
SHORT CUT
'แกงคั่วสับปะรดไข่แมงดา' จับคู่กับ 'Sparkling สาโท' เป็นการจับคู่เอารสชาติที่หายไปของเมืองเพชรบุรีเข้ากับเครื่องดื่มจากการหมักลูกแป้งข้าวไทย สุนทรียภาพของเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร
'เพชรบุรี' ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็น Creative City of Gastronomy เมืองที่มีความสมบูรณ์ทางภูมิศาสตร์อย่างมหัศจรรย์ เชื่อมโยงตั้งแต่ป่าเขา ทุ่งนา สวนผลไม้ ลงไปจนถึงชายฝั่งทะเล ความหลากหลายทางธรรมชาติทำให้เพชรบุรีกลายเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมการปรุงอาหารเปี่ยมด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว
ในอดีต แต่ละตระกูลและแต่ละซอยในเพชรบุรีจะมีรสชาติ 'กับข้าวประจำบ้าน' ที่แตกต่างกันออกไป หนึ่งในมรดกอาหารที่เกือบจะสูญหายไปตามกาลเวลา (The Lost Recipe) คือ 'แกงคั่วสับปะรดไข่แมงดาทะเล' สไตล์บางตะบูน ที่ผสานวัตถุดิบจากป่าและทะเลเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ทั้งสับปะรดเพชรบุรีรสหวานฉ่ำเปรี้ยวตัดเลี่ยน ไข่แมงดาทะเลรสเค็มมัน และเห็ดเผาะจากป่าเชิงเขา
เชฟลุงรีย์ หรือ ชารีย์ บุญญวินิจ นักออกแบบและเชฟผู้ก่อตั้ง Uncleree Farm (ฟาร์มลุงรีย์) ฉายภาพให้เห็นว่า เมื่อเมนูแกงคั่วดั้งเดิมที่ไม่เคยหายไปตามกาลเวลา เมื่อถูกนำมาปรับโฉมใหม่เป็นคานาเป้ทรงถ้วยสุดประณีต ตัวถ้วยทำจากแป้งสตรีมแบรนด์ (Stream Buns/Cracker Cup) เพื่อให้ถือรับประทานง่ายในคำเดียว ตัวแกงคั่วถูกเคี่ยวจนรสชาติกลมกล่อม ไม่เผ็ดหรือหวานโดด ผสานความมันหอมของไข่แมงดาและความเปรี้ยวสดชื่นของสับปะรด ถือเป็นการคืนชีวิตให้กับสูตรอาหารโบราณประจําบ้านให้กลับมาเฉิดฉายในเวทีระดับโลก
ความกลมกล่อมของแกงคั่วสับปะรดไข่แมงดา ถูกนำมาจับคู่กับ 'เครื่องดื่มแห่งการรอเวลา' (Sparkling สาโท) เครื่องดื่มซ่าเบาๆ ที่หมักบ่มจากภูมิปัญญาลูกแป้งข้าวไทย ให้รสชาตินวล หอม ละมุน ไม่หวานหรือเค็มโดด ช่วยชูรสชาติความกลมของแกงคั่วและส่งเสริมความละเมียดละไมบนลิ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ความพิเศษของเมืองเพชรบุรีคือสายใยผูกพันระหว่างชาวบ้านกับวัตถุดิบเฉพาะถิ่นที่ถักทอจากภูเขาถึงท้องทะเล 'สับปะรดบางตะบูน' ซึ่งปลูกในพื้นที่ดินเค็มกร่อยริมชายฝั่งอำเภอบ้านแหลม ให้ผลรสชาติเปรี้ยวหวานฉ่ำ กรอบ เนื้อไม่ฉ่ำน้ำจนเกินไป อุดมด้วยเอนไซม์บรอมมีเลนช่วยย่อยอาหาร วิตามินซีสูง ช่วยแก้กระหายและลดเลี่ยนได้เป็นอย่างดี ขณะที่ 'ไข่แมงดาทะเล' (แมงดาถ้วย/แมงดาจาน) ซึ่งพบมากตามแนวป่าชายเลนและปากอ่าวบางตะบูนและหาดเจ้าสำราญ เป็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่ชาวประมงพื้นบ้านเก็บกู้ด้วยความชำนาญ ให้สัมผัสเค็มมัน หนึบหนับ แน่นด้วยโปรตีนและแร่ธาตุ และ 'เห็ดเผาะ' หรือเห็ดถอบ วัตถุดิบมีปีละครั้งจากป่าเต็งรังและเชิงเขาแถบอำเภอหนองหญ้าปล้องและแก่งกระจาน ให้สัมผัสเปาะกัดสนุกเมื่อเคี้ยว ช่วยบำรุงร่างกายและขับลม เมื่อวัตถุดิบจากภูเขา สายน้ำ และท้องทะเลมารวมกันในหม้อแกงประจำตระกูล มันจึงไม่ใช่แค่รสชาติอาหาร หากแต่คือบันทึกวิถีชีวิตและความรักที่คนเพชรบุรีมีต่อแผ่นดินเกิดมาแต่อดีต
การรังสรรค์เมนูที่ไม่เคยเลือนหายไปตากาลเวลา ของบางตะบูนและเมืองเพชรบุรี ช่วยสร้างจุดขายใหม่ให้กับการท่องเที่ยว Gastronomy Route ทำให้นักท่องเที่ยวไม่เพียงแค่มาทานขนมหวานหรือก๋วยเตี๋ยวน้ำแดง แต่ยังอยากเดินทางไปสัมผัสวิถีชีวิตชาวบางตะบูน ชมสวนสับปะรด และลิ้มลองแกงคั่วโบราณถึงถิ่นกำเนิด ส่งผลให้เศรษฐกิจระดับฐานรากเติบโตไปพร้อมกับความภาคภูมิใจของคนในชุมชน
มรดกทางรสชาติที่ถูกคืนชีวิตนี้กำลังกลายเป็นแรงบันดาลใจครั้งยิ่งใหญ่ให้แก่คนรุ่นใหม่ และเชฟรุ่นใหม่ชาวเพชรบุรี ได้กลับบ้านมาร่วมกันต่อยอดภูมิปัญญาด้วยนวัตกรรมและการพรีเซนต์ระดับสากล นำวัตถุดิบรสเลิศที่เคยซ่อนตัวอยู่ในครัวชาวบ้านมาแต่งตัวใหม่ ให้กลายเป็นงานศิลปะบนจานอาหารและเครื่องดื่มคราฟต์ที่สะท้อนเอกลักษณ์วัฒนธรรมได้อย่างงดงาม สิ่งนี้ไม่เพียงแต่เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่โหยหาเสน่ห์ดั้งเดิม แต่ยังดึงดูดนักเดินทางต่างชาติทั่วโลกให้มาสัมผัส 'เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร' สร้างวงจรเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้แก่ชาวสวน ชาวประมง และชุมชนท้องถิ่นตลอดสายน้ำแห่งชีวิต
สัมผัสแห่ง 'เพชรบุรี' มิใช่เพียงการเดินทางมาเยือนเมืองแห่งรสหวาน หรือตามหาเงาร่มไม้ในทิวทัศน์ดั้งเดิม หากแต่คือการก้าวเข้าสู่เมืองแห่งสุนทรียศาสตร์ทางการกินที่เปี่ยมด้วยชีวิตและชีวา เสน่ห์อันวิจิตรของเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารระดับโลก ซึมซับเรื่องราวของวัตถุดิบโบราณที่ผสานร้อยเรียงระหว่างผืนป่าและท้องทะเล ละเมียดละไมไปกับรสสัมผัสที่ถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่อย่างน่าอัศจรรย์ ปล่อยให้เพชรบุรีรังสรรค์ความทรงจำมื้อพิเศษบนปลายลิ้น ให้คุณได้ออกตามรอยมรดกแห่งรสชาติ ค้นหาความลุ่มลึกที่ซ่อนอยู่ในทุกคำ และปักหมุดความประทับใจที่คุณจะอยากกลับมาเยือนและบอกเล่าต่ออย่างไม่รู้จบ