เขย่าค้าปลีกไทย! "เซ็นทรัล" ผนึก "JD.com" เกือบ 2 หมื่นล้าน

02 พ.ย. 2560 เวลา 6:54 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

 

บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านค้าปลีกของไทยกับจีน ประกาศร่วมทุนมูลค่า 17,500 ล้านบาท พลิกโฉมธุรกิจออนไลน์ ช็อปปิ้งในไทย พร้อมจัดตั้งสำนักงานใหญ่ในไทยเป็นศูนย์กลางด้วยดิจิทัลแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

[caption id="attachment_132630" align="aligncenter" width="636"] ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด[/caption]

วันที่ 2 พ.ย.60--นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ผู้นำธุรกิจชั้นนำด้านค้าปลีกของไทย และ นายริชาร์ด หลิว ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจดีดอทคอม จำกัด ผู้นำธุรกิจค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซใหญ่ที่สุดในจีนและเป็นผู้นำด้านอีคอมเมิร์ซอันดับ 3 ของโลก แถลงแผนการร่วมทุนธุรกิจโดยจัดตั้ง บริษัท เซ็นทรัล เจดี คอมเมิร์ซ จำกัด เงินลงทุนรวม 17,500 ล้านบาทฝ่ายละครึ่งหนึ่ง มุ่งพัฒนาดิจิทัลอีโคซิสเต็มครบวงจรครั้งแรก พลิกโฉมช็อปปิ้งออนไลน์ในประเทศศไทย ด้วยแพลตฟอร์มใหม่ชื่อ WWW. JD.CO.TH ภายใต้เครื่องหมายการค้า เจดี เซ็นทรัล ที่จะเปิดให้บริการในปีหน้า

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ความร่วมมือนี้เป็นยุทธศาสตร์ดิจิทัลเซ็นทราลิตี้ของกลุ่มเซ็นทรัลที่จะพัฒนาให้เป็น "ออมนิแชแนล" (Omni Channel) หรือ การติดต่อสื่อสารกับลูกค้าที่หลากหลายช่องทางงออน์ไลน์ (Online) และการขายหน้าร้าน (Offline) โดยเชื่อมโยงให้เป็นหนึ่งเดียวแบบไร้รอยต่อ

คาดว่าภายใน 5 ปียอดขายในธุรกิจออนไลน์จะโตแบบก้าวกระโดมากกว่า 15% ความร่วมมืนี้ยังช่วยส่งเสริมการส่งออกสินค้าเอสเอ็มอีของไทยจากปัจจุบันที่จีนซื้อจากไทยกว่า 1 หมื่นล้านบาท อีกทั้งยังช่วยพัฒนาเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก โดยจะจัดตั้งสำนักงานใหญ่ เพื่อเป็นศูนย์กลางด้วยดิจิทัลแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

[caption id="attachment_132632" align="aligncenter" width="625"] ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th นายริชาร์ด หลิว ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจดีดอทคอม[/caption]

ด้านนายริชาร์ด หลิว ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจดีดอทคอม ระบุว่าประเทศไทยมีโครงส้างพื้นฐานทันสมัย และการให้บริการอินเตอร์เน็ตครอบคลุมเอื้อต่อารพัฒนาธุรกิจอีคอมเมิร์ซและฟินเทค ความร่วมมือนี้จะเกิดประโยชน์กับผู้บริโภค ธุรกจิเอสเอ็มอี และเพิ่มการส่งออก

ทั้งนี้ เงินลงทุน 17,500 ล้านบาท ครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ อี-คอมเมิร์ซ อี-โลจิสติกส์ อี-ไฟแนนซ์ อี-มาร์เก็ตติ้ง และอี-เทคโนโลยี ซึ่งทั้งหมดจะใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น หุ่นยนต์ การบริหารข้อมูลบิ๊กดาต้า และ การขนส่งสินค้าด้วยโดรน