SaWaDiKa เมื่อ LISA หยิบคำทักทายไทย มากล่าวสวัสดีกับคนทั้งโลก

SaWaDiKa เมื่อ LISA หยิบคำทักทายไทย มากล่าวสวัสดีกับคนทั้งโลก

จากเยาวราชใน ROCKSTAR สู่ “สวัสดีค่ะ” ใน SaWaDiKa เมื่อ LISA พาความเป็นไทยเดินทางไปอีกขั้น “สวัสดีค่ะ” อาจเป็น Soft Power ที่เรียบง่ายที่สุดของไทย

SHORT CUT

  • LISA พาความเป็นไทยสู่สายตาโลกอีกครั้ง ผ่านเพลง SaWaDiKa ทั้งหัวลำโพง มวยไทย ตุ๊กตุ๊ก และที่สำคัญคือคำว่า “สวัสดีค่ะ”
  • “สวัสดีค่ะ” มีเสน่ห์ทั้งเสียงและความหมาย ด้วยท่วงทำนองของภาษาไทย และรากศัพท์ที่สื่อถึงความดี ความสุข ความเป็นมงคล และความเจริญ
  • จากคำทักทายธรรมดาสู่ Soft Power ทางภาษา เมื่อ LISA ใช้ SaWaDiKa เป็นชื่อเพลง ก็เสมือนหยิบคำทักทายของไทยไป “กล่าวสวัสดีกับคนทั้งโลก” ผ่านเสียงเพลง

จากเยาวราชใน ROCKSTAR สู่ “สวัสดีค่ะ” ใน SaWaDiKa เมื่อ LISA พาความเป็นไทยเดินทางไปอีกขั้น “สวัสดีค่ะ” อาจเป็น Soft Power ที่เรียบง่ายที่สุดของไทย

หากใน ‘ROCKSTAR’ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล พา “เยาวราช” ไปปรากฏบนสายตาคนทั่วโลก เพลงใหม่ ‘SaWaDiKa’ ก็ดูเหมือนจะพาคนดูเดินลึกเข้ามาในประเทศไทยอีกก้าว

MV ของ SaWaDiKa เลือกสถานีรถไฟกรุงเทพ หรือ “หัวลำโพง” เป็นหนึ่งในภาพสำคัญ สถานีเก่าแก่ที่อยู่คู่กรุงเทพฯ มานานถูกนำมาวางไว้ท่ามกลางงานภาพ แฟชั่น และดนตรีร่วมสมัย ขณะที่สัญลักษณ์ซึ่งชาวต่างชาติสามารถเชื่อมโยงกับประเทศไทยได้แทบจะทันทีอย่างมวยไทยและรถตุ๊กตุ๊ก ก็ถูกนำมาเล่าใหม่เช่นกัน

แต่ท่ามกลางองค์ประกอบทั้งหมด สิ่งที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่สถานที่ ไม่ใช่มวยไทย และไม่ใช่ตุ๊กตุ๊ก มันคือคำธรรมดาเพียงคำเดียวที่คนไทยพูดกันแทบทุกวัน  นั่นคือคำว่า “สวัสดีค่ะ”

ก่อนเพลงเปิดตัว แคมเปญโปรโมตยังนำข้อความ “HELLO สวัสดีค่ะ” ไปปรากฏในหลายเมือง ตั้งแต่กรุงเทพฯ ไปจนถึงนิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส และเม็กซิโกซิตี เท่ากับว่าผู้คนจำนวนมากเห็นภาษาไทยเสียก่อนที่จะรู้ด้วยซ้ำว่านี่คือแคมเปญของลิซ่า

และถ้าลองถอยออกมามองคำว่า “สวัสดีค่ะ” ผ่านหูของคนที่ไม่ได้พูดภาษาไทยมาตั้งแต่เกิด เราอาจพบเสน่ห์บางอย่างที่คนไทยคุ้นเคยจนมองข้ามไป

เว็บไซต์ภาษาอังกฤษชื่อ How To Info เขียนถึงการออกเสียงภาษาไทย อธิบายความรู้สึกเมื่อได้ยิน “sawasdee ka” จากเจ้าของภาษาครั้งแรกว่า จังหวะของคำมีความ Smooth และ Melodic หรือราบรื่นและมีท่วงทำนอง จนอาจฟังคล้าย ‘วลีทางดนตรี’ มากกว่าจะเป็นเพียงคำทักทาย พร้อมอธิบายว่าภาษาไทยมีลักษณะคล้ายภาษาที่เหมือนการ ‘ร้องเพลง’ เพราะระดับเสียงของแต่ละพยางค์มีบทบาทสำคัญต่อภาษา ภาษาไทยเป็นภาษาวรรณยุกต์ ระดับเสียงสูง–ต่ำของแต่ละพยางค์สามารถเปลี่ยนความหมายของคำได้ นั่นทำให้เมื่อคนไทยพูด เสียงในประโยคจะมีการขึ้นลงตามธรรมชาติ สำหรับชาวต่างชาติที่ภาษาแม่ไม่ได้ใช้ระดับเสียงในลักษณะเดียวกัน ภาษาไทยจึงอาจฟังคล้ายมี ‘ท่วงทำนอง’ อยู่ในคำพูด และเมื่อเป็นคำอย่าง ‘สวัสดีค่ะ’ ที่มีหลายพยางค์ต่อเนื่องกัน เสียงที่ไล่ระดับไปพร้อมกับคำลงท้ายสุภาพอย่าง “ค่ะ” หรือ “ครับ” ก็ยิ่งทำให้คำทักทายนี้มีเอกลักษณ์เมื่อได้ยิน

ยิ่งไปกว่านั้นคำว่า สวัสดีค่ะ ไม่ได้เป็นเพียงคำทักทาย  เพราะหากย้อนกลับไปดูความหมาย จะพบว่าสัมพันธ์กับภาษาสันสกฤต Svasti ที่มีความหมายในทำนอง ความดี ความเป็นมงคล ความสุข และความเจริญ ดังนั้น ความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำทักทายของคนไทยจึงมีลักษณะคล้ายการส่งความปรารถนาดีให้กับอีกฝ่ายไปพร้อมกันด้วย

ด้วยเหตุนี้ “สวัสดีค่ะ” จึคงอาจเป็น Soft Power ที่เรียบง่ายที่สุดของไทย เป็นคำที่ไม่ว่าคนไทยพูดกับชาวต่างชาติ หรือชาวต่างชาติลองพูดกับคนไทย ก็ช่วยลดระยะห่างและสร้างความรู้สึกเป็นมิตรได้ทันที และเมื่อ LISA เลือกคำนี้มาเป็นชื่อเพลง SaWaDiKa ก็คล้ายกับการหยิบคำทักทายของคนไทยขึ้นมา ‘กล่าวสวัสดีกับคนทั้งโลก’  ผ่านเสียงเพลง

SaWaDiKa เมื่อ LISA หยิบคำทักทายไทย มากล่าวสวัสดีกับคนทั้งโลก

related