ละครแนวตั้งฟีเวอร์! คนไทยเปย์หนักติดอันดับ 3 ของโลก เตือนเสี่ยงเด็กมองโลกผิดเพี้ยน

ละครแนวตั้งฟีเวอร์! คนไทยเปย์หนักติดอันดับ 3 ของโลก เตือนเสี่ยงเด็กมองโลกผิดเพี้ยน

สภาพัฒน์เผย ละครแนวตั้งฟีเวอร์ คนไทยเปย์หนักติดอันดับ 3 โลก แต่เตือนจับตาเนื้อหาบิดเบือนความจริง เสี่ยงเด็กและเยาวชนซึมซับค่านิยมผิดๆ จนมองโลกจริงคลาดเคลื่อน

SHORT CUT

  • สภาพัฒน์ เผย คนไทยใช้จ่ายละครแนวตั้งติดอันดับ 3 ของโลก เฉพาะไตรมาสแรกปี 2568 กว่า 260 ล้านบาท
  • ละครแนวตั้งบางส่วนเน้นความสะใจและความไม่สมจริง สภาพัฒน์เตือนอาจทำให้เด็กและเยาวชนมองโลกและค่านิยมคลาดเคลื่อน
  • ผู้ผลิต แพลตฟอร์ม ผู้ปกครอง และภาครัฐ ต้องร่วมกันคัดกรองเนื้อหา พร้อมส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อเพื่อให้ละครเติบโตอย่างมีคุณภาพ

สภาพัฒน์เผย ละครแนวตั้งฟีเวอร์ คนไทยเปย์หนักติดอันดับ 3 โลก แต่เตือนจับตาเนื้อหาบิดเบือนความจริง เสี่ยงเด็กและเยาวชนซึมซับค่านิยมผิดๆ จนมองโลกจริงคลาดเคลื่อน

ทุกวันนี้การดูละครไม่จำเป็นต้องนั่งรอหน้าจอทีวีอีกต่อไป เพราะเพียงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก็สามารถเข้าสู่โลกของละครแนวตั้งได้ทันที ด้วยตอนสั้นๆ เพียง 1-5 นาที เดินเรื่องเร็ว หักมุมถี่ และจบแบบทิ้งปมให้ต้องกดดูตอนต่อไป ทำให้ละครรูปแบบนี้เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทย ตั้งแต่ระหว่างเดินทาง ช่วงพัก ไปจนถึงก่อนนอน จนกลายเป็นหนึ่งในคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

ความแรงของละครแนวตั้งไม่ได้สะท้อนแค่จำนวนผู้ชม แต่ยังรวมถึงเม็ดเงินที่คนไทยยอมจ่าย โดยมูลค่าตลาดละครแนวตั้งทั่วโลกในปี 2568 อยู่ที่ราว 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ และคาดว่าปี 2569 จะเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ประเทศไทยติดอันดับ 3 ของโลกในด้านการใช้จ่ายซื้อเนื้อหาละครแนวตั้ง รองจากสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น

เฉพาะไตรมาสแรกของปี 2568 คนไทยใช้จ่ายกับคอนเทนต์ประเภทนี้แล้วกว่า 260 ล้านบาท ขณะที่ยอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันให้บริการละครแนวตั้งของไทยติดอันดับ 6 ของโลก ที่น่าสนใจคือ รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ชาวไทยสูงกว่าสหรัฐฯ ถึง 7.75 เท่า โดยฐานผู้ชมสำคัญเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน และผู้หญิง ซึ่งมองหาความบันเทิงที่ดูง่าย ใช้เวลาน้อย และได้อารมณ์ทันที

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 2 ปี 2569 ระบุถึงการเติบโตของละครแนวตั้ง พร้อมชี้ให้เห็นอีกด้านที่สังคมต้องจับตา เพราะแม้อุตสาหกรรมกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่เนื้อหาบางส่วนอาจสร้างผลกระทบต่อทัศนคติและการรับรู้ของผู้ชม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

จุดที่น่ากังวลคือ ละครจำนวนไม่น้อยมักออกแบบเรื่องให้เน้นความสะใจมากกว่าความสมจริง พระเอกต้องเก่งที่สุด ตัวร้ายต้องถูกลงโทษอย่างรุนแรง หรือชีวิตคนคนหนึ่งสามารถพลิกจากความยากจนไปสู่ความร่ำรวยได้ในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อรับชมซ้ำๆ อาจทำให้ผู้ชมบางกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน เข้าใจโลกจริงคลาดเคลื่อน คาดหวังว่าปัญหาทุกอย่างต้องมีคำตอบทันที หรือมองว่าความสำเร็จเป็นเรื่องง่ายโดยไม่เห็นกระบวนการและความพยายามที่อยู่เบื้องหลัง

นอกจากนี้ ยังมีเนื้อหาบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง เรื่องทางเพศ หรือการนำเสนอค่านิยมที่ไม่เหมาะสม ประกอบกับละครแนวตั้งเข้าถึงได้ง่ายและรับชมผ่านโทรศัพท์ส่วนตัว จึงเพิ่มความเสี่ยงที่เด็กและเยาวชนอาจได้รับอิทธิพลจากเนื้อหาโดยขาดการกลั่นกรอง

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของอุตสาหกรรมยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก และไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงกระแสชั่วคราว เพราะผู้ผลิตทั้งไทยและต่างประเทศเริ่มเข้ามาลงทุนมากขึ้น เนื้อหามีแนวโน้มหลากหลายขึ้น และการแข่งขันจะเข้มข้นทั้งด้านบท การแสดง เทคโนโลยี และคุณภาพการผลิต

โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่การหยุดกระแสละครแนวตั้ง แต่คือการทำให้การเติบโตของอุตสาหกรรมเดินไปพร้อมกับความรับผิดชอบ ผู้ผลิตควรคัดกรองและระบุระดับความเหมาะสมของเนื้อหาให้ชัดเจน ขณะที่ผู้ชมต้องมีทักษะรู้เท่าทันสื่อ แยกให้ออกว่าสิ่งใดคือเรื่องแต่งและสิ่งใดคือความจริง

ขณะเดียวกัน ผู้ปกครองและสถานศึกษาควรช่วยให้เด็กเรียนรู้การตั้งคำถามและมองเนื้อหาหลายมุม ส่วนภาครัฐและแพลตฟอร์มควรร่วมกันกำหนดมาตรฐาน คัดกรองเนื้อหาที่อาจเป็นอันตราย และสนับสนุนคอนเทนต์คุณภาพ

เพราะละครแนวตั้งอาจเป็นเพียงความบันเทิงไม่กี่นาทีบนหน้าจอ แต่หากรับชมซ้ำทุกวัน สิ่งที่อยู่บนจอก็อาจค่อยๆ กลายเป็นกรอบความคิดของคนดูได้เช่นกัน

related