ข่าว ทั่วไทย

ประชาสังคม 70องค์กร ร้องสนช.ยกเลิกมติที่ไม่รับรอง 5 รายชื่อว่าที กสม.

ประชาสังคม 70 องค์กร และบุคคล 70 คน ออกจดหมายเปิดผนึกถึงประธาน สนช. เรียกร้องยกเลิกมติที่ไม่รับรอง 5 รายชื่อว่าที กสม. สาย NGOs-นักวิชาการ

ในจดหมายเปิดผนึกถึงประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระบุถึงกรณีการลงมติของ สนช. ไม่รับรองผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2562 เรียกร้อง ประธาน สนช. ทบทวนการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ พฤติกรรมทางจริยธรรมผู้ผ่านการสรรหา และต้องนำรายงานคณะกรรมการสรรหา มาประกอบการพิจารณาการรับรอง ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กสม. เพื่อให้สังคมรับทราบเหตุผล

จากกรณีเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2561 สนช.ได้มีมติรับรองผู้ผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่ง กสม. จำนวน 2 คน ได้แก่ น.ส.พรประไพ กาญจนรินทร์ และนางปิติกาญจน์ สิทธิเดช และมีมติไม่รับรองผู้ผ่านการสรรหา จำนวน 5 คน ได้แก่ นางสมศรี หาญอนันทสุข, นายไพโรจน์ พลเพชร, ผศ.ดร.จตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร, นายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ และนายสุรพงษ์ กองจันทึก โดยมติของที่ประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมลับ ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลและเหตุผลในการลงมติให้สาธารณชนทราบ รวมทั้งผู้ที่ผ่านการสรรหาทุกคนด้วย

ปรากฏว่า ในการพิจารณาของ สนช.ดังกล่าว มีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาอีกชุดหนึ่งเพื่อมาทำหน้าที่ตรวจสอบ ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ที่ซ้ำซ้อนกับกรรมการสรรหา อันถือได้ว่ากระทำการขัดต่อกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ โดยไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้ ทำให้ทั้ง 4 คนได้รับผลกระทบโดยตรงจากการกระทำของ สนช.ดังกล่าว ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก อีกทั้งพฤติกรรมการลงมติมีลักษณะที่เหมือนกับการเตรียมการในการลงคะแนนเสียงมาก่อน ซึ่งเป็นการไม่ชอบ  ทำให้ทั้ง 4 คนไม่อาจเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ กสม.ได้  เป็นการทำลายประวัติการทำงานและชื่อเสียง  อีกทั้งเป็นการลงโทษที่ทำให้ข้าพเจ้าไม่สามารถกลับไปสมัครเป็นผู้รับการสรรหาเป็น กสม.ได้อีก รวมทั้งอาจส่งผลต่อการสมัครเป็นกรรมการในองค์กรอิสระอื่นๆ ด้วย

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

การกระทำของ สนช.ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เที่ยงธรรมและไม่โปร่งใส กระทำที่ผิดหลักการในเรื่องการเปิดเผยตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.2560 ตลอดจนหลักการและกฎหมายสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องโดยข้อเท็จจริงทั้งหมดโดยก่อนหน้านี้ มีการร้องไปยังสภาทนายความ เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือด้วย