การเมือง ข่าว

เลือกตั้ง 62 : ส.ส. ในสภามายังไง? เปิดสูตรคำนวณที่พี่น้องชาวไทยต้องรู้ก่อนเลือกตั้ง

“ระบบจัดสรรปันส่วนผสม” คือระบบที่ถูกนำมาใช้ในการเลือกตั้ง 2562 เพื่อให้เกิดความกระจ่างและรู้ถึงสิทธิอย่างแท้จริง เรายกตัวอย่างสูตรการคำนวณที่ถูกต้องมาให้ดู

ระบบการเลือกตั้งของไทยเป็นแบบไหน?

การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562 เป็นระบบใหม่ที่เพิ่งนำมาใช้กับประเทศไทย เรียกว่า “ระบบจัดสรรปันส่วนผสม” (Mixed Member Apportionment System : MMA) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้รับ “บัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียว” กาเลือก “ส.ส.แบบแบ่งเขต” เท่านั้น แต่คะแนนที่ได้จะนำมาคำนวณหา ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ด้วย

Did you Know : ส.ส. ในสภามีทั้งหมด 500 คน แบ่งเป็น “แบบบัญชีรายชื่อ” หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า ปาร์ตี้ลิสต์ จำนวน 150 คน กับ “แบบแบ่งเขต” จำนวน 350 คน โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต จะได้เบอร์ที่ต่างกันไป แม้อยู่พรรคเดียวกัน “เขตใครเขตมัน เบอร์ใครเบอร์มัน”

เลือกตั้ง 2562 คำนวณหา ส.ส. อย่างไร?

ตัวเลขที่จะนำมาคำนวณเริ่มจาก “ตัวเลขที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิทั่วประเทศ” หักบัตรเสีย และ หัก Vote No แล้ว จะเหลือเพียง “คะแนนบัตรดี” จากนั้นนำคะแนนบัตรดีมาหารด้วยจำนวน ส.ส.ทั้งสภา จะเท่ากับคะแนนเลือกตั้ง ต่อ ส.ส. 1 คน โดยตัวเลขที่ประมาณการไว้ต่ำสุดคือ 70,000 : ส.ส. 1 เก้าอี้ (เปรียบเทียบตัวเลขจากการเลือกตั้งปี 2554)

ต่อมานำคะแนนที่ประชาชนลงให้กับ ส.ส.แบบแบ่งเขต ทุกคนทุกเขตของแต่ละพรรค “ทั้งชนะทั้งแพ้รวมกัน” แล้วมาหารด้วยคะแนนเลือกตั้ง ต่อ ส.ส. 1 คน จะได้จำนวน ส.ส. ที่แต่ละพรรคพึงมี

จากนั้นมาดูว่าพรรคนั้นๆ ชนะการเลือกตั้งไปกี่เขต ก็ให้นำคะแนนที่ชนะเลือกตั้งเขตมาลบจำนวน ส.ส.พึงมี ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ “จำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์” ที่พรรคนั้นๆ จะได้ แต่หากได้ ส.ส.แบบแบ่งเขต ครบแล้ว หรือมากกว่าที่พึงจะได้รับ พรรคนั้นๆ ก็จะไม่ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ไปนั่งในสภา

ทรรศนะนักวิชาการ : ประเทศประชาธิปไตยไม่เปลี่ยนการเลือกตั้งบ่อย

ด้าน รศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี หัวหน้าภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์วิทยาลัย กล่าวในงานเสวนาเลือกตั้งกุมภาฯ 62 ฟรีและแฟร์สำหรับใคร ระบุว่า การเปลี่ยนรูปแบบการเลือกตั้งมีได้ แต่ประเทศประชาธิปไตยส่วนใหญ่จะไม่เปลี่ยนบ่อย ญี่ปุ่นเปลี่ยนล่าสุดปี 1994 ฝรั่งเศสก็เพิ่งเปลี่ยนเมื่อ 20-30 ปีก่อน แล้วก็นิ่ง แต่ของไทยเราเปลี่ยนมา 4 ครั้ง ในรอบ 20 ปีแล้ว ถือว่าเป็นประเทศที่เปลี่ยนบ่อยประเทศหนึ่งเลยก็ว่าได้

เปรียบเทียบว่าการเลือกตั้งเป็นกีฬาประเภทหนึ่งโดยที่ประชาชนเป็นผู้เล่น ถ้าหากประชาชนยังไม่รู้ว่ากติกาคืออะไรแล้วจะลงไปเล่นได้อย่างไร ต้องยอมรับว่ากติกาเลือกตั้งใหม่สร้างความสับสน ทุกครั้งที่เปลี่ยนไม่ได้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น เลยเกิดคำถามว่าเราเปลี่ยนทำไม การเปลี่ยนควรจะมีเป้าหมายชัดเจน แต่ของเรายังไม่เห็น แต่ยังเชื่อว่าประชาชนคนไทยต้องการเห็นการเลือกตั้ง อยากเลือกตั้ง อยากให้คะแนนเสียงของตนเองมีผลต่อทิศทางประเทศ

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้ง 62 : รู้ก่อนกา 5ขั้นตอน “เลือกตั้ง” ให้ผ่านฉลุย

เปิดสูตรคำนวณ หาจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อ!

เลือกตั้ง 62 : ใครบ้างมีสิทธิ-ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง? เช็กให้พร้อมก่อนไปคูหา