สุดยอดแรงบัลดาลใจ ! เส้นทางชีวิต "คิปโชเก" ชายผู้ทำลายขีดจำกัดมนุษย์ EP.1

17 ก.ย. 2561 เวลา 9:08 น.

เส้นทางชีวิต เอลิอุด คิปโชเก ยอดนักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา

“กรีฑามันไม่เกี่ยวกับขามากสักเท่าไหร่หรอก  มันเกี่ยวกับหัวใจและความคิด"  เอลิอุด คิปโชเก ยอดนักวิ่งมาราธอนชาวเคนยาเร็วสุดในประวัติศาสตร์สถิติ 2 ชั่วโมง 1 นาที 40 วินาที

เส้นทางชีวิต เอลิอุด คิปโชเก ยอดนักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา

ทุกเช้าเวลาตี 5 ในหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึงทางตะวันตกของประเทศเคนยาที่ความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 8,000 ฟุต ยอดนักวิ่งพรสววรค์สูงคนนี้ต้องลืมตาช้าๆเพิ่มเตรียมตัวลุกออกไปวิ่งให้เร็วขึ้น และไกลขึ้นมากกว่าทุกวัน

เมื่อเวลาผ่านไปเวลาประมาณ 5.50 น. ขณะที่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นด้วยซ้ำ ผู้คนบริเวณถนนคิตเตอรากัต จะเห็นภาพฝุ่นสีแดงกระจายตัวขึ้นมาจากพื้นดินลูกรังจนชินตา เพราะว่าจะมีนักวิ่งกลุ่มหนึงวิ่งผ่านแถวนี้เป็นประจำ ด้วยความหวังในใจลึกๆว่าสักวันพวกเค้าจะเป็นแชมป์!

เส้นทางชีวิต เอลิอุด คิปโชเก ยอดนักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา

ชีวิตวัยเด็กของ เอลิอุด คิปโชเก เติบโตขึ้นมาพร้อมกับพี่ชาย 2 คนและพี่สาวอีก 2 คน มีแม่เป็นครูอนุบาลซึ่งเธอต้องทำหน้าที่ “ซิงเกิ้ลมัม” ดูแลลูก ๆ ของเธอโดยปราศจากความช่วยเหลือจากสามี เนื่องจากพ่อของ คิปโชเก เสียชีวิตไปตั้งแต่เขาตัวยังเด็ก “ผมไม่เคยรู้จักพ่อ ผมจำไม่ได้ว่าเห็นเขาด้วยซ้ำ เขาเสียชีวิตเมื่อผมยังเด็กมาก " นี่คือคำพูดของ คิปโชเก เมื่อพูดถึงผู้เป็นบิดา

คิปโชเก เล่าต่อว่า "ตอนที่ผมอยู่โรงเรียนประถม เคยวิ่งทุกวันวันละสี่ครั้ง ประมาณห้าหรือหกกิโลเมตรไปและกลับจากโรงเรียน ผมวิ่งอยู่เสมอ อย่างที่คุณรู้นั้นแหละ ว่าเวลามีจำกัด ดังนั้นถ้าคุณไม่วิ่ง เวลาก็มีไม่พอ"

แน่นอนว่าถ้าคุณวิ่งขนาดนั้น ประมาณ 20-25 กิโลกเมตร 5 ครั้งต่อสัปดาห์ ร่างกายจะแข็งแกร่งขึ้นแบบอัตโนมัติ แต่กต่างไปจากวิถีชีวิต ชาวยุโรปหรือชาวอเมริกันที่เด็ก ๆ ส่วนใหญ่จะนั่งรถเมล์หรือมีพ่อ-แม่ขับรถไปส่งที่โรงเรียน

เส้นทางชีวิต เอลิอุด คิปโชเก ยอดนักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา

ในช่วงสองปีสุดท้ายของการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  คิปโชเก รับจ้างเก็บน้ำนมจากชาวบ้านและขายในเมืองซึ่งห่างจากบ้านไปประมาณ 20 กิโลเมตร เขาเคยพกนมหนักที่สุดได้ถึง 75 ลิตรต่อครั้ง!! ส่วนเงินค่าจ้างได้รับ 1 เคนยาชิลลิง ต่อ 1 ลิต รดังนั้นในการเดินทางที่หนักที่สุดของ คิปโชเก จึงได้เงินจำนวน 75 เคนยาชิลลิง=เงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐทั้นเอง!

หลังจากนั้นเขายังพยายามแบกนมทำแล้วทำเล่าทำอยู่อย่างนั้น เสียเหงื่อไปมากมายเป็นเวลาประมาณห้าเดือน เขาก็มีเงินมากพอที่จะซื้อรองเท้าฝึกและเสื้อผ้ากีฬาชิ้นแรก

ในเดือนมิถุนายนปี 2000 เขาเริ่มฝึกซ้อมเพื่อที่จะเป็นนักวิ่งที่ยิง่ใหญ่เริ่มมีเป้าหมายในชีวิต แน่นอนว่าเขาฝึกคนเดียว ไม่มีโค้ชสอน ฝึกด้วยตัวเอง ลองผิดลองถูก ทำแบบนั้นอยู่คนเดียว บางครั้งมีเพื่อนบ้างและบางวันก็ไม่มี แต่สิ่งที่เขาทำ คือทำประจำ ทุกเช้าด้วยหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ ....

ในเดือนมกราคม 2001 เขาได้เข้าร่วมการแข่งขันครั้งแรกในชีวิต รายการครอสคันทรี่และจบอันดับ 3 ในประเภทจูเนียร์ คิปโชเก ค่อนข้างผิดหวังและ พูดได้อย่างเดียวว่า "นั่นเป็นเพราะว่าผมไม่ได้ฝึกอย่างถูกต้อง"

หลังจากนั้นไม่นาน คิปโชเก ตัดสินใจลงแข่งขันอีกครั้งในรายการ 5000 เมตร ชิงแชมป์ประเทศเคนย่า จัดขึ้นที่เมืองหลวงอย่างไนโรบี รายการนี้รวมสุดยอดนั่งวิ่งจากทั่วประเทศเคนย่า ไว้ด้วยกัน โดยมีเดิมพันที่ยิ่งใหญ่สุดๆ อันดับ 1 และอันดับ 2 ของรายการนี้จะได้เข้าสู้แคมป์ทีมชาติด้วย !!!!!!

และสุดท้ายก็ไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น เขาทำไม่ได้ ไม่ได้ติด 1 ใน 2 ไม่ได้ติดทีมชาติ ไม่ได้อะไรเลย ต้องกลับบ้านมาด้วยความผิดหวังเช่นเดิม และเขาก็เริ่มฝึกใหม่แต่คราวนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเขาเริ่มฝึกแบบมีพื้นฐาน ถูกวิธี และเดินไปในแนวทางที่ถูกต้อง

เมื่อความพยายามเป็นเหตุ ความเปลี่ยนแปลงก็มักตามมาเสมอ วันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2001 เขาตัดสินใจที่จะเข้าร่วมการแข่งขันอีกครั้ง แต่คราวนี้ย่นระยะทาง เขาลงแข่งขันที่ระยะ 10 กิโลเมตร

และแน่นอนว่าเขาสมหวัง ชนะคู่แข่งคนอื่นๆแบบขาดลอย  “ผมเข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้ และชนะคนอื่นไกลมากๆ แต่นั้นเป็นจุดแปลี่ยนสำคัญผมได้เจอกับ แพทริก แซง (ตำนานนักวิ่งชาวเคนยา เหรียญเงิน วิ่ง 3,000 เมตร โอลิมปิก 1992 ที่บาร์เซโลน่า)  เขาเอานาฬิกาจับเวลาให้ผมดู และเป็นแรงจูงใจที่ยิ่งใหญ่มากๆ ผมก็ได้แต่บอกกับตัวเองว่า สักวัน ผมจะประสบความสำเร็จแบบเขา”

เส้นทางชีวิต เอลิอุด คิปโชเก ยอดนักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา

จากนั้นชีวิตของ คิปโชเก ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แพทริก แซง เดินทางมาที่บ้านของ คิปโชเก มอบอุปกรณ์การฝึกซ้อม และสอนทุกอย่างที่สำคัญให้กับ คิปโชเก ช่วยแนะนำโปรแกรมการฝึกซ้อมต่างๆอย่างมากมาย

และจากเด็กที่ไม่เคยเคยชนะการแข่งขันระดับประเทศ ไม่เคยติดทีมชาติ ได้มาพบกับชายที่เหมือนแสงสว่างในชีวิตอย่าง แพทริก แซง ตัวเขาก็เหมือนพุ่งสูงขึ้นไปอีกขั้น การฝึกซ้อมของ แพทริก แซง ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพมาก ทำให้ คิปโชเก กลายไปเป็นยอดนักกีฬาเคนยาในระยะเวลาอันสั้น  เขาชนะเลิศ  4 รายการ จาก 5 รายการที่ลงแข่งขันในประเทศเคนย่า

เส้นทางชีวิต เอลิอุด คิปโชเก ยอดนักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา

แน่นนอนว่าด้วยผลงานระดับนี้ ทำให้ คิปโชเก ได้ไปเข้าแข่งขันรายการระดับนานาชาติครั้งแรกคือรายการ เวิล์ด ครอส ครันทรี แชมป์เปี้ยน ชิพส์ 2002 ที่ประเทศไอร์แลนด์  เขาจบการแข่งขันรายการระดับโลกครั้งแรกในลำดับที่ 5 แต่ก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไรมากมาย ต่อจากการแข่งขันที่ดับบลิน คิปโชเก ได้พัฒนาตัวเองขึ้นเรื่อยๆเริ่มทำคะแนนสะสมจนได้สิทธิ์เข้าแข่งขันรายการระดับโลกเรื่อยมา จบการแข่งขัน 5000 เมตร สถิติ 13 นาที 13.03 วินาที ที่เบอร์ลิน หลังจากนั้นได้แชมป์ ไอเอเอเอฟ เวิล์ด ครอสครันทรี่ แชมป์เปี้ยนชิพส์ จูเนียร์ 7.92 กิโลเมตร เวลา 22 นาที 47 วินาที

เส้นทางชีวิต เอลิอุด คิปโชเก ยอดนักวิ่งมาราธอนชาวเคนยา

ดูเหมือนว่ารายการระดับจูเนียร์จะไม่ใช่เป้าหมายสำหรับหนุ่มน้อยพรรสวรรค์สูงจากเคนยาคนนี้อีกต่อไปแล้ว และในปี 2003 เอลิอุด คิปโชเก ก็ได้โอกาสสร้างชื่อให้วงการกรีฑาโลกต้องหันมามองที่เขาบ้าง เด็กหนุ่มจากหมู่บ้านเล็กๆในเคนยาทำให้แสงไฟทุกดวงต้องฉายมาที่เขา เมื่อสามารถคว้าแชมป์รายการชิงแชมป์โลก 5000 เมตร ที่กรุงปารีสประเทศฝรั่งเศส ได้สำเร็จ ด้วยเวลา 12.52.79 วินาที ด้วยวัยเพียงแค่ 18 ปีเท่านั้น!!.. เอาชนะสุดยอดนักวิ่งแห่งยุดอย่าง ฮิชาม เอล เจอรูจ ชาวโมร็อคโค เจ้าของเหรียญเงิน โอลิมปิก 2000 ที่ซิดนีย์ บวกกับ เหรียญทองชิงแชมป์โลก ปี 1997 และ 1999  ซึ่งนั้นเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นตำนานที่โลกต้องจารึก......................(ติดตามต่อ EP2.)