กีฬา กีฬาต่างประเทศ

จบไม่คม ! เจาะลึก 3 นัดทัพ “ช้างศึก” ในเอเชี่ยนเกมส์

บทสรุป 3นัดทีมชาติไทยในเอเชี่ยนเกมส์

ยังเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงมากมายหลังจากที่ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยตกรอบแรกการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย แฟนบอลออกมาวิจารณ์แทบจะทุกหน้าเว็บไซต์และแฟนเพจฟุตบอลไทยแบบร้อนแรงสุดๆ   ผลงานของทีมช้างศึกชุดเอเชี่ยนเกมจบทัวร์นาเม้นนี้ด้วยการ เสมอ 2 นัดแบบต้องไล่ตามตีเสมอจนถึงช่วงท้ายเกมกับ กาตาร์ และ บังคลาเทศ แพ้ 1 นัดให้กับทีมเต็งของกลุ่มอย่าง อุซเบกิสถาน ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้แม้แต่นัดเดียว และเสียประตูทุกนัด!!

เริ่มจากนัดแรกในเกมกับการ์ต้า วันที่ 14 สิงหาคม ที่ผลจบด้วยการเสมอกันไป 1-1  เกมนี้ทีมชาติไทยโดนนำไปก่อน ตั้งแต่นาทีที่ 6 ทำให้แทคติคที่เตรียมมาต้องปรับเปลี่ยนใหม่หมด ทีมชาติไทยต้องเดินหน้าเข้าใส่ จนกว่าจะมาได้ประตูต้องรอถึงช่วงทดเวลาที่ ศุภชัย ใจเด็ด จะมายิงกู้ชีพให้ไทยรอดจากความภายแพ้

หลังจบเกมนี้แฟนบอลหลายคนยังไม่วิตกกังวลมากนักเพราะได้ 1 แต้มจากการ์ต้าถือเป็นเรื่องที่น่าพอใจ และที่สำคัญใน 90 นาที ทีมชาติไทยเหนือกว่าพอสมควร ครองบอล 54 เปอร์เซ็น มีโอกาสยิง 19 ครั้ง การ์ต้าได้ยิงแค่ 9 ครั้ง ยิงเข้ากรอบไป 9 ครั้ง กาต้าเข้ากรอบแค่ 6 ครั้งเท่านั้น

ซึ่งถ้าดูจากโอกาสจะเห็นได้ว่าทีมชาติไทยได้จังหวะยิงมากมายก่ายกองเหลือเกิน แต่ได้มาแค่ 1 ประตู แสดงให้เห็นว่าชุดนี้มีจุดอ่อนอยู่ที่การจบสกอร์อย่างเห็นได้ชัด ฟุตบอลระดับเอเชียแบบนี้บอกเลยว่าถ้ามีโอกาสต้องทำให้ได้ เพราะอาจเป็นจุดตัดสินผลการแข่งขัน

เกมที่ 2 กับ บังคลาเทศ ทีมชาติไทยถูกคาดหมายว่าน่าจะเก็บชัยชนะได้แบบไม่ยากเย็น และต้องการยิงประตูให้เยอะด้วย เพราะประตูได้-เสีย มีผลต่อการเข้ารอบ  แต่เกมการแข่งขันไม่ได้เป็อย่างใจนึก เกมนี้ บังคลาเทศ มาใช้แผนรถบัสกับทีมชาติไทย 11 ผู้เล่นอยู่ในแดนตัวเองทั้งหมด เน้นแพคเกมรับเป็นหลัก และหาจังหวะสวนกลับ ครึ่งแรกทำให้ทีมชาติไทยเจาะไม่เข้า เสมอกัน 0-0 ลงมาเล่นครึ่งหลัง กลับเป็น บังคลาเทศ ทีมที่เป็นรองกว่าทุกระบวนท่าได้ประตูขึ้นนำไปก่อน ในนาทีที่ 52 ทำเอากองเชียร์ทีมชาติไทย หนาวๆร้อนๆเพราะถ้าแพ้เกมนี้ โอกาสตกรอบมีสูงมาก แต่สุดท้ายก็เป็น ศุภชัย ใจเด็ด “เจ้าเก่า” ยิงให้ทีมชาติไทยรอดจากความพ่ายแพ้เป็นนัดที่ 2 ติดต่อกัน

สถิติหลังเกมทีมชาติไทยครองบอลถึง 76 เปอร์เซน โอกาสยิงมากมาย 15 ครั้งแต่เข้ากรอบแค่ 6 ยังไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ ส่วนบังคลาเทศทั้งเกมมีโอกาสยิงแค่  5 ครั้งเท่านั้น กลับได้ผลเสมอที่ตัวเองต้องการกลับไป

2  นัดที่ผ่านแสดงให้เป็นชัดเจนว่าทัพช้างศึกมีปัญหาในการจบสกอร์อย่างแก้ไม่หาย แฟนบอลหลายคนออกโรงวิจารณ์การทำประตูของทีมชาติไทยถึงขนาดมีกระแสขอให้ดร๊อป เจนรบ สำเภาดี กัปตันทีมเป็นสำรอง และส่ง ศุภชัย ใจเด็ด ที่ทำได้ 2 ประตูแล้วในทัวร์นาเมนต์ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมนัดสุดท้ายที่จะเจอกับ อุซเบกิสถาน

ซึ่งในเกมนัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่มกับอุซเบกิสถาน ทีมชาติไทยไม่มีทางเลือกต้องชนะอย่างเดียวเท่านั้น เกมนี้ “โค้ชโย่ง” ยังเน้นผู้เล่นชุดเดิม ที่มีการเปลี่ยนแปลงคือเจ้า “เต๋าดิญโญ” ธนาสิทธิ์ ศิริผลา ที่กำลังโชว์ฟอร์มได้ดี ถูกจับนั่งเป็นเพียงแค่สำรอง ส่วน ศุภชัย ใจเด็ด ที่แฟนบอลเรียกร้องให้เป็นตัวจริงบ้างก็ออกสาร์ตที่ซุมม้านั่งสำรองเหมือนกัน

แม้ว่าสุดท้ายแล้ว 2 ผู้เล่นดังกล่าวจะได้ลงสนามมาในช่วงครึ่งหลัง แต่นั้นก็ไม่ทันแล้ว เกมนี้ทีมชาติไทยเจอกับคู่แข่งที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่อาจต้านไว้ได้เป็นฝ่ายแพ้ไป 0-1 ครองบอลได้แค่ 40 เปอร์เซ็นเท่านั้น ยิงเข้ากรอปไปเพียงแค่ 3 ครั้ง

หลังจบ 3 นัดรอบแบ่งกลุ่มไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ไทยมี 2 แต้ม ไม่ชนะใคร เสมอ 2 แพ้ 1 ตกรอบแบ่งกลุ่มครั้งแรกในรอบ 24 ปี กลับบ้านด้วยความผิดหวัง มาถึงประเทศไทยวันที่ 23 สิงหาคมท่ามกลางบรรยากาศที่ค่อนข้างเงียบเหงา

ต้องติดตามว่าเด็กชุดนี้จะรับมือกับแรงกดดันได้ดีขนาดไหนเพราะพวกเค้าเหล่านี้คือนักเตะชุดสุดท้ายก่อนที่จะขึ้นไปเป็นทีมชาติไทยชุดใหญ่ในอนาคต  หลายคนในทีมชุดนี้ยังอายุไม่ถึง 21 ปีและมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในศึกชิมแชมป์เอเชียยู 23 รอบคัดเลือกในปีหน้า  ส่วนคนที่อายุเต็ม ก็ต้องกลับไปรับใช้สโมสรและเร่งฟอร์มเก่งกลับมาเพื่อแสดงให้เห็นว่า ตัวเองดีพอที่จะก้าวไปเป็นนักเตะทีมชาติไทยชุดใหญ่ต่อไป…

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน