BreakingNews : ศาลสั่งจำคุก 16 ปี "เณรคำ" อนาจาร - พรากผู้เยาว์

17 ต.ค. 2561 เวลา 4:42 น.

ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 16 ปี เณรคำ อนาจาร พรากผู้เยาว์ ขณะเป็นพระภิกษุ พร้อมให้นับโทษต่อจากคดีหลอกลวงประชาชน

ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาในคดีที่นายวิรพล สุขผล หรือ อดีตพระเณรคำ เป็นจำเลยในความผิด ฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจารและกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี จากกรณีเมื่อเดือนมกราคมปี 2543 ถึง 2544 นายวิรพล ได้พรากผู้เยาว์เด็กหญิงผู้เสียหายซึ่งขณะเกิดเหตุมีอายุระหว่าง 13 ถึง 14 ปีเศษไปจากยายซึ่งเป็นผู้ปกครอง ไปเพื่อการอนาจาร และกระทำชำเราหลายครั้ง เป็นเวลาประมาณ 2 ปี จนกระทั่งมีบุตรด้วยกัน 1 คนซึ่งในชั้นสอบสวนนายวิรพล ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่าไม่ได้พรากผู้เยาว์

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พฤติกรรมของนายวิรพล มีการเกี้ยวพาราสีผู้เสียหาย ขับรถมารับผู้เสียหายที่หน้าโรงเรียน แล้วพาไปส่งที่บ้านหลายครั้ง พากันไปมีเพศสัมพันธ์ในที่ต่างๆ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากยายซึ่งเป็นผู้ปกครอง แม้ผู้เสียหายซึ่งขณะนั้นเป็นผู้เยาว์จะยินยอมก็ตาม ประกอบกับผลตรวจดีเอ็นเอที่เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้นำบุหรี่ เศษจีวร และพระเครื่องของนายวิรพลไปตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับบุตรชายของผู้เสียหาย และพบว่ามีความพันธ์เป็นบิดากับบุตรจริง โดยนายวิรพลสามารถยืนยันความบริสุทธิ์ได้ด้วยการตรวจ DNA โดยตรง แต่นายวิรพล กลับไม่ยินยอม จึงให้สันนิษฐานว่า DNA เป็นไปตามผลตรวจบนเศษบุหรี่และจีวร

ดังนั้น นายวิรพล กระทำผิดจริงตามฟ้อง โดยอาศัยตำแหน่งพระภิกษุ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ทำให้ศาสนามัวหมอง พิพากษาลงโทษสถานหนัก ให้จำคุกฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร จำนวน 8 ปี และฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี จำนวน 8 ปี รวมโทษจำคุก 16 ปี และให้นับโทษต่อจากคดีฉ้อโกงที่หลอกลวงให้ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินและทองคำเพื่อนำไปสร้างพระแก้วมรกต และมหาวิหารครอบองค์พระ ที่ศาลลงโทษจำคุก 114 ปี แต่ตามกฎหมายให้ลงโทษสูงสุด 20 ปี รวมโทษจำคุก 2 คดี 36 ปี

อย่างไรก็ตามผู้เสียหายซึ่งถูกอนาจารในคดีนี้ ยังได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา โดยยืนยันว่านายวิรพลเคยกระทำความผิดจริงในขณะที่ยังคงสมณะเป็นสงฆ์ และขณะนี้บุตรชายมีอายุ 16 ปีแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้นายวิรพล ก็เคยส่งเสียเลี้ยงดูและให้เงินเดือนละ 10,000 บาท แต่หลังจากถูกดำเนินคดีนายวิรพล ก็ไม่เคยส่งเงินมาช่วยเหลืออีกเลย ทำให้ต้องยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษ เผื่อเรียกร้องค่าดูแลบุตรเป็นเงิน 40 ล้านบาท เมื่อเดือนกันยายน ปี 2556 ซึ่งศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบชั่วคราว จนกว่าศาลอาญามีคำพิพากษาในคดีพรากผู้เยาว์นี้ก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด