‘อีโมจิดอกกุหลาบเหี่ยว’ ภาษาลับเจนอัลฟ่าที่ผู้ใหญ่ตามไม่ทัน

‘อีโมจิดอกกุหลาบเหี่ยว’ ภาษาลับเจนอัลฟ่าที่ผู้ใหญ่ตามไม่ทัน

เมื่อการใช้ ‘อีโมจิ’ ของคนรุ่นใหม่ ไม่ได้มีความหมายตรงตัวอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นภาษาลับ ที่บางครั้งก็ไม่ได้อยากให้ผู้ใหญ่มาเข้าใจ

SHORT CUT

  • อีโมจิดอกกุหลาบเหี่ยว (🥀) คือภาษาสื่อสารลับของกลุ่มเจนอัลฟ่าที่ใช้แทนความเศร้าหรือการประชดประชันความอกหัก ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ผู้ใหญ่ตามไม่ทัน
  • การสร้างความหมายใหม่ให้อีโมจิที่คนไม่นิยมใช้ เกิดจากความต้องการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะกลุ่มและแสดงถึงการเป็นคนที่ทันเทรนด์บนโลกออนไลน์
  • ความนิยมของอีโมจิเหล่านี้จะสั้นมาก เพราะเมื่อความหมายลับถูกเปิดเผยและกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง (โดยเฉพาะในหมู่ผู้ใหญ่) มันก็จะหมดความเท่และถูกแทนที่ด้วยสัญลักษณ์ใหม่ทันที

เมื่อการใช้ ‘อีโมจิ’ ของคนรุ่นใหม่ ไม่ได้มีความหมายตรงตัวอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นภาษาลับ ที่บางครั้งก็ไม่ได้อยากให้ผู้ใหญ่มาเข้าใจ

‘อีโมจิดอกกุหลาบเหี่ยว’ ความนิยมที่พุ่งพรวดและร่วงโรยบอกอะไรเราเกี่ยวกับเด็กรุ่น Gen Alpha ? เพราะมันคืออีโมจิที่ได้รับความนิยมเติบโตเร็วที่สุดในปี 2025 แต่ถ้าคุณอายุเกิน 16 ปี คุณอาจจะไม่เคยสังเกตเห็นมันเลย และในตอนที่คนวัยยี่สิบกว่าๆ กำลังเริ่มตามเทรนด์นี้ทัน ความฮิตของมันก็จบลงเสียแล้ว

ในซีรีส์ยอดฮิตของ Netflix ปี 2025 เรื่อง 'Adolescence' มีฉากที่ อดัม เด็กชายวัย 13 ปี ลูกชายของนักสืบลุค บาสคอมบ์ ต้องอธิบายให้พ่อฟังถึงวิธีที่คนรุ่นเขาใช้อีโมจิรูปหัวใจ โดยอธิบายว่า “สีแดงคือความรัก สีม่วงคือมีอารมณ์ทางเพศ สีเหลืองคือ ฉันสนใจนะ แล้วเธอล่ะ?, สีชมพูคือ ฉันสนใจนะแต่ไม่ได้คิดเรื่องเซ็กส์ ส่วนสีส้มคือ เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีเอง” เขาย้ำว่า “ทุกอย่างมีความหมายซ่อนอยู่ทั้งนั้น”

ความหมายเหล่านี้พัฒนาและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อย่างเช่น อีโมจิรูปหัวกะโหลก (💀) ที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์เมื่อเจอเรื่องตลกสุดๆ ซึ่งเทียบได้กับคำสแลงที่ว่า ‘ขำจนจะตายอยู่แล้ว’ (I'm dead) หรืออย่างอีโมจิดอกกุหลาบเหี่ยว (🥀) ที่ข้อมูลจาก Google ซึ่งวิเคราะห์โดย New York Times ระบุว่า เป็นอีโมจิที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในปี 2025 และถูกใช้งานมากที่สุดเป็นอันดับที่ 93

การที่อีโมจิซึ่งแทบไม่มีคนใช้เลยก้าวขึ้นมาติดท็อป 100 ได้นั้น เป็นผลงานของเด็กรุ่นเจนอัลฟ่า (คนที่เกิดระหว่างปี 2015-2024) ที่นำมันมาใช้แทนอีโมจิหัวใจสลาย (💔) เพื่อแสดงถึง ‘ความเศร้า’ หรือใช้ในเชิงประชดประชันเพื่อล้อเลียนความอกหัก

การใช้อีโมจิดอกกุหลาบเหี่ยวในลักษณะนี้ เป็นตัวอย่างที่ อดัม อเล็กซิก (Adam Aleksic) นักภาษาศาสตร์ชาวอเมริกันเรียกว่า ‘อีโมจิยัดเยียด’ (forced emoji) ซึ่งหมายถึงการจงใจกำหนดความหมายใหม่ให้กับอีโมจิ แทนที่จะใช้ตามความหมายตรงตัวที่คนทั่วไปเข้าใจ

‘อีโมจิดอกกุหลาบเหี่ยว’ ภาษาลับเจนอัลฟ่าที่ผู้ใหญ่ตามไม่ทัน
 

เขาเชื่อว่าจุดเริ่มต้นความฮิตของดอกกุหลาบเหี่ยวในหมู่เจนอัลฟ่ามาจาก ‘JuggTok’ ซึ่งเป็นชุมชนแอคเคานต์ทำมีมบน TikTok ที่เน้นมุกตลกเชิงประชดประชัน โดยในช่วงต้นปี 2025 เริ่มมีคลิปวิดีโอออกมาบอกว่า อีโมจิหัวใจสลายนั้นถูกใช้กันเกร่อและดู ‘แมส’ เกินไปแล้ว พร้อมกับเสนอให้ใช้ดอกกุหลาบเหี่ยวเป็นทางเลือกใหม่

อดัมอธิบายว่า วัฏจักรความนิยมของอีโมจินั้นหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา การเลือกใช้อีโมจิที่ยังไม่เป็นที่นิยมในวงกว้าง ถือเป็นการส่งสัญญาณให้รู้ว่าคุณอยู่ในกลุ่มคนที่อัปเดตเทรนด์มุกตลกปัจจุบัน ในทางกลับกัน การใช้อีโมจิตามความหมายตรงตัวแบบใสซื่อ แบบที่คนวัย 30 บวกชอบใช้กัน เช่น การใช้อีโมจิหน้าหัวเราะเพื่อแสดงว่ากำลังหัวเราะ กลับกลายเป็นเรื่องตลกให้คนอื่นเอาไปล้อเลียน “ถึงจุดนี้ แค่ใช้อีโมจิหัวกะโหลกก็ถือว่าเชยแล้ว” เขากล่าว

แต่ก็ใช่ว่า ‘อีโมจิยัดเยียด’ จะฮิตติดลมบนเสมอไป อดัมเปรียบเทียบกับภาพยนตร์เรื่อง Mean Girls ที่ตัวละครเกรทเชนพยายามดันคำสแลงคำว่า ‘fetch’ ให้ฮิต แต่กลับโดนเรจินา จอร์จ ราชินีของโรงเรียนเบรกว่า ‘เลิกพยายามทำให้คำนี้ฮิตสักทีเถอะ’

ในความเป็นจริง ตั้งแต่ดอกกุหลาบเหี่ยวเริ่มฮิต ก็มีคนพยายามดันอีโมจิแบตเตอรี่หมด (🪫) ขึ้นมาแทนที่ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับความนิยมยาวนานเท่าดอกกุหลาบ อดัมมองว่ากุหลาบเหี่ยวอยู่รอดได้เพราะมันมีความเชื่อมโยงโดยสัญชาตญาณ ดอกกุหลาบควรจะเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งดีๆ แล้วพอมันเหี่ยวเฉา มันจึงสื่ออารมณ์ความรู้สึกบางอย่างออกมาได้ชัดเจน

 

รูปแบบการสื่อสารเปลี่ยนไว

อย่างไรก็ตามอดัมตั้งข้อสังเกตว่า รูปแบบการสื่อสารของเราเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก จนอีโมจิโดยรวมอาจเริ่มหมดความน่าสนใจสำหรับคนรุ่นใหม่ “ภาพรวมตอนนี้สติกเกอร์กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น อาจเกิดการเปลี่ยนผ่านจากการใช้ไอคอนสำเร็จรูปที่แอปฯ มีให้ ไปสู่การใช้ภาพมีมแสดงอารมณ์แทน”

ไม่ว่าจะเป็นสแลง อีโมจิ หรือสติกเกอร์ วิธีการสื่อสารของวัยรุ่นมักมีความหมายซ่อนอยู่เสมอ แต่ความลับและความเอกซ์คลูซิฟนี่แหละที่ทำให้สิ่งเหล่านี้ดูเท่ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ในเมื่อตอนนี้ความหมายของอีโมจิดอกกุหลาบเหี่ยวถูกบันทึกลงในพจนานุกรม ‘Merriam-Webster’ อย่างเป็นทางการแล้ว ความนิยมของมันก็จะเหี่ยวเฉาและเลือนหายไปอย่างรวดเร็วพอๆ กับตอนที่มันฮิตขึ้นมา

“ในฐานะพ่อแม่ คุณไม่ควรจะรู้หรอกว่าตอนนี้อีโมจิตัวไหนกำลังฮิต” อดัมกล่าวทิ้งท้ายพร้อมย้ำว่าเพราะทันทีที่แม่ของคุณรู้ความหมายของอีโมจิดอกกุหลาบเหี่ยว คุณก็ต้องมูฟออนไปหาอีโมจิตัวใหม่แล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

related