"นายกฯ" ทุ่มงบกว่าหมื่นล้าน รับมือน้ำท่วมแบบบูรณาการ

31 ต.ค. 2560 เวลา 8:02 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

 

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยอมรับปริมาณน้ำไม่น้อยกว่าปี 54 บอกจัดการแล้วยังท่วม สั่งเตรียมติดตามสถานการณ์น้ำภาคใต้ เร่งตั้งสนง.จัดการบูรณาการระยะยาว เตรียมเคาะโครงการมูลค่ากว่าหมื่นล้าน

[caption id="attachment_131460" align="aligncenter" width="715"] "นายกฯ" ทุ่มงบกว่าหมื่นล้าน รับมือน้ำท่วมแบบบูรณาการ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.[/caption]

วันที่ 31 ต.ค.60--พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ว่า วันนี้ (31 ต.ค.) ตนเองจะลงพื้นที่ในจังหวัดขอนแก่น เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยรวมถึงมาตรการดูแลประชาชนด้วย ส่วนสถานการณ์น้ำขณะนี้นั้น ยังมีปัญหาในลุ่มแม่น้ำยม น่าน เจ้าพระยา และท่าจีน ตลอดจนลุ่มแม่น้ำชีและมูลด้วย ที่ได้ผลกระทบจากพายุทำให้มีปริมาณน้ำมากกว่าปกติ ยอมรับว่าปริมาณน้ำไม่น้อยกว่าปี 54

พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็มีการบริหารจัดการมาโดยตลอด ซึ่งการบริหารแล้วน้ำจะไม่ท่วมเลยไม่ได้ เพราะมีน้ำสะสมมาจากภาคเหนือประกอบกับฝนที่ตกและปริมาณน้ำที่สะสมไม่ต้ำกว่าปี 2554 ยืนยันจะทำให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยรัฐบาลได้ทำความเข้าใจในเรื่องการเก็บเกี่ยวการผลิตในลุ่มน้ำเจ้าพระยาให้ทันก่อนน้ำท่วม และสามารถให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รับน้ำ โดยช่วยบรรเทาน้ำท่วมได้พอสมควร พร้อมยืนยันว่าขณะนี้มีเพียงประชาชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำได้ที่ได้รับผลกระทบโดยจะดูแลเป็นพื้นที่ไป ส่วนมาตรการช่วยเหลือทางกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการคลัง โดยยึดตามขั้นตอนของกฏหมายและเบื้องต้นเร่งสำรวจความเสียหายและแยกแยะให้ชัดเจนในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก

พลเอกประยุทธ์ กล่าวต่ออีกว่า หลังจากนี้จะต้องเร่งระบายน้ำให้เร็วที่สุดก่อนที่จะมีน้ำทะเลหนุน และล่าสุดน้ำค่อยลดลงอย่างช้า จากการลดน้ำในเขื่อนเจ้าพระยาลดลง อีกทั้งมีแนวโน้มจะลดลงเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังต้องเตรียมรับมือในสถานการณ์ภาคใต้ เนื่องจากวันที่ 31 ตุลาคม ถึงวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ จะมีปริมาณฝนมากในพื้นที่ดังกล่าวและพายุดีเปรสชั่น โดยการแก้ไขปัญหาตนเองให้จัดตั้งสำนักงานบริหารจัดการน้ำให้จัดการประชุมโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะดูแลเรื่องข้อมูลและแผนงานต่างๆ เพื่อจัดกลุ่มงบประมาณมาพิจารณาและอนุมัติจากนั้นนำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป ทั้งนี้ ทุกกระทรวงต้องทำงานสอดคล้องกัน และตลอด 3 ปีที่ผ่านมาก็ทำงานได้มากขึ้น แต่คณะกรรมการชุดนี้จะพิจารณาโครงการสำคัญ เช่น การขุดคลองระบายน้ำสายใหม่บางบาล-บางไทร งบประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยได้มีการศึกษาทำความเข้าใจนประชาชนยินยอมให้ดำเนินการ และยังมีโครงการขุดคลองระบายน้ำจากแม่น้ำป่าสัก-อ่าวไทย งบประมาณกว่า 40,000 ล้านบาท แต่บางส่วนต้องผ่านพื้นที่ชุมชนจึงต้องพิจารณาให้เหมาะสมว่าคุ้มค่าหรือไม่ ขณะเดียวกันต้องดูแลระบบการอุปโภคและบริโภคหรือน้ำประปาที่จะต้องทำให้ครบ 9,000 หมู่บ้านทั่วประเทศและแล้วเสร็จในปี 2561

พลเอกประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนแหล่งน้ำการเกษตรสำรวจพบว่ามีพื้นที่เหมาะสมกับการเกษตรเพียงร้อยละ 40 จึงต้องทำความเข้าใจกับเกษตรกรให้ทำการเกษตรเหมาะสมกับพื้นที่และสภาพดินฟ้าอากาศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด