การเมือง

นิด้าโพล เผยผลสำรวจ ปชช.เห็นด้วย ฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ทั้งคณะ

นิด้าโพล สำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ถึงเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแล้วหรือยัง” ร้อยละ 51.6 ระบุว่า เห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่ฝ่ายค้านจะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ทั้งคณะ

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “ถึงเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแล้วหรือยัง” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 6 – 7 พฤศจิกายน 2562

จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,271 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับฝ่ายค้านที่วางแผนจะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และผลลัพธ์หากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ นิด้าโพล สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณีที่ฝ่ายค้านจะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งคณะ ในเดือนธันวาคม 2562 พบว่า ร้อยละ 51.6 ระบุว่า เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะการบริหารที่ผ่านมายังไม่ดีขึ้น ควรจะได้รับการตรวจสอบการทำงาน จะได้รับรู้ถึงปัญหาต่างๆ ที่รัฐบาลได้ทำ

ร้อยละ 20.22 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของรัฐบาลยังไม่สามารถทำได้ดี จึงควรมีการตรวจสอบความถูกต้องของรัฐบาล ขณะที่บางส่วนระบุว่า เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่จะทำการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอยู่แล้ว , ร้อยละ 9.44 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะรัฐบาลเพิ่งเริ่มทำงาน ควรเปิดโอกาสให้ทำงานสร้างผลงานก่อน อย่างน้อยควรจะให้เวลาสัก 2 ปี

ร้อยละ 18.02 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย เพราะการทำงานของรัฐบาลภาพรวมยังดีอยู่ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ระยะเวลาการทำงานของรัฐบาลยังน้อยอยู่ เร็วเกินไปที่ฝ่ายค้านจะทำการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และร้อยละ 0.71 ระบุว่า ไม่ตอบ / ไม่สนใจ

ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณีที่ฝ่ายค้านจะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รายบุคคล ในเดือนธันวาคม 2562 พบว่า ร้อยละ 49.41 ระบุว่า เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะ รัฐมนตรีบางท่านเข้ามาทำงานไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง ไม่โปร่งใส สมควรที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะที่บางส่วนระบุว่า อยากให้ปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีชุดใหม่

ร้อยละ 25.26 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะรัฐมนตรีบางท่านยังไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง การบริหารงานยังไม่มีผลงาน สมควรที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ , ร้อยละ 8.81 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะรัฐมนตรีแต่ละท่านเพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง ควรเปิดโอกาสให้ทำงานสร้างผลงานก่อน ขณะที่บางส่วนระบุว่า ฝ่ายค้านคอยจะโจมตีคณะรัฐมนตรีอยู่แล้ว

ร้อยละ 14.32 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย เพราะ ระยะเวลาการทำงานยังน้อยไป อยากให้ทำงานเต็มที่ไปก่อน ขณะที่บางส่วนระบุว่า ฝ่ายค้านพยายามจะล้มรัฐบาลอยู่ตลอดเวลา และร้อยละ 2.20 ระบุว่า ไม่ตอบ / ไม่สนใจ

ส่วนผลลัพธ์ของกรณีหากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งคณะ ในเดือนธันวาคม 2562 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 36.59 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ สามารถอยู่บริหารประเทศต่อไปได้

รองลงมา ร้อยละ 23.45 ระบุว่า ฝ่ายรัฐบาลจะชนะโหวต , ร้อยละ 20.69 ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออกหรือยุบสภา เลือกตั้งใหม่ , ร้อยละ 10.07 ระบุว่า หลังการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จำเป็นต้องปรับคณะรัฐมนตรี

ร้อยละ 8.10 ระบุว่า ฝ่ายค้านจะชนะโหวต , ร้อยละ 1.97 ระบุว่า ส.ส. ฝ่ายค้านบางส่วนจะกลายเป็นงูเห่า ด้วยการออกเสียงไว้วางใจรัฐบาล หรืองดออกเสียง , ร้อยละ 1.02 ระบุว่า หลังการอภิปราย ฝ่ายค้านจะถูกมองว่าไม่มีความสามารถในการตรวจสอบรัฐบาล , ร้อยละ 0.55 ระบุว่า ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลบางส่วนจะกลายเป็นงูเห่า ด้วยการออกเสียงไม่ไว้วางใจรัฐบาล หรืองดออกเสียง และร้อยละ 12.98 ระบุว่า  ไม่ตอบ / ไม่สนใจ

ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงผลลัพธ์ของกรณีหากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รายบุคคล ในเดือนธันวาคม 2562 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 24.31 ระบุว่า รัฐมนตรีผู้ถูกอภิปรายอยู่ในตำแหน่งต่อไป

รองลงมา ร้อยละ 20.46 ระบุว่า ฝ่ายรัฐบาลจะชนะโหวต , ร้อยละ 17.78 ระบุว่า หลังการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จำเป็นต้องปรับคณะรัฐมนตรี , ร้อยละ 15.03 ระบุว่า รัฐมนตรีผู้ถูกอภิปรายลาออก

ร้อยละ 13.45 ระบุว่า ฝ่ายค้านจะชนะโหวต , ร้อยละ 1.73 ระบุว่า ส.ส. ฝ่ายค้านบางส่วนจะกลายเป็นงูเห่า ด้วยการออกเสียงไว้วางใจรัฐมนตรี หรืองดออกเสียง , ร้อยละ 1.02 ระบุว่า ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลบางส่วนจะกลายเป็นงูเห่า ด้วยการออกเสียงไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี หรืองดออกเสียง , ร้อยละ 0.87 ระบุว่า หลังการอภิปราย ฝ่ายค้านจะถูกมองว่าไม่มีความสามารถในการตรวจสอบรัฐบาล และร้อยละ 16.05 ระบุว่า ไม่ตอบ / ไม่สนใจ

เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 8.90 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ , ร้อยละ 25.57 มีภูมิลำเนาอยู่ปริมณฑล , มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 18.33 , มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือร้อยละ 33.67 , มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 13.53 , มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้

ตัวอย่างร้อยละ 48.86 เป็นเพศชาย และร้อยละ 51.14 เป็นเพศหญิง , ตัวอย่างร้อยละ 7.32 มีอายุ 18 – 25 ปี , ร้อยละ 15.66 มีอายุ 26 – 35 ปี , ร้อยละ 22.34 มีอายุ 36 – 45 ปี , ร้อยละ 33.36 มีอายุ 46 – 59 ปี และร้อยละ 21.32 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

ตัวอย่างร้อยละ 94.81 นับถือศาสนาพุทธ , ร้อยละ 3.23 นับถือศาสนาอิสลาม , ร้อยละ 0.70 นับถือศาสนาคริสต์ และอื่นๆ และร้อยละ 1.26 ไม่ระบุศาสนา , ตัวอย่างร้อยละ 21.40 สถานภาพโสด , ร้อยละ 73.17 สมรสแล้ว , ร้อยละ 4.01 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ และร้อยละ 1.42 ไม่ระบุสถานภาพการสมรส

ตัวอย่างร้อยละ 31.24 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า , ร้อยละ 29.19 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า , ร้อยละ 8.26 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า , ร้อยละ 24.47 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า , ร้อยละ 5.11 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 1.73 ไม่ระบุการศึกษา

ตัวอย่างร้อยละ 9.13 ประกอบอาชีพข้าราชการ / ลูกจ้าง / พนักงานรัฐวิสาหกิจ , ร้อยละ 13.61 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน , ร้อยละ 22.58ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ / อาชีพอิสระ , ร้อยละ 17.31 ประกอบอาชีพเกษตรกร / ประมง

ร้อยละ 15.81 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป / ผู้ใช้แรงงาน , ร้อยละ 18.17 เป็นพ่อบ้าน / แม่บ้าน / เกษียณอายุ / ว่างงาน , ร้อยละ 1.65 เป็นนักเรียน / นักศึกษา และร้อยละ 1.74 ไม่ระบุอาชีพ

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ตัวอย่างร้อยละ 16.29 ไม่มีรายได้ , ร้อยละ 24.86 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท , ร้อยละ 26.36 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001 – 20,000 บาท , ร้อยละ 10.39 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001 – 30,000 บาท , ร้อยละ 5.43 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001 –  40,000 บาท , ร้อยละ 5.82 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 10.85 ไม่ระบุรายได้