วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับสาวลูกครึ่งหน้าสวย เฮเลน่า บุช สาวที่ตกเป็นข่าวว่า เป็นสาวคนใหม่ของสามีมโนแห่งชาติอย่างหนุ่ม ชาริล ชับปุยส์ และเพราะความสวยออร่ากระจายขนาดนี้จึงทำให้ไปเข้าตาเหล่าบรรดาแม่ยกนางาม จนถึงขั้นเชียร์ให้มงลง ก็สาวเลน่านั้นมีรอยยิ้มพิมพ์ใจ ที่ยิ้มทีทำเอาหนุ่มๆ ละลายทันทีที่เห็น และยังไม่ได้มีเพียงแค่สวยหุ่นดีเท่านั้น ความสามารถเธอก็ไม่เป็นสองรองใคร แถมยังเรียนดีมีความตั่งใจอีกด้วยอีกด้วย
แนะนำตัวหน่อย
"ชื่อ เฮเลน่า บุช ค่ะ อายุ 21 เป็นลูกครึ่ง ไทย สวีเดน เยอรมัน พูดได้ 4 ภาษา ไทย อังกฤษ สวีเดน นอเวย์ (ว๊าว...)เพราะแม่อยู่นอเวย์ เกิดที่ สวีเดนและโตที่สวีเดน ปัจจุบันเรียนและทำงานอยู่ที่ประเทศไทยค่ะ"
ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง
"ตอนนี้ก็เรียนอยู่ค่ะ อยู่ปี 2 แล้วค่ะ คณะ ธุระกิจ ภาษาอังกฤษค่ะ เพราะหนูได้ทุนเรียนฟรีจากทางรัฐบาลสวีเดนให้มาเรียนที่นี่ ก็ต้องรักษาเกรดด้วยค่ะ ล่าสุดเทอมที่ผ่านมาหนูพึ่งได้ B ตัวแรก เสียใจมากเลยค่ะ เพราะเราอยากบอกแม่ว่าเราได้เกรด 4 นะประมาณนี้ค่ะแต่ก็ค่อนข้างเครียดเหมือนกัน เทอมนี้เลยลงวิชาน้อยลง เทอมที่แล้วทำงานด้วย แล้วก็ลงวิชาเพิ่มมันก็เลยได้ B มา 1ตัว (เศร้า)"
จัดการเวลายังไงทั้งเรียน ทำงาน ต้องรักษาเกรดด้วย
"เวลามีเรียนอะไรหลังเรียนหนูจะไปเมเนจทุกอย่างที่เราเรียนมาเขียนจดให้เสร็จ จะพยายามทำความเข้าใจอยู่ตลอด แต่วิชาที่หนูเรียนมันยากด้วยแล้วก็มีการพรีเซ็นงานเยอะแล้วบางทีเราก็ไปไม่ได้อะค่ะ ก็สงสารเพื่อน เพราะเพื่อนก็ต้องเอาตามที่เราว่าง แต่เพื่อนก็เข้าใจ โชคดีมากๆค่ะ"
เคยทำงานอะไรในวงการมาบ้าง แล้วชอบงานไหนที่สุด
"ตอนนี้มีงานถ่ายแบบ เดินแบบ ถ่ายแม
กกาซีน ตอนนี้ก็มี MV ด้วยค่ะ ถ้าถามว่าชอบงานไหน ชอบงานถ่ายแบบนี่แหละค่ะแล้วก็ชอบแอคติ้งค่ะ แล้วก็อยากจะลองงานแสดงดูค่ะเพราะยังไม่เคยแสดงที่นี่เลย แต่หนูก็เคยเรียนการแสดงที่สวีเดนมาค่ะ"
เริ่มเดินแบบถ่ายแบบตั้งแต่อายุเท่าไร
"14 ค่ะ ก็เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย แต่มีช่วงนึงที่ต้องหยุดไปเพราะการเรียนเริ่มหนักด้วย ก็เลยเลือกที่จะเรียนก่อน ตอนเด็กๆหนูไม่เคยคิดที่จะอยากเป็นนางแบบหรือนักแสดงอะไรเลยค่ะ แม่ก็จะแบบชอบแซ็ว แล้วก็ถามหนูว่าลองเข้าวงการดูสิหนูก็บอกแม่ว่าไม่เอาแม่หนูไม่ชอบ แต่พอเริ่มมีคนติดต่อมาก็เลยเริ่มทำดูเล่นๆก็เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย แล้วพออายุ 17 ก็มีคนมาติดต่ออยากให้มาทำงานที่ไทยก็เลยลองมาตอนช่วงปิดเทอม เลยมาเจอผู้จัดการ แต่ว่าตอนนั้นยังไม่ย้ายมาก็ยังกลับไปเรียนอยู่"
ที่บ้านสนับสนุนไหม
"คุณพ่อสนับสนุนค่ะ แต่คุณแม่ก็สนับสนุนค่ะแต่จะเป็นฟิลแบบห่วงมากกว่ากังวลโน่นกังวลนี่ว่าเราจะไหวไหมจะได้ไหมจะเหนื่อยไหมสุขภาพเราอะไรอย่างนี้ค่ะ"
ความยากความง่ายของการทำงานระหว่าง ไทย สวีเดน
"หนูว่ามันยากง่ายแตกต่างกันนะค่ะ อย่างที่สวีเดนเขาจะวัดคววามสามารถเราสูงมากถ้าจะดังที่โน่นมันยากมาก แต่ที่เมืองไทยจะยากในเรื่องของแบบทุกอย่างมันต้องครบเป๊ะ"
แล้วตอนนี้คิดว่าตัวเองครบรึยัง
"หนูยังไม่เป๊ะหรอกค่ะแต่ก็อยากลองดูยังต้องพัฒนาไปเรื่อยๆก็ค่อยๆปรับปรุงเพราะหนูยังติด วัฒนธรรมฝรั่งอยู่ก็เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ตอนที่หนูมาอยู่แรกๆ หนุก็คิดว่าตัวเองไทยมาก แต่พอมาอยู่จริงๆอุ๊ยเราฝรั่งหนิ เราไม่ไทยเลย แบบพวกเรื่องของการวางตัว การไหว้ ใช้เวลาปรับตัวเป็นปีเหมือนกันค่ะแต่ตอนนี้ก็โอเคเริ่มเข้าใจแล้วค่ะ"
หนักไหมทั้งเรียนและทำงาน
"หนูว่าไม่หนักนะค่ะ เพราะหนูเป็นคนที่ชอบทำอะไรตลอดเวลาอยู่แล้ว แบบถ้าเกิดไม่มีอะไรทำหนะสิหนูจะเครียด แต่หนูก็รู้ตัวนะว่าเราต้องพักผ่อนบ้างก็พยามยามหาวันพักผ่อนให้ตัวเองในหนึ่งอาทิตย์ แต่ก็ทำไม่ค่อยได้ ตอนนี้เรียน 3 วันต่อ อาทิตย์ ถ้าโชคดีงานก็ไม่ตรงกับวันเรียน แต่ก็โชคดีค่ะที่มีเพื่อนช่วย"
ตอนนี้มาอยู่เมืองไทยถาวรเลยไหม
"ถาวรค่ะ ตอนนี้คุณพ่ออยู่สวีเดน ส่วนคุณแม่อยู่นอเวย์แต่เดี๋ยวคุนพ่อก็จะย้ายมาแล้วค่ะ ตอนนี้ก็อยู่ที่ไทยคนเดียวค่ะ"
แล้วเรื่องหัวใจ เป็นยังบ้างตอนนี้ก็มาอยู่ไทยคนเดียวด้วยเหงารึป่าว
"เหงาไหม อ๋อ...ไม่มีเวลาให้เหงาเลยค่ะ เพราะทำงานด้วยเรียนด้วย แล้วก็มีเพื่อนเยอะค่ะ เวาลาอยู่บ้านยังแทบไม่มีเลย (ขำ) ส่วนเรื่องหัวใจก็มีคนเข้ามาจีบบ้าง แต่ยังไม่อยากโฟกัสค่ะ แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีใครค่ะ ยังไม่มี อยากทำงานก่อน"
แพลนงานของเราในวงการบันเทิง
"ก็อยากเข้าช่องลองทำละคร ถ้ามีโอกาศก็อยากลองทำหนังค่ะถ้ามีโอกาส แล้วก็มีความฝันคืออยากไปโกอินเตอร์ด้วยค่ะแต่นั่นมันเป็นแพลนระยะยาวมาก"
หุ่นดีหน้าสวยเรียกว่าครบขนาดนี้รู้สึกอย่างไรบ้างที่มีคนเชียร์ให้เราไปประกวดนางงามเยอะมาก
"ก็รู้สึกดีนะค่ะที่เขาเห็นว่าเรา มันก็แปลว่าเขาก็ต้องเห็นว่าเรามีแวว ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เชียร์เรา เขาคงต้องเห็นอะไรแหละค่ะ"
แล้วคิดอยากลองประกวดบ้างรึป่าว
"หนูว่ามันยังไม่ถึงขั้นนั้น ยังรู้สึกว่าประสบการณ์ หรืออะไรต่างๆมันยังไม่ถึงขั้นที่เราจะพร้อมที่จะไปประกวด ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะไปประกวดแต่พอมีคนเชียร์เยอะ ก็มีคิดบ้างนิดนึง ก็เริ่มคิดว่าจะเป็นไปได้ไหมเราจะทำได้รึป่าว แต่ต้องรอดูค่ะว่าจะเอายังไง"
ขอบคุณภาพ :
lena_helenabusch