ข่าว

“บิ๊กโจ๊ก” รวบแก๊งจีนปั่นหุ้นยอดเสียหายพุ่งกว่า 100 ล้านบาท

“บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม.นำทีมตำรวจ ศปอส.ตร.บุกจับ 16 ชาวจีนที่เช่าบ้านพักกลางเมืองภูเก็ตเป็นฐานปั่นหุ้นในประเทศจีน เบื้องต้นพบความเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

เมื่อวันที2 เม.ย. พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 สนธิกำลัง พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รองผบก.สส.บช.ภ.2 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.อ.ประวิทย์ เอ้งฉ้วน ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รองผกก.ป.สน.ลุมพินี เข้าปิดล้อมตรวจค้น บ้านเลขที่ 68|197 หมู่ 1 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต หลังสืบสวนทราบว่ามีกลุ่มชาวจีนเข้ามาเช่าเปิดเป็นฐานปฏิบัติการตั้งแก๊งปั่นหุ้น


คดีนี้ตำรวจ ศปอส.ตร. และสืบสวนภูเก็ต สืบทราบถึงพฤติกรรมความผิดปกติของกลุ่มชาวจีนที่มาเช่าบ้านพักอาศัยอย่างมีพิรุธ จึงรวบรวมหลักฐานก่อนขออนุมัติศาลออกหมายจับ พร้อมนำกำลังเข้าตรวจค้นภายในบ้านพักพบชาวจีน 16 รายนั่งอยู่ที่โต๊ะคอมพิวเตอร์บริเวณชั้นล่างของบ้านดังกล่าว โดยเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งหน้าจอมีกระดานโพยหุ้น ขณะที่ในสมุดจดก็เต็มไปด้วยเบอร์โทรศัพท์ ทันทีที่ชาวจีนทั้งหมดเห็นเจ้าหน้าที่ก็อยู่ในอาการตกตะลึง วิ่งหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจจนชุลมุน แต่ทั้งหมดก็ถูกคุมตัวไว้ได้ นอกจากนี้ยังคุมตัวนายอาเตอะ ลาหู่นะ อายุ 26 ปี ผู้ดูแลและเป็นผู้เช่าบ้านเอาไว้ได้ เบื้องต้นนายอาเตอะ สารภาพว่าเช่าบ้านหลังนี้ในราคาเดือนละ 45,000 บาท

เบื้องต้นตำรวจพบคอมพิวเตอร์อยู่ภายในชั้นล่างและห้องต่างๆรวม 18 เครื่อง โทรมือถือ 68 เครื่อง พร้อมซิมการ์ดนับร้อยอัน นอกจากนี้ยังพบบัญชีลูกค้าชาวจีน รวมทั้งบทสนทนาจำนวนหนึ่ง อีกทั้งพบว่าระบบอินเตอร์เน็ตทั้งหมดถูกเปิดใช้เมื่อวันที่ 18 ที่ผ่านมา ขณะที่บิลการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าสูงถึงเดือนละ 20,000 บาท ขณะนี้ตำรวจไทย และเจ้าหน้าที่จากสถานฑูตจีน อยู่ระหว่างการสอบสวนชาวจีนทั้งหมดว่าอุปกรณ์ที่เห็นเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือกลุ่มปั่นหุ้น โดยในเบื้องต้นชาวจีนทั้งหมดยังไม่ยอมให้การใดๆ กับเจ้าหน้าที่ อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล อย่างไรก็ตามคนจีนทั้งหมดเข้ามาในไทยเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา โดยช่องทางสนามบินตม.ภูเก็ต


พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ชุดสืบสวนพบความเคลื่อนไหวที่บ้านดังกล่าว ว่ามีกลุ่มคนจีนเข้ามาเช่าบ้านที่หมู่บ้านดังกล่าว มีพฤติกรรมต้องสงสัยอยู่กันเป็นจำนวนมากและชอบเก็บตัวไม่ออกไปไหน และจะมีคนหมุนเวียนกันออกไปซื้อเสบียงมากักตุน ขณะที่บิลการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าสูงถึงเดือนละ 20,000 บาท จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ ซึ่งในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดภูเก็ต ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีระบบการคมนาคมสะดวก และมีอินเตอร์เน็ตค่อนข้างแรง นี่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กลุ่มอาชญากรต่างชาติ เข้ามาตั้งฐานในการใช้เทคโนโลยีหลอกลวงเพื่อนร่วมชาติ ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีการจับกุมแก๊งชาวจีนในลักษณะนี้แล้วหลายกลุ่ม ขณะนี้ขอเวลาในการสืบสวนข้อเท็จจริงว่าหลักฐานที่ตำรวจค้นพบทั้งหมดเกี่ยวพันกับกลุ่มแก๊งใดบ้าง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการแจ้งข้อกล่าวหา รวมทั้งเรียกเจ้าของบ้านมา แจ้งข้อหาเจ้าบ้านในฐานความผิดตามม.38 พรบ.ตรวจคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ซึ่งระบุว่าเจ้าของบ้านหรือผู้ครอบครองเคหสถาน หรือผู้จัดการโรงแรมซึ่งรับคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เข้าพักอาศัย จะต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่ เคหสถาน หรือโรงแรมนั้นอยู่ ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง นับแต่เวลาที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ถ้าท้องที่ใดไม่มีที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองตั้งอยู่ ให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ณ สถานีตำรวจในท้องที่นั้นในกรณีที่บ้าน เคหสถาน หรือโรงแรมที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย ตามวรรคหนึ่งตั้งอยู่ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กองตรวจคนเข้าเมือง ก่อนนำตัวทั้งหมดดำเนินคดีตามกฏหมายพร้อมจะส่งตัวให้ทางการจีนรับตัวไปดำเนินการตามกฎหมายของประเทศจีน

นอกจากนี้พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ยังกล่าวอีกว่าสำนักตรวจคนเข้าเมืองเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณากฎหมายเพิ่มโทษเจ้าของบ้านหรือผู้ครอบครองเคหสถาน หรือผู้จัดการโรงแรมซึ่งรับคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เข้าพักอาศัย แล้วไม่ปฎิบัติตามข้อกฎหมาย ซึ่งแต่เดิมมีเพียงโทษปรับ แต่ในอนาคตจะมีการเพิ่มโทษสูงสุดถึงขั้นจำคุกเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้อาชญากรข้ามชาติเข้ามาพัอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้อย่างสะดวกอีกด้วย