มหาเธร์เตรียมเจรจาข้อตกลงจัดหาน้ำดิบกับสิงคโปร์ใหม่

25 มิ.ย. 2561 เวลา 7:02 น.

หากพูดถึงน้ำแล้ว ถือเป็นปัญหาระดับชาติของสิงคโปร์ เพราะทรัพยากรน้ำจำกัดมาก ทำให้สิงคโปร์ต้องซื้อน้ำดิบจากมาเลเซียเป็นหลัก แต่ล่าสุด ผู้นำมาเลเซียออกมาชี้ว่า จะทบทวนข้อตกลงจัดหาน้ำดิบกับสิงคโปร์อีกครั้ง

นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวว่า  ข้อตกลงการจัดหาน้ำดิบให้กับสิงคโปร์ ปี 1962 มีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป พร้อมระบุว่า รัฐบาลของเขาจำเป็นต้อง เจรจาสัญญากับสิงคโปร์อีกครั้ง   สร้างความตึงเครียดในแง่ของความสัมพันธ์ ระหว่างมาเลเซียและสิงคโปร์มากขึ้นอีก  หลังจากที่นายมหาเธร์เพิ่งประกาศยกเลิก โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมมาเลเซียกับสิงคโปร์เมื่อไม่นานมานี้

นายมหาเธร์ ระบุว่า ปัญหาเรื่องน้ำเป็นหนึ่งในประเด็นที่ต้องหารือกับสิงคโปร์   และ จะมีการเจรจาเร็วๆนี้  นอกจากนี้ เขายังระบุด้วยว่า จะยังคงเป็นมิตรกับสิงคโปร์และชาติอื่นๆ ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับข้อตกลงที่ยุติธรรมและทำให้มั่นใจว่าเกิดความสมดุลระหว่างประเทศ

ขณะเดียวกัน นายมหาเธร์ ยังกล่าวด้วยว่า เขาวางแผนจะทบทวนการลงทุนของจีนในมาเลเซีย  พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า เขาต้องการทำให้เศรษฐกิจของมาเลเซียเติบโตอีกครั้ง เพื่อให้พามาเลเซียก้าวขึ้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วให้เร็วที่สุด

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายมหาเธร์ และ นายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ได้ย้ำถึงการให้ความสำคัญของการดำเนินมาตรการที่จำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่า จะมีปริมาณน้ำจากแม่น้ำยะโฮร์ที่เพียงพอ เป็นไปตามที่ข้อตกลงการจัดหาน้ำดิบกำหนดไว้

ทั้งนี้ แม้สิงคโปร์ได้รับการขนานนามว่าเป็นประเทศอันดับต้นของโลกด้านการบริหารจัดการน้ำ แต่สิงคโปร์เป็นประเทศขาดแคลนน้ำจืด ทำให้ต้องพึ่งพามาเลเซีย  โดยเนื้อหาในข้อตกลงดังกล่าวระบุว่า  สิงคโปร์มีสิทธิเต็มรูปแบบและมีเอกสิทธิ์ในการ ซื้อน้ำจากมาเลเซียได้ไม่เกินวันละ 250 ล้านแกลลอน แต่ต้องสูบไปจากแม่น้ำยะโฮร์เท่านั้น

ในทางกลับกัน รัฐยะโฮร์ก็มีสิทธิซื้อน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วในปริมาณเดียวกัน  จากสิงค์โปร์ เช่นกัน  ขณะที่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางการสิงคโปร์ ประกาศว่า  สิงคโปร์ต้องทำให้แน่ใจว่าจะมีน้ำเพียงพอภายในปี 2050 ก่อนสัญญาน้ำกับมาเลเซียจะสิ้นสุดในปี 2061

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด