“รัฐบาล” เข้าคิวชี้แจงยาว เบรกเกมพรรคฝ่ายค้าน โจมตีเนื้อหานโยบาย

26 ก.ค. 2562 เวลา 5:31 น.

“รัฐบาล” เข้าคิวชี้แจงยาว เบรกเกมพรรคฝ่ายค้าน โจมตีเนื้อหานโยบาย “อุตตม” ยัน ทำงบแบบขาดดุลต่อเนื่องแต่ไม่สร้างหนี้จนเกินกรอบวินัยการเงินการคลัง “สนธิรัตน์” ยันนโยบายรัฐไม่เอื้อนายทุน ย้ำนโยบายด้านพลังงาน เปิดให้ปชช.มีส่วนร่วม

รัฐสภา ทีโอที - 26 กรกฏาคม 2562 - ในการประชุมรัฐสภา วาระพิจารณาการแถลงนโยบายรัฐบาล ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต่อรัฐสภา ว่าตั้งแต่เวลา 10.30 น. รัฐมนตรีจากกระทรวงต่างๆ ลุกขึ้นชี้แจงตามประเด็นที่ถูกสมาชิกรัฐสภาตั้งข้อสังเกตและท้วงติง ตามภารกิจที่รับผิดชอบ ซึ่งเริ่มจาก พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงเรื่องภาพรวม ต่อด้วย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประเด็นปัญหาภัยแล้งและการแก้ไข, นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประเด็นปัญหาของประชาชนที่เจอปัญหาระหว่างซื้อสินค้าออนไลน์ , นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงเรื่องการจัดสรรงบประมาณที่มีประเด็นจะกระทบวินัยการเงินการคลัง และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงต่อประเด็นโครงการด้านพลังงานที่เอื้อกับกลุ่มทุน

โดยนายอุตตม ชี้แจงและยืนยันว่าการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าตั้งงบกลางสูงถึง 4 แสนล้านบาทนั้น ในข้อเท็จจริงมีเพียง 1 แสนล้านบาท ที่ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ขณะที่อีก 3แสนล้านบาท เป็นรายจ่ายประจำของหน่วยงานราชการ อย่างไรก็ตามการอนุมัติใช้งบฉุกเฉินดังกล่าวมีขั้นตอนการอนุมัติที่ต้องใช้คณะกรรมการและคณะรัฐมนตรีพิจารณา อย่างไรก็ตามยอมรับการการจัดสรรงบประมาณจะยังเป็นงบประมาณแบบขาดดุล แต่ไม่เกินกรอบวินัยการเงินการคลังที่ตั้งเป้าหนี้สาธารณะไว้ไม่เกิน 60 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี โดยขณะนี้มีอัตราอยู่ที่ 42 เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้อัตราหนี้ครัวเรือนของประชาชนรัฐบาลมีมาตรการดูแล ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าอัตราเติบโตของหนี้ครัวเรือนจะเพิ่มขึ้นตามอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ

“ระยะปานกลางและระยะยาว วินัยการเงินการคลัง กับงบประมาณ กระทรวงการคลังทำแผนการคลังระยะปานกลาง 3-5 ปีเพื่อวางกรอบการทำงานส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น วางเป้าหมายกลับงบประมาณที่สมดุลในปีใด ขณะที่การแก้ไขความเหลื่อมล้ำ เข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้มีรายได้น้อย หรือ ผู้ประกอบการรายย่อย รวมถีงพัฒนาแหล่งเงินทุนรายได้อื่นนอกจากธนาคารพาณิชย์ เช่น นาโนไฟแนนซ์ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ” นายอุตตม ชี้แจง

ขณะที่นายสนธิรัตน์ ชี้แจงด้วยว่าการทำนโยบายของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่มีประเด็นที่เอื้อต่อนายทุน หรือเจ้าสัว ทั้งนี้ในส่วนของนโยบายพลังงาน เน้นการพัฒนาโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมต่อการพัฒนาพลังงาน ขณะที่ภาครัฐมีการสนับสนุนผ่านกองทุนส่งเสริมการผลิตพลังงานในชุมชน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ เพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตร, น้ำมันเชื้อเพลิง จะใช้ปาล์มน้ำมันเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับราคาสินค้าที่ต้องการตามเป้าหมาย ทั้งนี้ตนยืนยันว่าการทำงานของรัฐบาลจะเน้นสร้างคุณภาพและความเข้มแข็งให้กับประชาชน รวมถึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการอภิปรายของส.ส.พรรคฝ่ายค้าน มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดย นายชวลิต วิชยสุทธ์ิ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า นโยบายเร่งด่วนที่กำหนดให้ศึกษา รับฟังความเห็นของประชาชนและการดำเนินการเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตนไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะดำเนินการได้ เนื่องจากพล.อ.ปรเะยุทธ์เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าไม่มีจุดยืนต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นการเเขียนนโยบายดังกล่าวเเชื่อว่าเป็นสิ่งที่เขียนอย่างเสียไม่ได้ และไม่แน่ใจว่าฝ่ายใดเป็นผู้ที่ถูกหลอกหรือไม่ต่อการเข้าร่วมรัฐบาล ทั้งนี้ตนเห็นว่าพล.อ.ประยุทธ์สามารถปรับจุดยืนต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เพราะปัญหาการเมืองคือหัวใจของปัญหาอีกหลายด้าน สำหรับประเด็นที่ต้องแก้ไข คือ ที่มาและอำนาจของส.ว. และ ระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม

ขณะที่การอภิปรายของส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล นั้นเนื้อหาสำคัญ คือการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ทั้งนี้มีบางช่วยที่ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงรายละเอียดและนำคำชี้แจงของรัฐมนตรี อาทิ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจ อภิปราย ทำให้ส.ส.พรรคเพื่อไทยประท้วงว่าเป็นการใช้สิทธิเกินข้อบังคับการประชุมรัฐสภา เพราะชี้แจงแทนรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ฐานะประธานที่ประชุมวินิจฉัยว่าสามารถอภิปรายได้ตามกรอบการอภิปรายนโยบาย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด