ทลายแก๊งค้ากามสาวลาว หลังเหยื่อหลบหนีมาร้องทางการช่วย

30 ก.ค. 2562 เวลา 4:14 น.

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย ร่วมดีเอสไอ และองค์กรเอกชน VFIสปป.ลาว บุกจับขบวนการค้ามนุษย์ที่หลอกสาวลาวมาค้าประเวณี จนตั้งครรภ์ก่อนจะติดเชื้อร้ายทำให้ลูกที่คลอดออกมาพิการ

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัยผกก.ตม.จว.หนองคาย พ.ต.ท.ยศวีร์ ทองระอา สว.กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.9 พ.ต.ท.ภูวเสฎฐ์ ชำนิมา สว.กก.3บก.ทท.3 พ.ต.ท.เทพพนม สุวรรณรัตน์ รองผกก.สส.สภ.สะเดา พ.ต.ท.ปรัชญา ใบเตะ รองผกก.สส.สภ.สุไหงโก-ลก พ.ต.ต.สุเมธ กนกเหมพันธ์ สว.ตม.จ.นราธิวาส ร.ต.อ.วรวิทย์ เพ็ชรสีขาว รองสว.กก.3บก.ทท.3 ร.ต.อ.ก่อกฤษฏ์ ชัยชาญ รองสว.ตม.จ.นราธิวาส สนธิกำลังสืบสวน ตม.จว.หนองคาย, ตม.จว.นราธิวาส , กก.3 บก.ทท.3 , สภ.สุไหงโก-ลก ,สภ.สะเดา และดีเอสไอ จับกุม น.ส.พรพิมล แซ่ตั้น อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 / 29 ถนนประชาวิวัฒน์ซอย3 ตำบลและอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหนองคายที่ 126 / 2562 ลงวันที่ 27 ก.ค. 2562 ในฐานความผิดฐานสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่2คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ และได้กระทำความผิดตามที่สมคบกันไว้โดยร่วมตั้งแต่ 3คนขึ้นไป หรือโดยสมาชิกขององค์กรอาชญากรรม เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ โดยมิชอบจากการค้ามนุษย์, ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ,ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด ยอมจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ จนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือยอมจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยจับกุมได้ที่ร้านสบายสบายคาราโอเกะ ถนนประชาวิวัฒน์ซอย3 ตำบลและอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

พ.ต.อ.เขมรินทร์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา องค์กรเอกชน บ้านจุดสุมสากล สปป.ลาว (Village Focus International) หรือ VFI ได้ประสานความร่วมมือมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย ขอความช่วยเหลือ กรณีมีเด็กหญิงชาวลาวนามว่า “คิตตี้” วัย 17 ปี ถูกแก๊งค้ามนุษย์ข้ามชาติหลอกลวงมาทำงานในประเทศไทย โดยขบวนการดังกล่าวออกอุบายชักชวนมาทำงานที่ร้านอาหารในประเทศไทย โดยจะให้เงินค่าตอบแทนเดือนละ 10,000-12,000 บาท แต่เมื่อมาถึงกลับให้ทำงานค้าประเวณี และเมื่อเด็กสาวไม่ยอมก็จะใช้กำลังทุบตี บังคับให้อดข้าว เพื่อแลกกับการร่วมหลับนอนกับลูกค้า โดยไม่ได้รับส่วนแบ่งค่าจ้าง ซึ่งต่อมาน.ส. คิตตี้ ได้ออกอุบายกลับไปบ้านที่สปป.ลาว และภายหลังกลับไปพบว่าตั้งครรภ์และติดเชื้อซิฟิลิส ทำให้บุตรที่คลอดออกมาพิการจากการติดเชื้อ จึงไปร้องผ่าน เอนจีโอในสปป.ลาว ก่อนมาติดต่อดีเอสไอ และตม.หนองคาย

ภายหลังรับเรื่องทางชุดสืบสวนตม.หนองคายจึงรายงานผู้บังคับบัญชา ก่อนทำการสืบสวนสอบปากคำ รวบรวมพยานหลักฐาน จนขออำนาจศาลจังหวัดหนองคายออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิด รวม 3 คน เป็นคนลาว 1 คน คนไทย 2 คน คือน.ส.พรพิมล แซ่ตั้น หรือเจ๊ไหม และ น.ส.นันทนา หรือเจี๊ยบ กระทั่งเมื่อกลางดึกของวันที่29 ก.ค. ต่อเนื่องวันที่ 30ก.ค. ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบที่ร้านคาราโอเกะภายในซอยดังกล่าว ก่อนทำการจับกุมน.ส.พรพิมล ได้ พร้อมช่วยเหลือเด็กสาวชาวลาวได้จำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตามจากการสอบปากคำน.ส.พรพิมลให้การภาคเสธ โดยรับว่าเป็นเจ้าของร้านคาราโอเกะจริง แต่ไม่ได้บังคับเด็กสาวชาวลาวค้าประเวณี ซึ่งเด็กทั้งหมดจะรับลูกค้าเองในราคา 1000-1500 บาท แต่จะแบ่งให้ตนครั้งละ 300 บาทเป็นค่านั่งที่ร้าน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

พ.ต.อ.เขมรินทร์ กล่าวว่า ทั้งนี้ในส่วนของน.ส.นันทนา หรือเจี๊ยบ ขณะนี้ถูกคุมตัวอยู่ในเรือนจำจ.สงขลา หลังถูกดำเนินคดีในข้อหาเป็นธุระจัดหาฯ ซึ่งทางชุดจับกุมอยู่ระหว่างการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม และเตรียมขยายผลติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง ในส่วนของเด็กสาวชาวลาวนั้นขณะนี้ได้ประสานทางสหวิชาชีพทำการสอบถามและเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง คัดแยกเหยื่อ ผู้ที่อาจเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์เพื่อให้ความคุ้มครองตามกฏหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด