Alive ข่าว

5 โรคมาเยือน!! หากคุณ “กินเร็วเกินไป”

หากคุณ “กินเร็วเกินไป” หรือ “รีบกินเกินไป” อาจจะมี “งาน” หรือ “สิ่งสำคัญ” รอคุณอยู่ต่อจากนั้น นำไปสู่ใบเบิกทางของ “โรคร้าย” ที่จะเข้ามาในชีวิตคุณได้

เวลาทุกวินาทีสำหรับบางคนมักมีค่าดั่งทอง หรืออาจจะพูดอีกแง่หนึ่งคือ คุณอาจจะมีวินัย และให้คุณค่ากับ “เวลา” แบบทุกๆนาทีของคุณ แต่มันอาจจะทำให้คุณ ลืมให้คุณค่ากับสิ่งอื่นๆ รอบข้าง และมันก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่แพ้กับ “เวลา” ของคุณ

ขอยกเรื่อง “กิน” มาพูดกันในวันนี้ เรื่องใกล้ตัวที่หลายคน อาจจะลืมคำนึงไป และคิดว่าแค่กินให้ครบ 3 มื้อต่อวัน หรือกินให้ครบ 5 หมู่ ก็เพียงพอแล้ว แต่ในรายละเอียดข้างใน คุณอาจจะลืมไปว่า หากคุณ “กินเร็วเกินไป” หรือ “รีบกินเกินไป” เนื่องด้วยอาจจะมี “งาน” หรือ “สิ่งสำคัญ” รอคุณอยู่ต่อจากนั้น นำไปสู่ใบเบิกทางของ “โรคร้าย” ที่จะเข้ามาในชีวิตคุณได้

  1. ท้องอืด ท้องเฟ้อ

เริ่มจากโรคเบาๆ ที่แค่คุณทานยารักษาก็หาย แต่แม้จะเป็นโรคทั่วไป ใครๆก็คงไม่อยากเป็นใช่ไหม เพราะคุณ “กินเร็วเกินไป” จึงทำให้คุณ “เคี้ยว” อาหารไม่ละเอียดพอ ยิ่งอาหารบางประเภท หาก “เคี้ยว” ไม่ละเอียด “กระเพาะอาหาร” อาจทำงานหนักขึ้นโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะ แป้ง และเนื้อสัตว์ ที่ย่อยยากกว่าผักและผลไม้ “ท้องอืด ท้องเฟ้อ” จึงเดินทางมาเยือนคุณในภายหลัง

  1. โรคกระเพาะอาหาร

ไม่ใช่แค่โรคเดียว แต่ยังคอบคลุมไปถึง “กรดไหลย้อน” หรืออาจจะร้ายแรงถึง “มะเร็งกระเพาะอาหาร” ก็เป็นเพราะคุณ “เคี้ยว” ไม่ละเอียด อาหารที่ย้อยยากถูกส่งไปยัง “กระเพาะอาหาร” และทำให้เป็นต้องทำงานหนักเกินไป จากการหลั่งน้ำย่อยออกมาเพิ่มมากกว่าปกติ

  1. อาหารเป็นพิษ

10 % ของ “อาหารเป็นพิษ” ที่คุณกินเข้าไป ทั้งรูป รส และกลิ่นของอาหาร ยิ่งคุณ “กินเร็วเกินไป” ประสาทสัมผัสของคุณ จะรับรู้สิ่งเหล่านี้ได้น้อยกว่าปกติ เสี่ยงต่อ “อาหารเป็นพิษ” มากขึ้น

  1. โรคอ้วน

การกินเร็ว ทำให้คุณเสี่ยงเป็น “โรคอ้วน” ได้มากกว่าคนที่กินปกติถึง 70 % ทั้งหมดทั้งมวลมากจากการ “เคี้ยว” อาหารไม่ละเอียด ยิ่งคุณกินเร็วมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสั่งอาหารเพิ่ม กินเยอะมากขึ้น อย่างนี้ไม่ให้ “อ้วน” ได้ไง

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

  1. โรคเบาหวานประเภท 2

สืบเนื่องจาก “โรคอ้วน” ที่กินเยอะ กินเร็ว และทำให้คุณมีระดับ “น้ำตาลในเลือด” สูงกว่าคนปกติ ทั้ง “โรคอ้วน” และ “เบาหวาน” น่ากลัวตรงที่มันจะไม่แสดงอาการอะไรให้คุณเห็นแม้แต่ปลายเล็บ จนกว่าร่างกายของคุณจะมีความผิดปกติเกี่ยวกับ “ตับอ่อน” หรือต้องผลิต “อินซูลิน” มากกว่าปกติ ซึ่งจะถูกตรวจพบได้จากการพบแพทย์เท่านั้น มันจะแอบแฝงในร่างกายคุณ และช่วยพรรคพวกของมันทั้ง “ความดัน” และ “โรคหัวใจ” ตามมาอยู่อีกต่างหาก