บทเรียนอินโดนีเซีย แก้นักเรียนตีกันด้วยการย้ายสถาบัน

บทเรียนอินโดนีเซีย แก้นักเรียนตีกันด้วยการย้ายสถาบัน

บทเรียนจากอินโดนีเซีย เมื่อการย้ายพื้นที่และเปลี่ยนชื่อสถาบัน ช่วยตัดวงจรคู่อริ ลดโอกาสนักเรียนต่างโรงเรียนยกพวกตีกัน

SHORT CUT

  • Tawuran คือวัฒนธรรมยกพวกตีกันของนักเรียน ที่ผูกกับศักดิ์ศรีสถาบัน ความเป็นพวกเดียวกัน และความขัดแย้งที่ส่งต่อจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง
  • อินโดนีเซียเคยใช้วิธีเปลี่ยนชื่อและย้ายโรงเรียน เพื่อตัดเด็กออกจากพื้นที่ คู่ปรับ และอิทธิพลเดิม โดยบางกรณีช่วยยุติความขัดแย้งที่มีมายาวนานได้
  • การแก้ปัญหาต้องมากกว่าการลงโทษเด็ก แต่ต้องแก้ทั้งค่านิยม อัตลักษณ์สถาบัน พื้นที่เสี่ยง การเดินทาง และวัฒนธรรมรุ่นพี่ เพื่อไม่ให้ความรุนแรงถูกส่งต่อไปยังรุ่นใหม่

บทเรียนจากอินโดนีเซีย เมื่อการย้ายพื้นที่และเปลี่ยนชื่อสถาบัน ช่วยตัดวงจรคู่อริ ลดโอกาสนักเรียนต่างโรงเรียนยกพวกตีกัน

ปัญหานักเรียนต่างสถาบันยกพวกตีกันไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ปัญหานี้เกิดขึ้นมายาวนานหลายสิบปี จนมีคำเรียกที่คนอินโดนีเซียคุ้นเคยว่า ‘Tawuran’ หมายถึงการทะเลาะวิวาทหรือยกพวกตีกันเป็นกลุ่ม โดยเฉพาะระหว่างนักเรียนหรือเยาวชนต่างกลุ่ม ซึ่งบางครั้งไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว แต่เกิดจากการแบ่งว่าใครเป็น ‘พวกเรา’ และใครเป็น ‘พวกเขา’

สิ่งที่ทำให้ Tawuran แตกต่างจากการทะเลาะกันทั่วไป คือความขัดแย้งสามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์กลุ่ม นักเรียนบางคนมองว่าการออกไปต่อสู้กับโรงเรียนคู่ปรับคือการแสดงความเป็นพวกเดียวกัน ความกล้าหาญ หรือความภักดีต่อสถาบัน ขณะที่วัฒนธรรมรุ่นพี่และความเป็นคู่ปรับระหว่างโรงเรียนอาจถูกส่งต่อไปยังรุ่นน้อง จนคนรุ่นใหม่เข้าร่วมความขัดแย้งทั้งที่ไม่รู้ว่าต้นเหตุเริ่มมาจากอะไร หน่วยงานคุ้มครองเด็กของอินโดนีเซียเองเคยชี้ว่า วัฒนธรรมรุ่นพี่และประเพณีการเป็นศัตรูกันที่ส่งต่อจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้วัฒนธรรม Tawuran ดำรงอยู่

Winarini Wilman นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย ระบุว่า ความเป็นคู่ปรับระหว่างโรงเรียนในจาการ์ตามีมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1960 และบางครั้งเหตุทะเลาะวิวาทสามารถเริ่มต้นจากเรื่องเล็กน้อย เช่น การสบตากันเพียงชั่วขณะ ที่น่าสนใจคือ เด็กที่เป็นเพื่อนหรือเป็นเพื่อนบ้านกันอาจกลับกลายเป็นคู่ต่อสู้เมื่ออยู่ท่ามกลางกลุ่มนักเรียนต่างสถาบัน เพราะอัตลักษณ์ของกลุ่มเข้ามามีอิทธิพลเหนือความสัมพันธ์ส่วนตัว

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Winarini เสนอวิธีแก้ปัญหาที่ดูสุดโต่งแค่ได้ผล คือ เปลี่ยนชื่อหรือย้ายที่ตั้งโรงเรียน เพื่อตัดวงจรความเป็นคู่ปรับเดิม 

ตัวอย่างสำคัญคือโรงเรียนเทคนิค STM 5 ซึ่งเคยมีความขัดแย้งยาวนานกับโรงเรียนอื่นบริเวณถนน Budi Utomo ใจกลางกรุงจาการ์ตา เมื่อโรงเรียนเปลี่ยนชื่อเป็น SMK 4 และย้ายไปยัง Rorotan ทางตอนเหนือของจาการ์ตา ความขัดแย้งกับโรงเรียนบริเวณเดิมก็สิ้นสุดลง Winarini มองว่าการเปลี่ยนชื่อและสถานที่สามารถช่วยให้นักเรียนรุ่นใหม่หลุดออกจากอิทธิพลของรุ่นพี่และเครือข่ายคู่ปรับเดิมได้

อีกปัจจัยหนึ่งคือ ‘พื้นที่ที่ทำให้คู่ปรับมาเจอกัน’ จากการศึกษาของ Winarini ในปี 1998 พบว่า จาการ์ตามีจุดที่นักเรียนมักใช้ก่อเหตุหรือรวมตัวทะเลาะวิวาทประมาณ 250 จุด เกี่ยวข้องกับโรงเรียนกว่า 130 แห่ง เธอจึงเสนอทั้งการจัดรถรับส่งเฉพาะโรงเรียน การให้เด็กเรียนใกล้บ้าน และการปรับเส้นทางรถโดยสารสาธารณะ เพื่อลดโอกาสที่นักเรียนจากโรงเรียนคู่ปรับจะเผชิญหน้ากัน

ที่มา : thejakartapost

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

related