้) หันมาสนใจพุทธศาสนาในฐานะ 'พื้นที่ฮีลใจ' หรือหลุมหลบภัยทางอารมณ์
  • 'ธรรมะ' ถูกนำมาปรับโฉมใหม่ให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่จับต้องและบริโภคได้ง่าย เกิดเป็นเทรนด์แฟชั่น 'Buddhistcore' และกระแส 'Hip-Bul'ที่เห็นได้ชัดผ่านกิจกรรมรูปแบบใหม่ๆ
  • แม้ปรากฏการณ์นี้จะถูกตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มอนุรักษ์นิยมบางส่วนว่าเป็นเพียงแฟชั่นฉาบฉวย เน้นการพาณิชย์ และบ่อนทำลายความศักดิ์สิทธิ์ แต่บทเรียนสำคัญที่ได้คือ ศาสนาในยุคใหม่จะอยู่รอดได้ต้องเริ่มต้นจากการเข้าใจความไม่สมบูรณ์แบบของมนุษย์ และมอบความสบายใจเล็กๆในชีวิตประจำวัน มากกว่าการเทศนาสั่งสอนหรือบังคับให้เชื่อตามขนบเดิมๆ

‘ศาสนาพุทธ’ ทุกวันนี้เริ่มเป็นมากกว่าหลักธรรมคำสอน คนรุ่นใหม่อย่าง ‘Gen Z’ เริ่มทำให้กลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงง่าย จนกลายเป็น ‘ป็อปคัลเจอร์’ และเกิดเป็น ‘Hip-Bul'

เมื่อ 'ศาสนาพุทธ' ดั้งเดิมที่บางคนอาจเคยมองว่าเป็นเรื่องราวของความเงียบสงบบนภูเขาสูง ถูกตีความใหม่โดยคนรุ่นใหม่ ทั้ง 'Gen Y' และ 'Gen Z' ในเกาหลีใต้และทั่วโลก จนเกิดเป็นกระแสที่เรียกว่า 'Hip-Bul' (ฮิป-พุทธ) หรือ 'Buddhistcore' ซึ่งเปลี่ยนภาพจำจากเรื่องศรัทธาอันหนักหน่วง เคร่งครัด และศักดิ์สิทธิ์ ให้กลายเป็น คอนเทนต์ไลฟ์สไตล์, ความบันเทิง และพื้นที่ฮีลใจ จากภาวะสมองล้า และมลพิษทางดิจิทัล

 

จากบริบทสังคมเกาหลีใต้ ยุคไร้ศาสนา แต่โหยหาการควบคุมจิตใจ

ข้อมูลจาก Gallup Korea และ สำนักวิจัย Korea Research ระบุว่า สังคมเกาหลีใต้กำลังเข้าสู่ 'ภาวะไร้ศาสนา' อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มคนอายุน้อย

โดยกลุ่มคนที่ไม่ได้นับถือศาสนาอะไรเลยในช่วงอายุ 20-29 ปี มีมากถึง 69% และกลุ่มอายุ 30-39 ปี สูงถึง 62%

แม้ประชากรจะเลิกนับถือศาสนา แต่ผู้ตอบแบบสอบถามที่ไม่นับถือศาสนากว่า 17% กลับระบุว่า 'ชอบพุทธศาสนามากที่สุด' เมื่อเทียบกับศาสนาอื่น และมีทัศนคติเชิงบวกต่อวัฒนธรรมพุทธเป็นอย่างมาก

สิ่งที่ทำให้ศาสนาพุทธชนะใจกลุ่มคนเหล่านี้ก็คือ 'ความไม่บังคับ' เพราะท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่เข้มข้น ความเครียดจากค่าครองชีพ สินทรัพย์ตกต่ำ และการทำงานหนัก คนรุ่นใหม่มองว่าพุทธศาสนามีท่าทีที่นุ่มนวล ไม่ยัดเยียดหลักการ ไม่ชี้นำรสนิยม และสอนให้ 'ปล่อยวาง ลดความยาก และลดตัวตน' จึงกลายเป็นหลุมหลบภัยทางอารมณ์ที่ดีที่สุด

มิติใหม่ของ ‘Hip-Bul’ เมื่อธรรมะกลายเป็นป็อปคัลเจอร์

พุทธศาสนาถูกนำมาปรับโฉมใหม่ หรือ Rebranding ให้กลายเป็นวัฒนธรรมบริโภคที่จับต้องง่าย ปรากฏผ่าน 6 รูปแบบหลัก ได้แก่

1) ดีเจพระ EDM นิวจินส์นิม (NewJeansNim) โดยตลกชื่อดัง ยุนซองโฮ (Youn Sung Ho) ได้สร้างตัวตนฉายาดีเจพระ 'NewJeansNim' ใส่ชุดฮันบกคล้ายจีวร ขึ้นเวทีเปิดเพลง EDM ในงานเทศกาลโคมไฟวันวิสาขบูชา พร้อมสโลแกน 'This too shall pass' (สิ่งนี้เดี๋ยวก็ผ่านไป) และใส่เนื้อร้องสะท้อนชีวิตคนทำงาน เช่น “เงินเดือนไม่ขึ้น หุ้นตก วันจันทร์มาถึงไวเกิน…” จนวัยรุ่นกระโดดเต้นและตะโกน “Buddha Handsome!” กันจนลานแตก

CREDIT : AFP

2) อินฟลูเอนเซอร์พระสงฆ์ 'หลวงพี่ดอกไม้' พระบอมจอง (Venerable Beomjeong) เจ้าของบัญชี Instagram ฉายา Kkotsnim (หลวงพี่ดอกไม้) โพสต์ภาพและสื่อสารธรรมะอย่างตรงไปตรงมา สลายภาพจำเดิมๆ ว่าพระต้องลึกลับอยู่แต่บนเขา โดยรับตอบคำถามวัยรุ่นตั้งแต่เรื่องหลักธรรม ไปจนถึงคำถามกวนๆ เช่น 'หลวงพี่แต่งงานกับหนูไหม?'

CREDIT : kkotsnim

3) สินค้า 'Buddhistcore' และ Pop-Up Store ในงาน Seoul & Busan International Buddhist Expo รวมถึง Pop-Up Store ตามห้างดัง มีการขายสินค้าแฟชั่นสาย Buddhistcore จนขาดตลาด เช่น เสื้อสตรีทแวร์พิมพ์สโลแกน Shut up and meditate (หุบปากแล้วไปทำสมาธิ), กางเกงทรงจีวรผ้ายีนส์สุดเท่, แก้วน้ำสกรีนคำสอนธรรมะ, พวงกุญแจพระพุทธรูปสีนีออนตาหัวใจ และการ์ดอวยพรคำคมสุดปัง

CREDIT : nytimes

แถมยังมีโซน 'Shredder ล้างกรรม' ให้คนนำกระดาษที่เขียนความผิดพลาดหรือเรื่องแย่ๆ ในปีที่แล้ว มาใส่เครื่องย่อยกระดาษเพื่อเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความสบายใจ

4) รายการหาคู่ในวัด 'Naneun Jeollo' งานเดทเปิดใจสไตล์ Slow Dating ที่จัดร่วมกันระหว่างวัดและผู้จัดงาน Expo นำวัยรุ่นมาทำสมาธิ ดื่มชา ทานอาหารเจร่วมกัน ภายใต้คอนเซปต์ 'เวลาของการเทใจให้ว่าง แล้วโฟกัสที่เธอ' ซึ่งได้รับการตอบรับถล่มทลาย

CREDIT : YONHAP

5) Temple Stay & กิจกรรมเอ็กซ์ตรีม เป็นโปรแกรม Youth Temple Stay ปรับรูปแบบให้ราคาประหยัด มีบริการแนะแนวอาชีพ สมาธิบำบัด ไปจนถึงการเปิดคอร์สสอนโต้คลื่น ร่วมกับการเรียนรู้ธรรมะ ซึ่งสถิติระบุว่าผู้เข้าร่วม Temple Stay กว่า 50% เป็นคนไม่มีศาสนา

6) อิทธิพลจาก K-Pop (JENNIE ในเพลง ZEN) แม้อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง แต่เมื่อศิลปินระดับโลกอย่าง 'JENNIE BLACKPINK' ได้ปล่อยผลงานเพลงชื่อ ZEN และ Mantra ซึ่งสอดแทรกสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา เช่น ดอกบัว ที่สื่อถึงการเติบโตจากความทุกข์ และนกฮูก ที่หมายถึงปัญญา เพื่อส่งต่อข้อความแห่งการค้นพบความแข็งแกร่งจากภายใน

กระแส 'Zen Aesthetic' ในระดับสากล คือทางรอดจาก Doomscrolling

ในฝั่งตะวันตกและในระดับโลก กลุ่ม Gen Z ที่เติบโตมากับโซเชียลมีเดียกำลังเผชิญกับ 'Digital Burnout' และการรับข้อมูลเกินขนาด ส่งผลให้เกิดเทรนด์ #Zen บน TikTok และ Instagram

ทำให้เกิดการสร้างสเปซบำบัดจิตสมมติ โดยวัยรุ่นใช้คลิปภาพสไตล์ Zen (สีเอิร์ธโทน, เสียงน้ำไหล, ข้อความให้สติ) เพื่อปรับอัลกอริทึมหน้าฟีดให้กลายเป็นพื้นที่สงบ เพื่อลดคอนเทนต์ตามกระแสตลาดนิยมและการไถฟีดแก้เครียด (Doomscrolling)

นอกจากนี้นักศึกษามหาวิทยาลัยในยุโรปตั้งข้อสังเกตว่า กระแส Zen ในโลกตะวันตกถูกดัดแปลงจนกลายเป็นเพียง 'Vibe' หรือ 'แฟชั่นตื้นเขิน' คล้ายกับการที่โยคะกลายเป็นเพียงการออกกำลังกาย อย่างไรก็ตามวัยรุ่นส่วนใหญ่ยอมรับว่า แม้จะเสพเพียงเปลือก แต่ภาพและเสียงที่สงบก็ช่วยลดความเครียดในชีวิตประจำวันได้จริง

ปรากฏการณ์เชิงเศรษฐกิจ 'อุตสาหกรรมฮีลใจ' และการปรับตัวของศาสนาอื่น

กระแส Hip-Bul ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องศรัทธา แต่มุ่งไปสู่ 'การบริโภคเชิงประสบการณ์' (Experience-oriented Consumption) และ 'อุตสาหกรรมฮีลใจ' (Healing Industry)

ยอดขายและผู้เข้าชมในงาน Seoul International Buddhist Fair สูงจนสร้างสถิติใหม่ โดยมีผู้เข้าชมสูงถึง 250,000 คน และที่น่าสนใจก็คือมากกว่า 70% เป็นกลุ่มคนอายุน้อย ประมาณ 20-30 ปี และครึ่งหนึ่งเป็นคนไม่มีศาสนา

ไม่ใช่แค่นั้นแต่ยังส่งให้แบรนด์สินค้าเติบโตอีกด้วย โดยแบรนด์สินค้าพุทธศาสนาอย่าง 'Haetal Company' มียอดขายเติบโตขึ้น 2-3 เท่าตัวเลยทีเดียว

อีกหนึ่งข้อดีก็คือเริ่มมีศาสนาอื่นทำตาม แม้แต่ศาสนาคริสต์ในเกาหลีใต้ ก็เริ่มนำวัฒนธรรมแฟนด้อมไอเดลมาใช้ เช่น การจัดคาเฟ่วันเกิดพระเยซู แจกการ์ดรูปพระเยซูและขายของที่ระลึก เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้มีความสนใจในศาสนามากขึ้น

แฟชั่นชั่วคราว หรือ การเข้าถึงธรรมะที่แท้จริง ?

พฤติกรรม Hip-Bul นำมาซึ่งข้อถกเถียงและแรงต้านในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นความสุ่มเสี่ยงเรื่องการพาณิชย์ และความตื้นเขิน เพราะคนแค่อินกับสินค้าแต่ไม่ได้เข้าถึงธรรมะจริงๆ

อาจนำไปสู่การปะทะกับกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่มองว่าเป็นการทำลายความศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงการที่ดีเจพระขึ้นโชว์ได้นั้นก็ยังถูกสั่งห้ามในประเทศที่เคร่งศาสนาอยู่ดี

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า วัยรุ่นส่วนใหญ่มางานเพื่อถ่ายรูปอัพลงโซเชียล ซื้อสินค้าตามเทรนด์ แต่ไม่ได้เปลี่ยนมาเป็นพุทธศาสนิกชนที่ปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังในระยะยาว

และในขณะที่เกาหลีใต้เสพพุทธศาสนาเป็นป็อปคัลเจอร์ แต่ในประเทศอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ พุทธศาสนายังคงผูกติดกับความศรัทธาและความศักดิ์สิทธิ์ ส่งผลให้โชว์ของ DJ นิวจินส์นิม ถูกกลุ่มชาวพุทธและนักการเมืองในประเทศเหล่าต่อต้านจนต้องยกเลิกการแสดง

ที่สำคัญเทรนด์นี้ยังทำให้เกิดคำถามว่า พุทธศาสนาที่เน้นเรื่อง 'การปล่อยวาง' และ 'ไม่ยึดติด' แต่ทำไมถึงมาเน้นขายสินค้าและสร้างกระแสการบริโภค? ซึ่งในมุมมองของ ผศ.ลีซังยอบ (Lee Sang-yeop) จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ได้แย้งว่า ในประวัติศาสตร์ พุทธศาสนาไม่เคยแยกขาดจากวัตถุ แต่เป็นศาสนาที่สร้างสรรค์ศิลปะและวัฒนธรรมทางวัตถุที่ร่ำรวยมาโดยตลอด

อาจจะสรุปได้ว่า แม้กระแส 'Hip-Bul' ดูเหมือนเป็นเพียงแฟชั่นชั่วคราว แต่มันได้มอบบทเรียนและทางรอดสำคัญแก่ศาสนาในยุคปัจจุบัน เพราะการที่ศาสนาจะอยู่รอดในยุคใหม่ ก็ต้องเริ่มต้นจากการเข้าใจมนุษย์ มากกว่าการบังคับให้ศรัทธาหรือรับใช้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะว่าแทนที่จะเน้นไปที่การบังคับให้เชื่อ ศาสนาควรทำตัวเป็นเพื่อนที่คอยพยุงและอยู่เคียงข้างมนุษย์ที่ไม่สมบูรณ์แบบอย่างเงียบๆ

สิ่งที่คนรุ่นใหม่ต้องการจากศาสนาในวันนี้ ไม่ใช่คำเทศนาสั่งสอน ไม่ใช่ความจริงอันเป็นนิรันดร์ แต่คือ 'ประสบการณ์ที่สัมผัสได้ ความเข้าอกเข้าใจ และความสบายใจเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน' และนั่นคือเหตุผลที่พุทธศาสนารูปแบบใหม่ สามารถกลับเข้ามานั่งในหัวใจของคน 'Gen Z' ได้อีกครั้งอย่างนุ่มนวล

อ้างอิงข้อมูล : Maeil Business, Hongik Tidings, The Korea Times, RLT Today, AP News และ The New York Times

related