Breaking กีฬา กีฬาจิปาถะ กีฬาต่างประเทศ

กีฬาจิปาถะ : เกมพลิกนรก!!!

ในประวัติศาสตร์ของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกที่ผ่านมา มีหลายเกมที่ทีมที่ตกเป็นรองในนัดแรก จะพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะได้ในเกมนัดที่ 2 พร้อมทั้งผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ ซึ่งเกมที่อยู่ในความทรงจำจะตรงกับ กีฬาจิปาถะ หรือไม่นั้น ไปติดตามกันได้เลยครับ

กีฬาจิปาถะ : เกมพลิกนรก!!!

ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ซึ่งผลการแข่งขันของทั้ง 2 คู่ คงจะอยู่เหนือความคาดหมายของแฟนฟุตบอลหลายๆ คน

โดยเฉพาะเกมคู่แรก ที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์ไล่ต้อน “หมาป่าแห่งกรุงโรม” โรม่า ขาดลอย 5-2 ส่วน“ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ก็ไม่น้อยหน้า พลิกสถานการณ์จากที่เป็นรองกลับมาเอาชนะ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ได้ถึงอัลลิอันซ์ อารีน่า 2-1

อย่างไรก็ตามถึงแม้หลายๆ คนจะมองว่า ถึงเวลานี้โอกาสในการเข้ารอบของทั้ง ลิเวอร์พูล กับ เรอัล มาดริด จะเปิดกว้าง เพราะกุมความได้เปรียบเหนือคู่แข่งอยู่หลายขุม

แต่ถ้าหากใครติดตามฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาตลอด ก็คงจะไม่ลืมว่า ในประวัติศาสตร์แชมเปี้ยนส์ลีกมี “เกมพลิกนรก” ที่ทีมที่ตกเป็นรองในเกมแรก พลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะในเกมนัดที่ 2 พร้อมทั้งผ่านเข้ารอบไปได้แบบเหนือความคาดหมายอยู่มากมาย

ซึ่งเกมที่อยู่ในความทรงจำจะมีเกมไหนบ้างนั้น วันนี้ “กีฬาจิปาถะ” รวบรวมมาให้ได้รับทราบกันครับ

เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า VS เอซี มิลาน (รอบ 8 ทีมสุดท้าย ปี 2004)
นี่คือเกม “ที่เลวร้ายที่สุด” ในความทรงจำของแฟน “ปีศาจแดง” เพราะในนัดแรกพวกเขาเปิดซานซิโร่ไล่ถล่มเอาชนะ ลา คอรุนญ่า มาได้แบบสบาย 4-1 จนทำให้หลายคนคิดว่า การบุกมาเยือนแคว้นกาลิเซียในอีก 1 สัปดาห์ให้หลังจะไม่ใช่งานยากสำหรับลูกสมุนของ คาร์โล อันเชล็อตติ อย่างแน่นอน แต่แล้วทุกสิ่งกลับไม่เป็นดังนั้นเมื่อ “ซูเปอร์เดปอร์” ที่ตอนนั้นประกอบด้วยดาวดังทั้ง อัลเบิร์ต ลูเก้, ฮวน คาร์ลอส บาเลรอน และ วอลเตอร์ ปันดิอานี่ ดาหน้าบุกแหลก และทิ้งความจดช้ำทุกอย่างไว้ที่ซานซิโร่ ก่อนจะถล่มเอาชนะไป 4-0 พลิกสถานการณ์เข้ารอบไปแบบเหลือเชื่อ 5-4

โมนาโก VS  เรอัล มาดริด (รอบ 8 ทีมสุดท้าย ปี 2004)
เป็นเรื่องยากที่ในรอบเดียวกัน ปีเดียวกัน จะมีเรื่องราวเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วในปี 2004 โดยนอกจากคู่ของ ลาคอรุนญ่า กับ เอซี มิลาน แล้ว คู่ระหว่าง โมนาโก กับ เรอัล มาดริด ก็พลิกล็อกไม่แพ้กัน เมื่อในเกมนัดแรก “ราชันชุดขาว” เปิดบ้านเอาชนะมาได้ก่อน 4-2 แถมในเกมนัดที่ 2 ราอูล กอนซาเลซ ยังมายิงประตูให้พลพรรคชุดขาวออกนำไปก่อน 1-0 ทำให้ประตูได้เสียหนีไปเป็น 5-2 แต่แล้วสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อ โมนาโก ยิงคืน 3 ประตูรวด ที่สำคัญ 1 ใน 3 ประตูดันเป็นผลงานของ เฟอร์นานโด มอริเอนเตส นักเตะที่โมนาโก ยืมตัวมาจาก เรอัล มาดริด ด้วย ช่วยให้ โมนาโก เอาชนะไปได้ 3-1 และทำให้ประตูรวมเสมอกัน 5-5 แต่ โมนาโก เข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือนพร้อมเขี่ย มาดริด ตกรอบไปแบบเจ็บแสบ

บาร์เซโลน่า VS ปารีส แซงต์แชร์กแมงต์ (รอบ 16 ทีมสุดท้าย ปี 2017)
เกมต่อมาเกิดขึ้นเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เมื่อ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า สร้างประวัติศาสตร์จากที่แพ้ ปารีส แซงต์ แชร์กแมงต์ ในเกมนัดแรก 0-4 กลับมาเอาชนะได้แบบสุดมันในเกมที่ คัมป์นู 6-1 ผ่านเข้ารอบไปได้แบบสุดมันด้วยสกอร์ 6-5 แต่น่าเสียดายที่ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ลีโอเนล เมสซี่ และผองเพื่อนจะมาตกรอบด้วยน้ำมือของ “ม้าลาย” ยูเวนตุส

โรม่า VS บาร์เซโลน่า (รอบ 8 ทีมสุดท้าย ปี 2018)
เกมสุดท้ายเพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ เมื่อรอบ 8 ทีมสุดท้าย ปี 2018 ที่ผ่านมา โดย “หมาป่าแห่งกรุงโรม” โรม่า โชว์การโกงความตายด้วยการกลับมาเปิดบ้านไล่ถล่ม บาร์เซโลน่า 3-0 ที่โอลิมปิกสเตเดี้ยม หลังจากเกมนัดแรกบุกไปพ่ายมาก่อนที่คัมป์นู 1-4 ทำให้สกอร์รวมเสมอกัน 4-4 แต่ โรม่า ผ่านเข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือนเป็นครั้งแรกในรอบ 34 ปี โดยแฟนโรม่า ทั้งขาประจำ และขาจร ก็อยากเห็นเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง ในเกมนัดที่ 2 ที่พวกเขาจะเปิดบ้านเจอกับ ลิเวอร์พูล ในสัปดาห์หน้า ซึ่งถ้าทำได้อีกครั้งพวกเขาคงจะได้ฉายา “จอมคัมแบ็ก” แทนที่ “หมาป่ากรุงโรม” อย่างแน่นอน

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของ “เกมพลิกนรก” ที่เกิดขึ้นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกเท่านั้น เพราะยังมีอีกหลายเกมที่อยู่ในความทรงจำของแฟนบอลอีก ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่า หลังจากนี้ “เกมพลิกนรก” จะเกิดขึ้นในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก อีกอย่างแน่นอน

ขึ้นอยู่กับว่า มันจะเกิดขึ้น “ช้า” หรือ “เร็ว” ก็เท่านั้น

ขอบคุณภาพจาก : youtube