ทางออกนอกตำรา : “ระเบิดจากข้างใน” ภารกิจพิชิตเลือกตั้ง “ครม.ตู่5.0”

24 พ.ย. 2560 เวลา 14:05 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

1511531188141 เริ่มชัดเข้ามาเรื่อยๆ สำหรับการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) ครั้งที่ 5 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เรียกขานกันว่า “ครม.ตู่5.0”  ล่าสุดนายกฯ ออกมายืนยันเมื่อวันอังคารที่ 22 พ.ย.ว่า “ได้นำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ ไปแล้ว”

บ่ายวันที่ 23 พ.ย.ก็ออกมาสำทับอีกว่า “จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของทีมเศรษฐกิจ”

ที่แน่นอนคือ การปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จาก นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ มาเป็น “วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์” อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง

ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นแม้โผสื้อกระแสหลักจะพุ่งไปที่ การโยก พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ออกไปเป็นรองนายกรัฐมนตรี และมีชื่อ กฤษฎา บุญราช อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่เท่าที่ตรวจสอบในเชิงลึกกลับไม่เป็นเช่นนั้น

กฤษฎา ยืนยันกับคนใกล้ชิดว่า “ไม่เป็น เพราะไม่ถนัด ตัวเองเป็นลูกหม้อในมหาดไทย เติบโตจากปลัดอำเภอมาเป็นนายอำเภอ เป็นรองผู้ว่า เป็นผู้ว่าฯ อยู่ในสายปกครองมาตลอดชีวิตจะให้ไปทำงานด้านนโยบายการเกษตร ทำไม่เป็น”

ดังนั้นตัวเต็งจึงน่าจะกลับไปที่ ยุคล ลิ้มแหลมทอง อดีตอธิบดีกรมปศุสัตว์  อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  อดีตรมว.เกษตรฯและอดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่ว่ากันว่า มือดีที่ได้พิสูจน์แล้วว่า เจ๋งจริง  ถึงลูกถึงคน

ยุคลนั้น ถือว่าเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลจากองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) ให้ได้รับรางวัล OIE Meritorrious Award เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2554 จากผลงานโดดเด่นในการแก้ไขปัญหาและควบคุมโรคไข้หวัดนกในช่วงที่มีการระบาดในประเทศไทยและระบาดทั่วโลก ที่สำคัญ ยุคล นี่แหละที่เป็นคนสร้าง “มาตรฐานสินค้าเกษตร หรือ มอก.เกษตร” ขึ้นมาจนทำให้สินค้าเกษตรไทยมีมาตรฐานและได้รับการยอมรับ

ว่ากันว่า ผู้ที่ยืนยันกับนายกฯลุงตู่ว่า ยุคลนั้นเจ๋งจริงมิใช่ใคร หากแต่เป็น “หัวหน้าทีม” PMOC: Prime Minister Operation Center ที่ทำหน้าที่วิเคราะห์กรอบความคิดด้านนโยบายที่สําคัญ ที่นายกรัฐมนตรีได้มอบไว้ในที่ประชุม เพื่อให้ผู้ดําเนินการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใช้เป็นแนวทางในการดําเนินงาน เป็นศูนย์กลางที่มีข้อมูลในการวางแผนยุทธศาสตร์และการบริหารของประเทศ

หน่วยงานที่ว่ากันว่า มีข้อมูล ถูกต้อง เพียงพอ ทันสมัย เพื่อใช้ในการตัดสินใจที่รวดเร็วและ ฉับพลัน โดยมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่รัดกุมและเชื่อถือได้…

แต่จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ต้องรอกันเฮือกสุดท้าย

ส่วนรัฐมนตรีช่วยว่าการนั้น ตอนนี้มีตัวเต็ง 2 หน่อ หนึ่งคือ  วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรือ "อ.ยักษ์" ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ

สอง คือ ลักษณ์ วจนานวัช อดีตผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)  คนที่มีเสียงเล็ดลอดออกมาว่า หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี เป็นคนเลือกเอง เพื่อเข้าไปทำหน้าที่เชื่อมเครือข่ายเกษตรกรชาวนา ชาวสวนยาง และสร้างเศรษฐกิจของประเทศและสร้างมูลค่าของรายได้ให้ดีขึ้น เพื่อให้ชุมชนระเบิดจากข้างใน แทนที่จะพึ่งพาการส่งออก

กระทรวงเกษตรฯ จะทำงานเชื่อมกับกระทรวงพาณิชย์ ที่จะมีการดัน สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ ขึ้นมาเป็น รมว.พาณิชย์ แทน อภิรดี ตันตราภรณ์ และดึง ชุติมา บุณยประภัศร จาก รมช.เกษตรและสหกรณ์ มาเป็น รมช.พาณิชย์ เพื่อทำงานที่ถนัดด้านต่างประเทศ

ถ้าเกษตรกรยืนอยู่ได้เมื่อไหร่ รัฐบาลก็ยืนได้สง่างามและเข้มแข็งเมื่อนั้น

ผมขออนุญาตพาผู้อ่านมาแกะนัยการจัดคน มาบริหารนโยบายรอบนี้ค่อนข้างเด่นชัดว่า เน้นการเติบโตข้างใน หลังจากทำงานใหญ่ในภาพรวมสำเร็จเศรษฐกิจโตทะลุเป้าหมายหักปากเซียนทุกคน

ภารกิจภาค 2 ของรัฐบาล ที่ ”สมคิด” ส่งซิกออกมาชัดคือ การแก้ปัญหารายได้กระจุกตัวอยู่เพียงคนบางกลุ่มและต้องหาทางแก้ปัญหาช่วยเหลือภาคชนบทให้หลุดพ้นจากปัญหาความยากจน โดยในปีหน้าเตรียมปลดล็อคให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีเงินค้างอยู่ 1.3-1.5 แสนล้นบาท นำมาใช้ประโยชน์ เพื่อนำออกมาพัฒนาโครงการด้านเศรษฐกิจและสังคม ไม่ใช่เพียงตัดถนน รับเหมาก่อสร้างเหมือนเดิม ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนแหล่งท่องเที่ยวอันดับรอง และพัฒนาด้านสังคมควบคู่ไปอีกทางหนึ่ง จึงเตรียมเสนอ ครม.ในเร็วๆ นี้ เพื่อผลักดันการพัฒนาได้ทั้ง 77 จังหวัด หวังผลักดันให้เป็นเครื่องยนต์หลักของภูมิภาค ทำให้ทุกคนในประเทศมีอำนาจซื้อเพิ่มขึ้น เพื่อให้เศรษฐกิจในประเทศเข้มแข็ง หนุนการส่งออกได้อีกด้านหนึ่ง

นอกจากนี้ ต้องส่งเสริมกองทุนหมู่บ้าน เป็นช่องทางพัฒนาชุมชน การสร้างตลาดประชารัฐของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเป็นช่องทางตลาดนับหมื่นแห่งทั่วประเทศ ตั้งอยู่ในเขต อบต. เทศบาล การผลิตข้าวสารออร์กานิค ขายในร้านธงฟ้าประชารัฐ ผลไม้แปรรูปจัดแพ็คให้สวยงาม ผ่านการส่งเสิรมของ อบต., อบจ. โดยมี ธ.ก.ส.ดูแลสินเชื่อสภาพคล่อง คลังพร้อมร่วมสภาอุตสาหกรรมฯ ก่อให้เกิดการจ้างงาน รัฐบาลเตรียมผุดโครงการใหม่อีกจำนวนมากให้จับตาดู แม้คนเกษียณอายุ ยังต้องนำกลับมาทำงาน สำหรับคนอายุเกิน 60 ปี

นี่คือแผนแก้ปัญหาที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจถือเป็นนโยบายหลักในปีหน้า ....แปลได้ว่า เงินกำลังจะหมุนลงไปในชุมชน....

จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจที่ “อาจารย์เอ” วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานกรรมการทีเส็บ อดีตรัฐมนตรีท่องเที่ยวฯ จะถูก “บิ๊กกี่”เจรจามาเป็น รัฐมนตรีท่องเที่ยวฯแทนที่ “รัฐมนตรีน้อง” กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ที่แม้จะคุมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้ตามเป้าหมาย แต่กลับไร้ยุทธศาสตร์การจัดการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ไม่สามารถกระจายเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวปีละ 3 ล้านล้านบาท ออกไปในรายจังหวัด รายภูมิภาคนอกเหนือจากเส้นทางเดิม

การเติม “วีระศักดิ์” มาทำงานร่วมกับทีมเดิม อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง  อุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม  พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์  รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ผู้ที่นายกฯ การันตีว่าเป็นรัฐมนตรีใสซื่อมือสะอาด ช้าแต่ชัวร์ ย่อมทำให้การทำงานภาพรวมดีขึ้น

การ “ระเบิดจากข้างใน” ทำให้ชุมชน หมู่บ้าน มีความเข้มแข็งก่อนแล้ว จึงค่อยทะยานออกมาสู่ภายนอก มิใช่การเอาความเจริญจากภายนอกเข้าไปหาชุมชนหมู่บ้านที่ยังไม่ทันได้มีโอกาสเตรียมตัวหรือตั้งตัว จะสำเร็จหรือไม่...อยู่ในมือรัฐมนตรีทีมนี้

เมื่อ “สีเขียวถอย” เปิดทางให้คนใหม่ ที่มีคอนเน็กชั่นการเมืองมาเชื่อมต่อการทำงาน ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ติดเครื่องในระดับบนแล้ว ถ้าระดับล่างยังไม่ขยับในปีหน้า ก็ตัวใครตัวมันละครับลุงตู่...

..................

คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา / หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ / ฉบับ 3317 ระหว่างวันที่ 26-29 พ.ย.2560

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด