ชิม ‘อาราบิก้าไทย’ จากน่าน–เชียงราย ทั้งบอดีและซิตรัส รวมในกาแฟดริป 1 แก้ว

ชิม ‘อาราบิก้าไทย’ จากน่าน–เชียงราย ทั้งบอดีและซิตรัส รวมในกาแฟดริป 1 แก้ว

NESCAFÉ จับมือดอยตุง นำอาราบิก้าไทยจากน่านและเชียงรายมาทำกาแฟดริป Limited Edition 10,000 กล่อง ชูคาแรกเตอร์ของเมล็ดจากสองแหล่งปลูก หอมซิตรัส ผลไม้แห้ง และน้ำตาลทรายแดง

SHORT CUT

  • เนสกาแฟร่วมมือกับดอยตุง เปิดตัวกาแฟดริป NESCAFÉ ROASTERY DRIP COFFEE รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น
  • ผลิตจากเมล็ดกาแฟอาราบิก้าไทย 100% ที่คัดสรรจากแหล่งปลูกในจังหวัดน่านและเชียงราย
  • ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 10,000 กล่อง และวางจำหน่ายเฉพาะเดือนตุลาคม 2569

NESCAFÉ จับมือดอยตุง นำอาราบิก้าไทยจากน่านและเชียงรายมาทำกาแฟดริป Limited Edition 10,000 กล่อง ชูคาแรกเตอร์ของเมล็ดจากสองแหล่งปลูก หอมซิตรัส ผลไม้แห้ง และน้ำตาลทรายแดง

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คนไทยใส่ใจกับวัฒนธรรมการดื่มกาแฟมากขึ้น จากการตามหาร้าน Specialty Coffee ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงซื้อเมล็ด เครื่องบด และอุปกรณ์ดริปกลับมาชงเองที่บ้าน แหล่งปลูก สายพันธุ์ วิธีแปรรูป และระดับการคั่ว กลายเป็นรายละเอียดที่คนดื่มกาแฟสนใจรายละเอียดมากขึ้น

ข้อมูลจากงานวิจัยตลาดกาแฟโดยรวมของยูโรมอนิเตอร์ (Euromonitor Total Coffee) ระบุว่า กาแฟคั่วบด (Roast & Ground Coffee) เป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุดกลุ่มหนึ่งในตลาดกาแฟไทย ทำให้กาแฟดริปที่ทำจากกาแฟคั่วบด มีแหล่งที่มาของเมล็ดกาแฟที่น่าสนใจ ขยายตัวมากขึ้นตามไปด้วย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันกาแฟสากล NESCAFÉ จับมือดอยตุง เปิดตัว NESCAFÉ ROASTERY DRIP COFFEE กาแฟดริป Limited Edition ที่ใช้เมล็ดอาราบิก้าไทย 100% จากน่านและเชียงราย ผลิตแบบ micro-batch จำนวน 10,000 กล่อง วางจำหน่ายในเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นเดือนที่มีวันกาแฟสากลตรงกับวันที่ 1 ตุลาคม

ชิม ‘อาราบิก้าไทย’ จากน่าน–เชียงราย ทั้งบอดีและซิตรัส รวมในกาแฟดริป 1 แก้ว

อาราบิก้าจากน่านและเชียงราย ในกาแฟดริปหนึ่งแก้ว

กาแฟรุ่นนี้ใช้อาราบิก้าไทยที่เพาะปลูกและคัดสรรโดยดอยตุง จากแหล่งปลูกในจังหวัดน่านและเชียงราย ผ่านการแปรรูปแบบทั้งแบบกึ่งเปียกกึ่งแห้ง (Honey Process) ส่งผลให้กาแฟมีความหวานและความซับซ้อนของรสชาติมากขึ้น แล้วนำไปผ่านกระบวนการแบบเปียก (Washed Process) ก่อนนำไปคั่วแบบ Light-Medium Roast ที่ระดับความเข้ม 3

เมล็ดจากเชียงรายมีกลิ่นเกรปฟรุตและซิตรัสเบา ๆ ส่วนเมล็ดจากน่านให้บอดี้ที่เข้มกว่า เมื่อนำมาผสมกันจึงได้ทั้งรสและกลิ่นในโทนซิตรัส ผลไม้แห้ง และน้ำตาลทรายแดง ตามคาแรกเตอร์ที่ต้องการ

ชิม ‘อาราบิก้าไทย’ จากน่าน–เชียงราย ทั้งบอดีและซิตรัส รวมในกาแฟดริป 1 แก้ว

กาแฟดริป สร้าง culture การชงกาแฟ

NESCAFÉ ROASTERY DRIP COFFEE ทำมาในรูปแบบ Drip Bag สำหรับชงกับแก้วได้เลย หลังเปิดซอง ให้วางถุงดริปบนแก้วแล้วค่อย ๆ รินน้ำร้อนผ่านกาแฟบด กลิ่นและรสจะเปลี่ยนไปตามอุณหภูมิ ตั้งแต่โทนซิตรัสในช่วงแรก ตามด้วยผลไม้แห้ง ก่อนทิ้งความหวานคล้ายน้ำตาลทรายแดงในช่วงท้าย

สำหรับคนที่คุ้นกับกาแฟดำ การรอให้กาแฟเย็นลงเล็กน้อยก็เป็นอีกวิธีจับรสชาติให้ชัดขึ้น เพราะเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน กลิ่นและรสบางส่วนจะชัดขึ้นหรือเบาลง จิบแรกจึงอาจให้ประสบการณ์ต่างจากช่วงท้ายของแก้ว

ชิม ‘อาราบิก้าไทย’ จากน่าน–เชียงราย ทั้งบอดีและซิตรัส รวมในกาแฟดริป 1 แก้ว

2 แบรนด์ใหญ่ สู่พื้นที่ของกาแฟไทย

ความร่วมมือระหว่าง NESCAFÉ และดอยตุง ครั้งนี้ยังน่าสนใจในแง่ที่แบรนด์กาแฟระดับแมสเลือกนำ แหล่งปลูกกาแฟไทย มาเป็นเรื่องหลักของผลิตภัณฑ์

เนสกาแฟ (NESCAFÉ) ทำงานกับเกษตรกรและอุตสาหกรรมกาแฟไทยมานานกว่า 40 ปี ขณะที่ดอยตุงมีประสบการณ์พัฒนากาแฟอาราบิก้าในพื้นที่ภาคเหนือ การนำเมล็ดจากน่านและเชียงรายมาระบุแหล่งที่มาอย่างชัดเจน จึงทำให้ผู้ดื่มได้เห็นรายละเอียดของกาแฟไทยมากกว่าแค่คำว่า กาแฟอาราบิก้า

NESCAFÉ ROASTERY DRIP COFFEE Limited Edition ผลิตแบบ micro-batch จำนวน 10,000 กล่อง ภายในกล่องมี 5 ซอง ราคา 250 บาท และวางจำหน่ายเฉพาะช่วงเดือนตุลาคม 2569 โดยรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระหว่างวันที่ 1–31 ตุลาคม 2569 จะบริจาคให้มูลนิธิกระจกเงาโดยไม่หักค่าใช้จ่าย เพื่อนำไปใช้ฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเดือนกันยายน 2569

ผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายผ่าน NESCAFÉ Official Store บน Shopee, TikTok และ Lazada

related