
SHORT CUT
ชวนเดินดู 6 นิทรรศการตลอดเดือนกันยายน 2569 ที่ MMAD มันมัน ศรีนครินทร์ มีตั้งแต่งานศิลปะที่พาวัฒนธรรมล้านนามาเจอกับสเก็ตบอร์ด โลกนุ่มนิ่มจากงานถักกว่า 1,000 ชิ้น เรื่องเล่าความทรงจำของอีสาน ไปจนถึง Pink Issue ที่ชวนตั้งคำถามต่อร่างกายและอัตลักษณ์ทางเพศ
เดือนกันยายน 2569 ถ้าอยากหาที่เดินดูงานศิลปะแบบไม่ต้องผูกตัวเองอยู่กับนิทรรศการเดียว MMAD มันมัน ศรีนครินทร์ มีงานใหม่และงานที่กำลังจัดแสดงให้เลือกดูพร้อมกันถึง 6 นิทรรศการ
ตั้งแต่งานร่วมสมัยที่ตีความวัฒนธรรมล้านนาใหม่ผ่าน “ตุง” และสเก็ตบอร์ด งาน Interactive Installation ที่สร้างโลกนุ่มนิ่มจากงานถักกว่า 1,000 ชิ้น ไปจนถึงนิทรรศการที่ชวนตั้งคำถามเรื่องเพศผ่านประติมากรรมหล่อจากอวัยวะจริง
ส่วนใครอยากดูอะไรเบาลง ก็มีทั้งภาพพิมพ์ที่เล่าเรื่องชีวิตอีสาน งานเพ้นท์ว่าด้วยการหลงทาง และนิทรรศการที่ชวนกลับมาทำความรู้จักกับความกังวลของตัวเองใหม่
4 ห้อง 4 โลก กับความ “บ้า” ที่ไม่เหมือนกัน
MMAD Exhibition กลับมาในเดือนกันยายน–ตุลาคม ภายใต้โครงการ MMADness is Calling โดยรอบนี้รวบรวม 4 นิทรรศการที่พูดถึงความคิดสร้างสรรค์ผ่านคนละภาษา ตั้งแต่วัฒนธรรม งานคราฟต์ เมือง ร่างกาย ไปจนถึงพื้นที่ในจินตนาการที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อหลบจากโลกจริง
MMAD GALLERY 1 – The Body, The Material, The Soul
โดย ธิติพงษ์ เนื่องพิมพ์
ห้องแรกพาเข้าไปสำรวจความสัมพันธ์ระหว่าง “ร่างกาย วัตถุ และพื้นที่” ผ่านประติมากรรมรูปทรงมนุษย์ 17 ชิ้น ซึ่งสวมเครื่องแต่งกายสีสันสดใสและกระจายอยู่ทั่วห้อง
แสงไฟระยิบระยับสลับกับช่วงเวลาที่ห้องกลับสู่ความมืด ทำให้การมองเห็นตัวงานเปลี่ยนไปตามจังหวะ ผู้ชมจึงไม่ได้ยืนมองประติมากรรมจากระยะห่างเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเดินเข้าไปสำรวจพื้นที่และตั้งคำถามว่า สิ่งที่เรา “มองเห็น” อาจไม่ใช่ทั้งหมดของสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
MMAD GALLERY 2 – Test My Style, Try My Straight
โดย WhatTheYak
จาก “ล้านนา” ที่บางครั้งถูกทำให้กลายเป็นภาพจำแบบเดิม ๆ นิทรรศการนี้ลองรื้อภาพเหล่านั้นแล้วประกอบขึ้นใหม่ด้วยภาษาของศิลปะร่วมสมัย
WhatTheYak หยิบ “ตุง” มาตีความผ่านจิตรกรรมและสเก็ตบอร์ด จนกลายเป็นงานจัดวางเกือบ 30 ชิ้น พร้อมนำแนวคิดเรื่อง “ชุธาตุ” หรือพระธาตุประจำปีเกิด มาผสมกับตัวละคร สี และจิตรกรรมดิจิทัล
จึงน่าสนใจตรงที่วัฒนธรรมดั้งเดิมไม่ได้ถูกวางไว้หลังตู้กระจก แต่ถูกลองจับมา remix ใหม่ เพื่อดูว่าของเก่าจะคุยกับคนร่วมสมัยได้อีกแบบแค่ไหน
MMAD GALLERY 3 – Urban / Street / Craft
โดย นิศากร เพ็ญสมบูรณ์, องอาจ มากสิน และ ณัฏฐพล บุญเผือก
เมืองไม่ได้มีแค่ตึก ถนน หรือผู้คน แต่ยังเต็มไปด้วยสิ่งที่ถูกใช้แล้วทิ้ง
Urban / Street / Craft จึงหยิบขยะและวัสดุเหลือใช้มาเป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะจัดวาง เพื่อสำรวจเมือง ชุมชน และวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านมุมที่เราอาจเดินผ่านทุกวันโดยไม่ได้สังเกต
ผู้ชมยังสามารถลงมือสร้างงานชิ้นเล็กจากเศษวัสดุด้วยตัวเอง ตั้งแต่การถักเศษผ้าที่เหลือจากอุตสาหกรรมแฟชั่น ไปจนถึงงานฉลุกระดาษสี เปลี่ยนสิ่งที่เกือบกลายเป็นขยะให้กลับมามีเรื่องเล่าอีกครั้ง
MMAD GALLERY 4 – Soft World: เมื่อโลกภายนอกไม่อ่อนโยนกับเรา เราจึงหลีกหนีสู่โลกอีกใบ
โดย จิตติมน มันทรานนท์
ชื่อก็บอก mood ของงานแทบทั้งหมดแล้ว
Soft World สร้างโลกจำลองที่เต็มไปด้วยประติมากรรมผ้าและงานถักโครเชต์สีสดมากกว่า 1,000 ชิ้น ให้ผู้ชมเข้าไปสัมผัส สำรวจ และพักอยู่ในพื้นที่ได้จริง
ผลงานส่วนหนึ่งเกิดจากการทำงานร่วมกับกลุ่มผ้าปักมือบ้านสันกอง จ.เชียงราย และการนำไหมพรมบริจาคมา Upcycle ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา
พื้นที่จึงทำหน้าที่คล้าย safe zone ทางกายภาพ ให้เราเข้าไปหลบความแข็งกระด้างของโลกภายนอกชั่วคราว ผ่านสิ่งที่เรียบง่ายมากอย่างสี ผ้า งานฝีมือ และสัมผัสนุ่ม ๆ
เมื่อเรื่องเล่าไม่ได้หยุดอยู่แค่ภาพนิ่ง
สำหรับคนที่สนใจ Moving Image เดือนนี้ TCDC COMMONS Visual Arts นำเสนอผลงาน 2 ชิ้น ได้แก่ “เสือโค คำสัตย์” โดย อชิตพนธิ์ เพียรสุขประเสริฐ และ “ดูอีกที” โดย วรัตต์ บุรีภักดี
งานถูกจัดแสดงภายในห้องสมุดเฉพาะด้านทัศน์ศิลป์ ทำให้พื้นที่อ่านและค้นคว้ากลายเป็นพื้นที่ทดลองอีกแบบของภาพเคลื่อนไหว และเปิดให้ผู้ชมทำความรู้จักการเล่าเรื่องที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงจิตรกรรม ภาพถ่าย หรือวัตถุ
กลับบ้านไปกับ “คลาวด์ดี้” ผ่านความทรงจำของอีสาน
ถ้างานก่อนหน้าพาไปสำรวจเมือง นิทรรศการนี้พากลับออกไปหาชนบท ผ่าน “คลาวด์ดี้ (Cloudy)” ตัวละครที่ทำหน้าที่เหมือนเพื่อนร่วมทาง พาผู้ชมไปพบธรรมชาติ ผู้คน และวัฒนธรรมท้องถิ่นของภาคอีสาน
ธนาธิปถ่ายทอดเรื่องราวของบ้านเกิดผ่านภาพพิมพ์ตะแกรงไหม (Silk Screen) โดยนำความทรงจำจริงมาผสมกับจินตนาการ
สิ่งที่ได้จึงไม่ใช่ภาพบันทึกชนบทแบบสารคดีเสียทีเดียว แต่เป็น “บ้าน” ในเวอร์ชันที่ผ่านความทรงจำของคนคนหนึ่งมาแล้ว ทั้งอบอุ่น สดใส และมีรายละเอียดบางอย่างที่อาจทำให้คนดูนึกถึงบ้านของตัวเองขึ้นมาเหมือนกัน
ถ้าร่างกายไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรอบเพศแบบเดิมล่ะ?
Pink Issue เป็นหนึ่งในงานที่แรงและชวนตั้งคำถามที่สุดของรอบนี้
ศิลปินใช้ร่างกายของตัวเองเป็นพื้นที่ทดลองเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศ โดยสร้างประติมากรรมปูนปลาสเตอร์จาก “หน้าอก” และ “อวัยวะเพศชาย” ที่หล่อจากร่างกายจริงของอาสาสมัครหลายคน ก่อนนำมาจัดวาง ทดลองประกบ และสำรวจความรู้สึกเมื่อสัญลักษณ์ที่สังคมใช้แบ่งแยกเพศ ถูกนำมาอยู่ร่วมกันบนร่างเดียว
แต่ Pink Issue ไม่ได้ปล่อยให้คนดูยืนมองเฉย ๆ
ผู้ชมสามารถวาด ทาสี เขียนข้อความ สัมผัส หรือแม้แต่ทำลายชิ้นงานได้ ทำให้คำถามเรื่องเพศไม่ได้จบอยู่ที่ประสบการณ์ของศิลปิน แต่ถูกโยนต่อมายังคนดูว่า เรารู้สึกอย่างไรกับร่างกาย เพศ และกรอบที่สังคมใช้บอกว่าใคร “ควร” เป็นอะไร
หลงทางบ้าง อาจไม่ได้แปลว่าไปผิด
เราโตมากับการถูกถามถึง “แผน” ตั้งแต่เรื่องเรียน งาน ไปจนถึงชีวิต แต่เอาเข้าจริง หลายเรื่องที่เปลี่ยนชีวิตกลับเป็นเรื่องที่ไม่เคยอยู่ในแผนตั้งแต่แรก
Where the Path Wanders เล่าเรื่องนี้ผ่านงานสีน้ำ สีอะคริลิค และภาพประกอบ ชวนมองการเดินทางในชีวิตแบบไม่ต้องรีบตีความว่าการออกนอกเส้นทางคือความผิดพลาด
บางครั้งการหลงทาง การเปลี่ยนใจ หรือแผนที่พังกลางทาง อาจพาเราไปพบคน สถานที่ หรือความเป็นไปได้ที่เส้นทางเดิมไม่มีให้เจอ
นิทรรศการจึงเหมาะกับช่วงชีวิตที่ Google Maps ก็ช่วยไม่ได้ เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่เราไม่รู้ว่าจะเลี้ยวซ้ายหรือขวา แต่อยู่ที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยากไปไหน
ถ้าความกังวลไม่หายไป เราจะอยู่กับมันอย่างไร?
หลายครั้งเราคิดว่าต้องกำจัดความกังวลให้หมดก่อน ถึงจะกลับมามีความสุขได้ แต่ Relationship with Myself ลองตั้งต้นจากความคิดอีกแบบว่า ถ้ามันไม่ได้หายไปง่าย ๆ เราจะสร้างความสัมพันธ์กับมันใหม่ได้ไหม
เรื่องราวถูกถ่ายทอดผ่าน “น้องละมุนละไม” และแมวดำตัวเล็กที่เปรียบเหมือน Anxiety ซึ่งยังคงเดินตามอยู่เสมอ บางวันส่งเสียงดัง บางวันเพียงนั่งอยู่ข้าง ๆ
งานเพ้นท์โทนละมุนจึงไม่ได้เล่าเรื่องการเอาชนะความกลัว แต่พูดถึงการรับรู้ว่าความรู้สึกเหล่านั้นมีอยู่ โดยไม่ต้องรีบผลักมันออกไปหรือตัดสินตัวเองทุกครั้งที่รู้สึกไม่โอเค
เพราะความสัมพันธ์ที่เราต้องอยู่ด้วยนานที่สุด อาจเป็นความสัมพันธ์กับตัวเราเอง
จุดสนุกของนิทรรศการรอบนี้คือ 6 งานแทบไม่ได้พูดเรื่องเดียวกันเลย แต่หลายงานกลับวนอยู่กับคำถามใกล้ตัว ตั้งแต่เรามองร่างกายและเพศอย่างไร ความทรงจำเกี่ยวกับบ้านและเมือง ความสัมพันธ์กับวัฒนธรรม ไปจนถึงวิธีรับมือกับโลกข้างนอกและความรู้สึกข้างใน
อยากดูอะไรสนุกและสีจัด มีล้านนาผ่านสเก็ตบอร์ด อยากพักจากโลกจริงก็เดินเข้า Soft World อยากได้งานที่ชวนคิดแรงขึ้นมี Pink Issue หรือถ้าช่วงนี้ชีวิตออกนอกเส้นทางไปไกลจนแผนเดิมแทบจำไม่ได้ Where the Path Wanders ก็อาจตรง mood แบบพอดีเกินไปหน่อย
ทั้ง 6 นิทรรศการจัดแสดงตลอดเดือนกันยายน 2569 ในพื้นที่ MMAD มันมัน ศรีนครินทร์ (ซีคอนสแควร์) โดยแต่ละนิทรรศการมีช่วงเวลาจัดแสดงแตกต่างกัน อัปเดตไอเดียใหม่ ๆ และคอมมูนิตี้ของศิลปะและดีไซน์กับ แมด, มันมัน ศรีนครินทร์ (ซีคอนสแควร์) ได้ที่ Facebook และ Instagram: MMAD - MunMun Art Destination และ MunMun Srinakarin