Breaking การเมือง ข่าว

“ประยุทธ์” ใช้ ม.44 ตั้งกรรมการป.ย.ป.ทำงาน 3 ด้าน  ระบุ “ประวิตร” ใช้เวลาหารือทุกภาคส่วน 3 เดือน   

17 ม.ค. 60–พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. เปิดเผยผลการประชุมครม.ว่า วันนี้(17 ม.ค.)ก่อนการประชุมครม.  มีการประชุมคสช. นัดพิเศษ เป็นเรื่องการพิจารณามาตรา 44 จำนวน 2 เรื่องคือ 1.การจัดตั้งคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคี ปรองดอง (ป.ย.ป.) ซึ่งมี 3 ด้านเพื่อขับเคลื่อนนโยบายตามยุทธศาสตร์ คือคณะทำงานด้านการขับเคลื่อนในส่วนของรองนายกรัฐมนตรีมาอยู่ในกล่องนี้ ซึ่งมีงานด้านฟังก์ชั่นและงานนโยบาย เเละงานด้านการปฏิรูปที่จะนำแผนปฏิรูปของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่าส่วนไหนรัฐบาลทำแล้ว และอะไรที่อยากให้ทำต่อ จะนำมาพิจารณาเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ เนื่องจากมีการพิจารณากฎหมาย และการทำงานตามรูปแบบด้วยคณะกรรมการปรองดอง ซึ่งทุกคนให้ความสนใจเรื่องการปรองดอง อย่างไรก็ตาม การปรองดองอยู่ที่จิตใจของคนที่จะมาปรองดอง และคนที่จะมาพูดคุย ไม่ใช่ว่าคณะกรรมการชุดนี้ หรือตนจะมาบังคับได้ เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ที่ทุกคนต้องทำ เพื่อประเทศไม่ว่าจะมาจากกลุ่มใดก็ตาม
  
“ขอย้ำว่ารัฐบาล คสช. และตัวผมไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร อย่าเข้าใจผิด หลายคนบอกว่ารัฐบาลต้องเป็นกลาง ซึ่งเราก็เป็นอยู่แล้ว ถ้าไม่เป็นกลางจะทำงานได้หรือ ซึ่งคำว่าเป็นกลางของผมคือ  ทำงานได้กับทุกภาคส่วน ซึ่งผมให้นโยบายกับพล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีไปเเล้วว่า จะต้องทำอย่างไร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
  
เมื่อถามว่า ความเห็นของนักการเมืองที่เสนอเข้ามานั้น จะมีผลกระทบกับการทำงานของป.ย.ป. หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนิรโทษรวมถึงเรื่องกฎหมายยังไม่ได้พูดถึงในวันนี้(17 ม.ค.) เพราะพูดกันแต่เพียงว่า ต้องใช้หลักอริยสัจ 4 คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เเละต้องให้ทุกพรรคได้พูดออกมา เช่น เรื่องความขัดแย้ง การปรองดอง และความคิดต่าง ๆ ของแต่ละพรรค รวมทั้งทุกกลุ่มการเมือง เพราะปัจจุบันมีทั้งพรรคการเมือง และกลุ่มการเมือง โดยทราบกันดีว่ามีความขัดแย้ง ขณะเดียวกัน ทุกคนต้องชี้แจงได้ว่าจะปฏิรูปประเทศและปรองดองอย่างไร 

"ต้องหารือด้วยว่าวันข้างหน้าเราจะอยู่กันอย่างไร ส่วนปัญหาในอดีตที่ผ่านมาค่อยไปหาวิธีแก้ไข ในทางกฎหมายก็ไปว่ากันอีกครั้ง อย่าเพิ่งเอาเรื่องของนิรโทษ หรือเรื่องอะไรมาพูดกันก่อน เพราะถ้านำมาพูดก่อนก็ทะเลาะกันทุกที ที่ผ่านมาก็มีปัญหาตั้งแต่ปี 2557 ในเรื่องนิรโทษ และการปรองดอง เอาไว้ทีหลังค่อยว่ากัน"
  
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้(17 ม.ค.) เราต้องทำให้ภาคประชาสังคม เเละประชาชนทุกคนในประเทศรู้ก่อนว่า พรรคการเมืองแต่ละพรรค เป็นอย่างไร ต้องการอะไร และจะปฏิรูปประเทศกันหรือไม่ สิ่งที่สำคัญคือจะสร้างความปรองดองได้อย่างไร และใครที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งไม่ใช่ตนหรือรัฐบาลชุดนี้ รวมถึงไม่ใช่ว่าเพราะตนเข้ามาจึงทำให้เกิดความขัดแย้ง ขอเรียนว่าตนเข้ามาเพื่อยุติความขัดแย้ง ซึ่งก็เห็นอยู่แล้ว ตั้งแต่ตนเข้ามาทุกอย่างก็เงียบเเละหยุดทุกอย่าง ตนถึงเข้ามาแบบนี้ ซึ่งต้องทำหน้าที่นี้ต่อไป จนกว่าคณะกรรมการชุดนี้จะสรุปผลต่าง ๆ ขึ้นมาว่า จะทำอย่างไรแล้วไปดำเนินการต่อ เรื่องแบบนี้ไม่ได้จบภายใน 1-2 วัน
  
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรบอกว่า จะต้องใช้เวลาในการหารือพูดคุยประมาณ 3 เดือนเพื่อให้ได้ข้อยุติว่า ใครต้องการอะไร อย่างไร ปัญหาอยู่ตรงไหน แล้วก็ปฏิรูปลงมา จากนั้นไปว่ากันต่อในขั้นที่ 2 และ 3 อย่าใจร้อน เรื่องนี้ถ้าใจร้อนแล้ว มีเรื่องทุกครั้ง
  
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนคำสั่ง มาตรา44 อีก 1 ฉบับ เกี่ยวกับคณะกรรมการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก(อีอีซี) ซึ่งจำเป็นต้องมีคณะทำงาน 2 ระดับ โดยระดับบนคือครม.กำหนดนโยบาย ระดับล่างเป็นคณะกรรมการพื้นที่ ไม่เช่นนั้นพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง จะเกิดไม่ได้ โดยต้องทำให้เกิดมูลค่าในการลงทุนสร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งเเต่เดิมนั้นพื้นที่นี้มีศักยภาพด้านสาธารณูปโภคอยู่แล้ว ดังนั้นต้องขยายให้กว้างขวางขึ้น 

"หากไม่ใช้คำสั่งมาตรา44 ต้องรอพ.ร.บ.อีกหลายเดือนกว่าจะออก แต่คำสั่งมาตรา44นั้นก็สอดคล้องกัน และวันนี้หลายประเทศสนใจที่จะมาลงทุน หลายโครงการ ถ้าเราทำเสร็จพวกเขาจะตัดสินใจมาภายในปี2560นี้"
 
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ฉะนั้นขอให้ช่วยกัน อย่าเอาเรื่องปรองดองมาเป็นประเด็น พอมาขยายว่า ปรองดองจะเสร็จเเละสำเร็จหรือไม่ ต้องคาดหวังว่าจะสำเร็จ อยากให้คนไทยทุกคนมองแบบนั้น แต่หากมองเรื่องปรองดองเเละปฏิรูปว่าไม่สำเร็จ แล้วจะทำอะไร ทุกคนต้องช่วยกันให้สำเร็จ ตนกำลังทำให้ประเทศเเละต้องเชื่อมั่นว่าตนจะทำได้ เเต่จะทำได้มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับทุกคนที่ร่วมมือกับตน 

"ไม่ใช่ผมคนเดียวที่จะไปสั่งปฏิรูปทั้งหมดไหว ข้าราชการเป็นล้านคน ทุกคนต้องมีแนวคิดเหมือนผม เราจะต้องปฏิรูปและปรองดองเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยที่ถูกต้องสมบูรณ์ และต้องสร้างการรับรู้กับต่างประเทศตั้งแต่วันนี้ว่า ตรงนี้คือสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำ แต่สิ่งที่พวกเขาบอกว่า รัฐบาลไม่เปิดเวทีให้ใครพูด จริงๆแล้ว เปิดมาตลอด สื่อก็ต่อว่าผมได้ อดีตพรรคการเมืองก็ต่อว่าผมทุกวัน ผมไปปิดกั้นตรงไหน ช่วยอธิบายสิ" 

"สื่อจะวิพากษ์วิจารณ์อะไรผมก็ได้ ผมก็หงุดหงิดนิดหน่อย แต่ไม่ได้ไปทำอะไรสักอย่าง ส่วนนักศึกษาที่แสดงความเห็นกรณีอยู่ในสถานที่รโหฐานของตัวเอง หากมีการขออนุญาตมาก็ให้   ไม่ปิดกั้นอะไร ตรงนี้เป็นสิ่งที่ต้องสร้างการรับรู้ให้ต่างประเทศเข้าใจ เพราะจะกลายเป็นว่า ผมไปละเมิดสิทธิ ไม่ให้แสดงความคิดเห็น ถ้าเป็นไปโดยเจตนาบริสุทธิ์ใจ ก็ทำได้ แต่ถ้าโจมตีรัฐบาล ไม่มีประเทศไหนยอมหรอก หรือเราจะเอาแบบนั้น ตอนนี้ผมกำลังทำสิ่งที่แตกต่าง ทำไมไม่ดู ซึ่งพวกท่านต้องให้กำลังใจผมเพื่อขอความร่วมมือกับประชาชนให้ได้ ไม่ใช่ฟังทางนู้นทางนี้ แล้วมาไล่รัฐบาล ต่างชาติจะเข้าใจ และมาลงทุนหรือไม่ พวกเขาก็มาเจรจากับผมทุกประเทศ เพียงแต่รอดูว่ามันจะปรองดองกันได้ไหม ตรงนั้นคือประเด็นสำคัญที่ต้องช่วยกัน อย่ามาบอกว่าไม่สำเร็จหรอก แล้วใครที่จะเป็นคนปรองดอง ผมเหรอ" นายกรัฐมนตรีกล่าว
  
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ตนเป็นคนอำนวยความสะดวก จัดเวทีการพูดคุยกันให้ได้ แต่ไม่ใช่คุยกัน 3-4 ครั้งแล้วจบ และไปสู่การใช้กฎหมายเลอะเทอะไปหมด แบบนั้นไม่ได้ ประเทศชาติต้องตัดสินใจด้วย โดยประชาชน ประชาสังคม ต้องร่วมตัดสินใจ ฉะนั้นการลงสัจวาจา จริงๆแล้ว ตนแปลให้เป็นแบบไทยๆ หากเป็นเอ็มโอยู  ส่วนใหญ่เป็นการลงนามความร่วมมือทางด้านธุรกิจเศรษฐกิจระหว่างประเทศ แต่อันนี้เป็นเรื่องภายในประเทศ ใช้เรียกให้เบาลง ในสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าสัญญาประชาคม ที่เป็นสัจวาจา คือพูดแล้วต้องทำ เช่น จะไม่ขัดแย้งกันอีกต่อไป ไม่ขัดขวางการเลือกตั้ง ยอมรับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง ทุกอย่างว่าไปตามกฎหมาย ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายหนึ่งต่อต้าน พอต่อต้านพรรคการเมืองจบ มีกลุ่มการเมืองเข้ามาอีก วันนี้ตนคิดให้หมด แล้วมาถามกัน
  
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า เรื่องการปรองดองไม่ใช่เฉพาะแค่นักการเมือง แต่ยังมีเรื่องที่ดิน เรื่องความเหลื่อมล้ำ เเละความไม่เท่าเทียม ตนสั่งการไปแล้วว่า ทำทั้งหมด ซึ่งมีประมาณ 10 หัวข้อที่ฝ่ายการเมืองจะพูดโดยจะให้ประชาชนรับทราบด้วย ในสิ่งที่ทุกพรรคพูด จะให้มาครั้งละพรรค เพราะถ้าให้มาพร้อมกัน คงไม่ได้พูดเเละทะเลาะกันอีก โดยคณะกรรมการจะสรุปอีกครั้งว่า จะทำอะไรอย่างไร เรื่องกฎหมายนั้นเอาไว้ทีหลัง

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

พล.อ.ประยุทธ์ยังเปิดเผยว่า ตนได้ลงนาม และทูลเกล้าฯเพื่อขอรับพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญ ลงมาเพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขไปเเล้ว ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ที่ต้องแก้ไขตามประเพณี  ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวเพื่อให้เวลาคณะกรรมการทั้ง 11 คน เเละต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่อาลักษณ์ ได้ลงในสมุดไทยด้วย