svasdssvasds

จับตา! รื้อ ‘ค่าการตลาดน้ำมัน’ ธุรกิจต้องอยู่ได้ ไม่กระทบผู้บริโภคจนเกินไป

จับตา! รื้อ ‘ค่าการตลาดน้ำมัน’ ธุรกิจต้องอยู่ได้ ไม่กระทบผู้บริโภคจนเกินไป

จับตา! รื้อ 'ค่าการตลาดน้ำมัน’ ภาครัฐเตรียมปรับโครงสร้างราคาพลังงาน จับตาสมดุลไม่ให้ผู้บริโภคแบกราคาเกินไป พร้อมพยุงธุรกิจสถานีบริการให้อยู่รอด

SHORT CUT

  • ค่าการตลาดน้ำมันไม่ใช่กำไรเต็มของปั๊ม แต่เป็นรายได้ขั้นต้นที่ต้องหักต้นทุนจำนวนมาก
  • ตัวเลขประมาณ 2 บาทต่อลิตรเป็นกรอบอ้างอิง ไม่ใช่เพดานบังคับตามกฎหมาย
  • รัฐเตรียมทบทวนโครงสร้างราคาพลังงานเพื่อสร้างสมดุลระหว่างผู้บริโภคและธุรกิจสถานีบริการ

จับตา! รื้อ 'ค่าการตลาดน้ำมัน’ ภาครัฐเตรียมปรับโครงสร้างราคาพลังงาน จับตาสมดุลไม่ให้ผู้บริโภคแบกราคาเกินไป พร้อมพยุงธุรกิจสถานีบริการให้อยู่รอด

ท่ามกลางกระแสถกเถียงเรื่องราคาน้ำมันที่ยังคงเป็นภาระค่าครองชีพของคนไทย หนึ่งในคำที่ถูกพูดถึงบ่อยแต่ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนคือ “ค่าการตลาดน้ำมัน” ซึ่งหลายคนมักเข้าใจว่าเป็นกำไรของปั๊มน้ำมันโดยตรง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ค่าการตลาดน้ำมัน คืออะไร คำตอบคือ เป็น “ส่วนต่างระหว่างราคาขายปลีกหน้าปั๊ม (ไม่รวม VAT) กับราคาขายส่งจากคลังหรือโรงกลั่น” ซึ่งเป็นเพียงรายได้ขั้นต้น ไม่ใช่กำไรสุทธิ และต้องนำไปหักค่าใช้จ่ายจำนวนมากตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ ตั้งแต่ค่าขนส่ง ค่าบริหารคลัง ค่าสารเพิ่มคุณภาพน้ำมัน ไปจนถึงค่าแรงพนักงานและค่าดำเนินงานของสถานีบริการ

ขณะเดียวกัน หากอธิบายในเชิงตัวเลขให้เห็นภาพชัดขึ้น สูตรการคำนวณค่าการตลาดทำอย่างไร โดยหลักสามารถคำนวณได้จาก “ค่าการตลาด = ราคาขายปลีก (ไม่รวม VAT) ราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น (รวมภาษีและกองทุนต่าง ๆ)” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเงินส่วนนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงสร้างราคาน้ำมัน ไม่ใช่กำไรที่ผู้ประกอบการได้รับเต็มจำนวนอย่างที่หลายคนเข้าใจ

ที่ผ่านมา ภาครัฐเคยมีการหารือเชิงนโยบายและใช้ตัวเลข “ประมาณ 2 บาทต่อลิตร” เป็นระดับค่าการตลาดที่เหมาะสม เพื่อใช้เป็นจุดสมดุลระหว่างต้นทุนของผู้ประกอบการและภาระของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นเพดานบังคับตามกฎหมาย แต่เป็นเพียงกรอบอ้างอิงในการติดตามและประเมินสถานการณ์เท่านั้น

ในทางปฏิบัติ ค่าการตลาดน้ำมันมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา โดยขึ้นอยู่กับจังหวะการปรับราคาขายปลีกหน้าปั๊มซึ่งมักล่าช้ากว่าการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก ส่งผลให้บางช่วงค่าการตลาดอาจปรับสูงเกินระดับดังกล่าว หรือบางช่วงก็ลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่ภาครัฐเข้ามาบริหารจัดการราคาผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ประเด็นนี้ยังคงเป็นข้อถกเถียงระหว่างหลายฝ่าย โดยฝั่งผู้บริโภคมองว่าค่าการตลาดที่อยู่ในระดับสูงอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มแพงเกินความเป็นจริง ขณะที่ผู้ประกอบการยืนยันว่าหากค่าการตลาดต่ำเกินไปจะกระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะสถานีบริการรายย่อยที่มีต้นทุนคงที่สูง

ท้ายที่สุดแล้ว แม้ตัวเลข “2 บาทต่อลิตร” จะถูกใช้เป็นภาพแทนของความเหมาะสมในเชิงนโยบาย แต่ในความเป็นจริง ค่าการตลาดน้ำมันยังคงเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดและมาตรการภาครัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และยังเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางราคาพลังงานซึ่งกระทบต่อชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างใกล้ชิด

ล่าสุด ประเด็นค่าการตลาดน้ำมันกลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง โดยภาครัฐอยู่ระหว่างเตรียมทบทวนโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ และอาจมีการ “รื้อแนวทางค่าการตลาด” เพื่อนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็ว ๆ นี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงและข้อเรียกร้องให้รัฐเข้ามาดูแลราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

related