ธนารักษ์ลงพื้นที่รังวัดบ้านศาลเชิงดอยสุเทพหาแนวเขตป่า ก่อนเดินหน้าฟื้นฟู

เจ้าหน้าที่รังวัดจากสำนักงานธนารักษ์จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมตัวแทนทหารจาก มทบ.33 , ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ และตัวแทนศาลอุธรณ์ภาค 5 เข้ารังวัดและตรวจสอบแนวเขตป่าออกจากพื้นที่ศาลอุธรณ์ภาค 5 เพื่อส่งมอบพื้นที่คืนให้กรมธนารักษ์

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ ( 10 พ.ค.) เจ้าหน้าที่รังวัดจากสำนักงานธนารักษ์จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมตัวแทนทหารจากมลฑลทหารบกที่ 33 , ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ และตัวแทนศาลอุธรณ์ภาค 5 ร่วมกันลงพื้นที่เข้ารังวัดและตรวจสอบแนวเขตป่าออกจากพื้นที่ศาลอุธรณ์ภาค 5 เพื่อส่งมอบพื้นที่คืนให้กรมธนารักษ์ โดยการเข้ารังวัดครั้งนี้ ศาลไม่อนุญาตให้ตัวแทนเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพและสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ในพื้นที่

ทำให้ นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ  ต้องสังเกตการณ์อยู่ที่นอกริมรั้ว  พร้อมนำธงและริบบิ้นสีเขียวมาปักไว้บริเวณแนวเขตป่า   สำหรับจุดที่เจ้าหน้าที่เข้ารังวัดครั้งนี้คือ บริเวณอาคารชุด 13 หลัง ซึ่งในจำนวนนี้อยู่ในพื้นที่แนวป่าที่ต้องรื้อถอนจำนวน  9 หลัง รวมทั้งบ้านพักข้าราชการตุลาการอีกจำนวน 45 หลัง ที่สร้างอยู่บริเวณบนเชิงเขา

นาย ธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ

นาย ธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เปิดเผยว่า  รู้สึกผิดหวังที่วันนี้ ไม่ได้รับอนุญาตจากศาลยุติธรรมให้เข้าไปร่วมสังเกตการณ์   ทั้งที่ตามระเบียบจะต้องมีคนกลางหรือผู้เกี่ยวข้องร่วมชี้แนวเขตด้วย อย่างไรก็ตามตนเองได้คุยกับช่างรังวัดในเบื้องต้นแล้วว่าแนวป่าอยู่จุดใด  จึงไม่กังวลเรื่องของแนวเขตคลาดเคลื่อน ซึ่งหลังจากรังวัดแล้วจะมีการส่งมอบพื้นที่ให้กรมธนารักษ์ จากนั้นเมื่อผู้รับเหมาส่งมอบงานงวดสุดท้ายให้ศาล ราววันที่ 18 มิ.ย. คาดว่าจะไม่มีการเลื่อนอีก ซึ่งกรมธนารักษ์ได้เตรียมแบบฟอร์มในการรับมอบพื้นที่คืน ส่วนขั้นตอนหลังจากนั้นจะมีการผนวกเป็นพื้นที่ผืนเดียวกับอุทยานแห่งชาติสุเทพ-ปุย ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะไม่ยุ่งยากเพราะที่ดินได้กลับไปอยู่ในมือของฝ่ายบริหารแล้ว ขณะที่สัปดาห์หน้ามณฑลทหารบกที่ 33   จะเข้ามาทำถนนด้านข้าง เพื่อเตรียมใช้เป็นเส้นทางเข้าออกโดยไม่ต้องผ่านศาล  ส่วนกิจกรรมปลูกป่าในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้  จะต้องเร่งรัดโดยเร็วเพราะใกล้เข้าฤดูฝนแล้ว

สำหรับการแต่งตั้งคณะทำงาน 2 ชุด เครือข่ายฯกำลังรอหนังสืออนุญาตจากทางการ คาดว่าจะมาถึงวันนี้ หากมีหนังสือแต่งตั้งเป็นทางการแล้วก็จะเริ่มประชุมเพื่อหาทางรื้ออย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยเชื่อว่าอาคารชุด และบ้านพัก 45 หลังสามารถรื้อถอนได้ แต่อาจจะล่าช้าบ้างเพราะต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเครือข่ายฯและภาครัฐกำลังหาช่องทางจึงขอให้เชื่อมั่นในเครือข่ายฯว่าจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยเครือข่ายฯยังยืนยันแนวทางเดิม คือ ขอคืนพื้นที่ป่า และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปเท่านั้น ส่วนจะมีการตรวจสอบเพื่อหาคนผิดก็เป็นเรื่องของรัฐบาลจะดำเนินการ เครือข่ายฯไม่ขอก้าวล่วง เพราะเรื่องนี้มีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย เราจึงไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งมากกว่านี้เพราะวัตถุประสงค์ของเราแค่ต้องการป่าคืนให้ชาวเชียงใหม่เท่านั้น